| ชื่อเรื่อง | : | การสร้างแบคทีเรียในลำไส้ที่สามารถผลิตสารแลคโตเฟอรินและผลต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาวที่ได้รับสารเอซอกซี่มีเทน |
| นักวิจัย | : | ธีระ ชีโวนรินทร์ |
| คำค้น | : | Colon cancer prevention , Lactococcus lactis , lactoferrin |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4680071 , http://research.trf.or.th/node/2013 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในการศึกษาครั้งนี้ได้สร้างแบคทีเรียสายพันธ์ L. alctis ที่สามารถสร้างแลคโตเฟอรรินโดยใส่ยีนแลคโตเฟอรริน ขนาด 1200, 600 และ 133 คู่เบสเข้าไปโดยใช้พลาสมิด pBE31 ได้ สายพันธ์ LF001, LFN002 และ LFC003 และเพื่อให้มีการสร้างแลคโตเฟอรรินที่สร้างออกมาในน้ำเลี้ยงจึงใส่ยีนแลคโตเฟอรรินส่วน N-lobe ขนาด 600 คู่เบสเข้าไปโดยใช้พลาสมิด pAMJ2008 ได้ สายพันธ์ ALFN เมื่อตรวจสอบการแสดงออกโดย Western blot analysis โดยใช้ anti-human lactoferrin antibodies พบว่าสามาถตรวจวัดโปรตีนแลคโตเฟอรรินได้ในสายพันธ์ L. lactis LF001 แต่ไม่สามารถตรวจพบได้ในอีกสองสายพันธ์ และไม่สามารถตรวจหาโปรตีนในน้ำเลี้ยงได้ เมื่อดูการแสดงออกของยีนโดยการวัดการสร้าง mRNA จากยีนแลคโตเฟอรริน โดยใข้ cDNA probe ของยีนแลคโต เฟอรริน พบว่ามีการแสดงออกใน L. lactis สายพันธ์ LF001 และ ALFN เท่านั้น จึงใช้สองสายพันธุ์นี้ในการศึกษาฤทธื์การต้านรอยโรคเริ่มต้นของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาว เมื่อทดสอบฤทธิ์การต้านiรอยโรคเริ่มต้นก่อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ (aberrant crypt foci ; ACF) ในหนูขาวที่ได้รับสารก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ไดเมธิลไฮดราซีน (dimethylhydrazine; DMH) ในระยะเริ่มต้น พบว่าหนูที่ได้รับ L. lactis จะมีจำนวน aberrant crypt foci มากกว่าหนูที่ได้รับเฉพาะ saline และเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง L. lactis ที่ใส่ยีนแลคโตเฟอรรินเข้าไป (LF001 และ ALFN) พบว่าสามาถลดจำนวน ACF ได้เมื่อเทียบกับ L. lactis ที่ใส่เฉพาะพลาสมิด (BE31 และ AMJ2008 ตามลำดับ) และยังสามารถลดจำนวน ACF ที่มีขนาดมากกว่า 3 Ac/f โดยเฉพาะหนูที่ได้ L. lactis สายพันธุ์ ALFN สามารถลดจำนวน ACF และ ACF ที่มีมากวว่า 3 Ac/f ได้อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) เมื่อวัดปริมาณแอโรบิคแบคทีเรียในอุจาระของหนูที่ได้รับแบคทีเรียของแต่ละสายพันธุ์พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตลอดการทดลอง ซึ่งกลไกการป้องกันการเกิด ACF ในหนูขาวที่ได้รับไดเมธิลไฮดราซีน จะได้มีการศึกษาต่อไป เมื่อทดสอบในระยะส่งเสริม L. lactis ที่ใส่ยีนแลคโตเฟอรรินเข้าไป (LF001 และ ALFN) มีแนวโน้มที่จะลดจำนวน ACF และ ACFที่มีขนาดมากกว่า 3 Ac/f ได้เมื่อเทียบกับ L. lactis ที่ใส่เฉพาะพลาสมิด (BE31 และ AMJ2008 ตามลำดับ) แต่ไม่พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ In this study, we constructed lactoferrin-producing, lactic acid bacteria, Lactococcus lactis by introducing several size lactoferin genes (1200 bp, 6000 bp and 133 bp) to L. lactis MG1363 using pB31 plasmid generated strain LF001, LFN002, LFC003 respectively. To increase the production of lactoferrin in culture media, 600 bp of N-lobe LF gene was inserted to pAMJ2008 generated ALFN. The recombinant lactoferrin was detected by Western blot analysis using anti-human antibodies. The recombinant lactoferrin was only detectable in the cell of L. lactis LF001 but not in other strains and culture supernatant. However, the mRNA expression human lactoferrin or fragment was detectted in strain LF001 and ALFN by Northern blot hybridization with N-lobe hLF cDNA probe. Therefore, we selected L. lactis LF001 and ALFN for anti-colon carcinogenesis determination. We determined the modulating effect of L. lactis LF001 and ALFN on the aberrant crypt foci formation in colon of rat received colon carcinogen, dimethylhydrazine; DMH. The results showed that rat received L.lactis exhibited the high number of ACF when compared to control (saline) group. In initiation stage L. lactis harboring lactoferrin gene (LF001 and ALFN) can decrease the number of ACF and ACF which has more than 3 Ac/f in DMH treated rat colon compared to L. lactis harboring each empty vector (BE31 and AMJ2008, respectively). The rat received L. lactis LFN exhibited the significantly low number of ACF and ACF which has more than 3 Ac/f compared to strain AMJ2008 (p<0.05). In addition, there was no significantly different between the number aerobic bacteria from feces of rat treated with DMH treated and L. lactis each strain in the initiation stage. The mechanisms of modulating effects of lactoferrin producing L. lactis on DMH induced colon carcinogenesis would be further study. In the promotion stage, L. lactis harboring lactoferrin gene (LF001 and ALFN) trended to decrease the number of ACF an ACF which has more than 3 AC/f when compared to each empty plasmid strain (BE31 and AMJ2008, respectively), but there was no statistical difference. |
| บรรณานุกรม | : |
ธีระ ชีโวนรินทร์ . (2552). การสร้างแบคทีเรียในลำไส้ที่สามารถผลิตสารแลคโตเฟอรินและผลต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาวที่ได้รับสารเอซอกซี่มีเทน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ธีระ ชีโวนรินทร์ . 2552. "การสร้างแบคทีเรียในลำไส้ที่สามารถผลิตสารแลคโตเฟอรินและผลต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาวที่ได้รับสารเอซอกซี่มีเทน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ธีระ ชีโวนรินทร์ . "การสร้างแบคทีเรียในลำไส้ที่สามารถผลิตสารแลคโตเฟอรินและผลต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาวที่ได้รับสารเอซอกซี่มีเทน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. ธีระ ชีโวนรินทร์ . การสร้างแบคทีเรียในลำไส้ที่สามารถผลิตสารแลคโตเฟอรินและผลต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาวที่ได้รับสารเอซอกซี่มีเทน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
