| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาวิจัยดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการภายในประเทศ |
| นักวิจัย | : | ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ |
| คำค้น | : | citation index , tci , วารสารวิชาการ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=JSG4580001 , http://research.trf.or.th/node/1984 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | บทคัดย่อ โครงการวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิจัยดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานดัชนีผลกระทบการอ้างอิงสำหรับวารสารวิชาการในประเทศ และจัดทำฐานข้อมูลดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการไทย (Thai Citation Index – TCI) โดยอาศัยหลักการของสถาบัน Institute for Scientific Information (ISI) และเพื่อวิเคราะห์และวิจัยถึงวิธีการและหลักการที่เหมาะสมสำหรับการบอกระดับปริมาณการอ้างอิงของบทความในวารสารวิชาการภายในประเทศ ตลอดจนเพื่อใช้ผลงานวิจัยเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการเผยแพร่ผลงานวิชาการของนักวิจัยภายในประเทศ โดยได้กำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกวารสารคือ ต้องเป็นวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์บทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ และบทความเรื่องสั้น ที่จัดทำขึ้นภายในประเทศ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษระหว่างปี พ.ศ.2539-2544 โดยมีการจัดพิมพ์อย่างต่อเนื่องทุกปี มีอายุการตีพิมพ์บทความไม่น้อยกว่า 7 ปี และมีบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบก่อนการตีพิมพ์ ซึ่งมีจำนวน 87 รายการ แล้วนำวารสารเหล่านี้มาเปิดทุกเล่ม ทุกบทความเพื่อคัดเลือกบทความที่มีรายการบรรณานุกรม และมีบทคัดย่อภาษาไทย และ/หรือภาษาอังกฤษ แล้วบันทึกข้อมูล 4 ส่วนไว้ในฐานข้อมูล Thai Citation Index (TCI) ซึ่งได้แก่ 1) ข้อมูลทั่วไปของวารสาร ซึ่งมีทั้งสิ้น 87 รายการ 2) ข้อมูลของวารสารแต่ละฉบับ ซึ่งมีทั้งสิ้น 2,139 รายการ 3) ข้อมูลบทความ จำนวน 20,162 รายการ และ 4) ข้อมูลการอ้างอิง ซึ่งมีทั้งสิ้น 37,950 รายการ แล้วนำข้อมูลของรายการที่ 3 และ 4 มาใช้ในการคำนวณค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการไทยตามวิธีของสถาบัน ISI ซึ่งมี 3 ค่า คือค่า Impact Factor, Immediacy Index และ Cited Half-Life ทั้งแบบนับการอ้างอิงตนเอง (self-citation) และแบบไม่นับการอ้างอิงตนเอง (cross-citation) นอกจากนี้คณะวิจัยยังได้ทำการรวบรวมข้อมูลการบริหารจัดการวารสาร จากวารสาร 25 รายการที่ให้ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ.2542-2544 พบว่า งบประมาณเฉลี่ยที่ใช้ในการจัดทำวารสารไทย เท่ากับ 198,034 บาท/ปี คิดเป็น 85.42 บาท/เล่ม 1.06 บาท/หน้า และค่าเฉลี่ยของจำนวนฉบับที่แต่ละวารสารไทย ตีพิมพ์เผยแพร่เท่ากับ 3.52 ฉบับ/วารสาร/ปี ผลงานวิจัยพบว่า วารสารที่ผลิตโดยหน่วยงานระดับคณะของสถาบันการศึกษามีค่า Journal Impact Factor (JIF) เฉลี่ย ระหว่างปี พ.ศ.2539-2544 สูงที่สุด สำหรับวารสารที่มีค่า JIF เฉลี่ยในอันดับต่อมาคือ วารสารของสมาคม/มูลนิธิ วารสารของหน่วยงาน และวารสารของมหาวิทยาลัย ตามลำดับนอกจากนี้ยังพบอีกว่า มีวารสารไทยจำนวน 13 รายการ จากจำนวนทั้งหมด 87 รายการ (คิดเป็น 14.9%) ระหว่างปี พ.ศ.2539-2544 มีค่า Journal Impact Factor อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีค่า Journal Impact Factor เฉลี่ย เท่ากับ 0.084 ซึ่งหมายความว่าบทความหนึ่ง ๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารไทยมีโอกาสถูกนำไปอ้างอิงเพียง 8.4% และยังพบอีกว่า ค่า JIF ของวารสารไทยเป็นการอ้างอิงกันเองระหว่างวารสารเดียวกัน (self citation) เท่ากับ 65% และเป็นการอ้างอิงจากวารสารอื่น (cross citation) เท่ากับ 35% ในการคำนวณค่า impact factor ของวารสารภายในประเทศนั้นพบว่า เมื่อเพิ่มจำนวนปีย้อนหลังในการคำนวณค่า JIF คือจาก 2 ปี เป็น 3-5 ปี พบว่า ค่า JIF ของแต่ละวารสารมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่จำนวนรายการวารสารที่ถูกนำไปอ้างอิงมีจำนวนเพิ่มขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . (2546). การศึกษาวิจัยดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการภายในประเทศ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . 2546. "การศึกษาวิจัยดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการภายในประเทศ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . "การศึกษาวิจัยดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการภายในประเทศ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ . การศึกษาวิจัยดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของวารสารวิชาการภายในประเทศ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.
|
