ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย
นักวิจัย : เพ็ญณี แนรอท
คำค้น : ศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4640001 , http://research.trf.or.th/node/1820
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบและแนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และเพื่อกำหนดแนวทางในการสนับสนุนที่เหมาะสมในการรองรับการเทียบโอนและสรับสนุนในรูปแบบต่างๆต่อศูนย์การเรียน ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วยศูนย์การเรียนที่ไม่อยู่ภายใต้การดำเนินงานภาครัฐ โดยสุ่มศึกษาเป็นรายกรณี จำนวน 70 ศูนย์การเรียน การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้การศึกษารายกรณี เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย กรอบ CIPP Model และกรอบคำถามถึงโครงสร้างเพื่อการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ( in – depth interview ) ในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง ( stakeholders ) และประชุมสนทนากลุ่มย่อย ( focus group discussion ) ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ( content analysis ) จำแนกจัดหมวดหมู่ข้อมูลและวิเคราะห์กระบวนการดำเนินงานแต่ละศูนย์การเรียน สรุปข้อมูลนำเสนอในการประชุมสัมมนาผู้เกี่ยวข้อง ผลการวิจัย 1. รูปแบบและแนวทางการจัดศูนย์การเรียนมี 2 ลักษณะใหญ่คือ 1.1 ศูนย์การเรียนที่ไม่ได้จัดโดยหน่วยงานของรัฐโดยตรง เป็นการจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นสถานศึกษาที่มุ่งพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้ได้ความรู้และทักษะในด้านวิชาการปละ / หรือเป็นศูนย์การเรียนที่พัฒนาทั้งด้านวิชาการและ / หรือวิชาชีพเป็นกลุ่มที่เข้าข่าย มาตรา 18 ( 3 ) 1.2 ศูนย์การเรียนที่ไม่ได้มุ่งจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาในระบบและไม่ได้ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1.2.1 ศูนย์การเรียนที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ 1.2.2 ศูนย์การเรียนที่มุ่งให้ความรู้ ส่งเสริม สืบสานและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ปลูกจิตสำนึกด้านความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นคำจำกัดความของศูนย์การเรียนในมาตรา 18 ( 3 ) น่าจะหมายถึง ศูนย์ที่ดำเนินการจัดการศึกษา เทื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนโดยมีปรัชญาและวิธีการที่มุ่งสร้างโอกาสในการเรียนรู้อย่างหลากหลายที่สามารถตอบสนองความต้องการและเสนอทางเลือกในการพัฒนาตนเองของประชาชน 2. แนวทางการสนับสนุนและบทบาทของรัฐในการกำกับดูแลการเทียบโอนและการสนับสนุนด้านวิชาการ ด้านทรัพยากรและด้านอื่นๆ 2.1บทบาทของรัฐในการกำกับดูแลการเทียบโอนและการสนับสนุน 2.1.1 ศูนย์การเรียนที่เข้าข่ายมาตรา 18 ( 3 ) ได้รับสิทธิด้านการเทียบโอนและผู้เรียนได้รับประกาศนียบัตร แสดงคุณวุฒิตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว การสนับสนุนของรัฐจึงควรเป็นด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านทรัพยากรที่จำเป็นหรือให้สถานศึกษาเหล่านี้ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนภายใต้ปรัชญาต่างๆ ได้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างเต็มศักยภาพ 2.1.2 ศูนย์การเรียนที่จัดโดยภาคสังคมและไม่เข้าข่ายมาตรา 18 ( 3 ) ควรได้รับการสนับสนุนดังนี้ 1) สนับสนุนให้สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองทำให้ได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์การเรียนที่เป็นแหล่งเรียนรู้ขงสังคม 2) ให้การสนับสนุนด้านสื่อต่างๆ ในรูปของการเชื่อมโยงความคิดแล้วนำมาสู่ความเป็นสมัยใหม่โดยไม่เปลี่ยนฐานความคิด สนับสนุนส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาของศูนย์ สถาบันการศึกษาทั่วไปควรยอมรับศูนย์การเรียนเป็นเครือข่ายเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู่ซึ่งกันและกัน รัฐควรมีงบประมาณจัดสรรเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุน ศูนย์การเรียนต่างๆ โดยแยกจัดสรรให้กับแต่ละศูนย์ที่มีโครงการรองรับหรือให้ศูนย์การเรียนได้ร่วมใช้ทรัพยากรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เช่น โรงเรียนในท้องถิ่น ควรมีการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีให้กับบุคคลหรือองค์กรเอกชนที่สนับสนุนการจัดศูนย์การเรียน สนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการดำเนินงานของศูนย์การเรียน 2.2 การเทียบโอนเพื่อรองรับสิทธิ รัฐควรสนับสนุนให้ศูนย์การเรียนมีแนวทางที่จะวางมาตราการในการ ประเมินมาตราฐานของตนเอง โดยวางตัวชี้วัดของตนเองเพื่อให้สามารถออกหนังสือรับรองให้ผู้เรียนมีคณะกรรมการการประเมินมาตราฐานที่ประกอบด้วยบุคลากรของศูนย์ ผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นและตัวแทนสถาบันการศึกษาในชุมชน ร่วมทำหน้าที่ประเมินมาตราฐานโดยไม่ใช้กรอบของระบบโรงเรียนควรได้รับแนะนำถึงลักษณะและวิธีการเตรียมเพื่อการเทียบโอนเมื่อศูนย์ต้องการ 2.3 ประชาสัมพันธ์ศูนย์การเรียนให้สังคมได้รับทราบ ยอมรับและตระหนักในความสำคัญและบทบาทของศูนย์ การเรียน

บรรณานุกรม :
เพ็ญณี แนรอท . (2546). แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เพ็ญณี แนรอท . 2546. "แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เพ็ญณี แนรอท . "แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print.
เพ็ญณี แนรอท . แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.