| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาสมบัติการทะลุผ่านของกระแสไฟฟ้าของรอยต่อระหว่างโลหะธรรมดากับตัวนำยิ่งยวดที่มีสมมาตรของช่องว่างพลังงานแบบดีเวฟ |
| นักวิจัย | : | พวงรัตน์ ไพเราะ |
| คำค้น | : | d-wave superconductor , s+g-wave superconductor , tunneling spectroscopy , ตัวนำยวดยิ่งดีเวฟ , ตัวนำยวดยิ่งเอสบวกจีเวฟ , สเปกโตรสโคปีทะลุผ่าน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=TRG4580057 , http://research.trf.or.th/node/1725 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | รายงานวิจัยฉบับนี้ประกอบด้วย ผลการศึกษาสมบัติการทะลุผ่านของตัวนำยวดยิ่งเอส-จีเวฟและผลของการลดลงของช่องว่างพลังงานต่อตัวนำยิ่งยวดดีเวฟ สำหรับการศึกษาสมบัติทะลุผ่านของตัวนำยวดยิ่งเอสบวกจีเวฟนั้น มีการพิจารณารอยต่อที่มีการวางตัวหลายแบบของตัวนำยวดยิ่งที่มีฟังก์ชันช่องว่างพลังงานสองแบบ คือ แบบที่มีบัพเป็นจุดและบัพเป็นเส้น พบว่า สเปกตรัมทะลุผ่านของรอยต่อ ที่มีการวางตัวโดยที่เวกเตอร์ตั้งฉากของรอยต่อขนานกับระนาบเอบีของตัวนำยวดยิ่งเตตระโกนอล ขึ้นกับการวางตัวในระนาบดังกล่าวเป็นอย่างมาก สเปกตรัมความนำไฟฟ้าประกอบด้วยยอดแหลมสองยอด ปรากฏที่ค่าพลังงานซึ่งตรงกับขนาดของค่าฟังก์ชันช่องว่างพลังงานในทิศทางที่ขนานกับเวกเตอร์ตั้งฉากของรอยต่อ และที่ค่าฟังก์ชันช่องว่างพลังงานในทิศทางทำมุมหนึ่งในสี่ของไพเรเดียน กับเวกเตอร์ตั้งฉาก ยอดแหลมสองยอดนี้มีอยู่ในสเปกตรัมของตัวนำยวดยิ่งทั้งสองแบบ คือ ทั้งช่องว่างพลังงานที่มีบัพเป็นจุดและเป็นเส้น แต่ยอดแหลมดังกล่าว จะเห็นได้ชัดเจนกว่า ในตัวนำยวดยิ่งแบบที่มีช่องว่างพลังงานเป็นแบบเส้น สำหรับการทะลุผ่านในแนวแกนซี พบว่า ยอดแหลมอยู่ที่ค่าของช่องว่างพลังงานสูงสุดในกรณีของบัพแบบเส้น ขณะที่ในกรณีของบัพแบบจุด ยอดแหลมจะอยู่ที่ค่าของช่องว่างพลังงานในแนวแกนซี นอกจากนี้ ยังได้มีการศึกษาผลของการลดลงของค่าช่องว่างพลังงานใกล้พื้นผิว ต่อสเปกตรัมความนำไฟฟ้าของรอยต่อโลหะกับตัวนำยวดยิ่งแบบดีเวฟที่มีการวางตัวแบบ {100} และ {110} โดยใช้วิธีการคำนวณแบบกระเจิง การศึกษาพบว่ารอยต่อที่มีการวางตัวแบบ {100} ตำแหน่งของยอดสูงสุดของสเปกตรัม ไม่ได้อยู่ที่ค่าสูงสุดของฟังก์ชันช่องว่างพลังงานในเนื้อสารเสมอไป ตำแหน่งดังกล่าวขึ้นอยู่กับระดับของการลดลงของค่าช่องว่างพลังงานที่รอยต่อ สำหรับรอยต่อที่มีการวางตัวแบบ {110} พบว่า ความกว้างของยอดแหลมที่ศูนย์โวลต์ ขึ้นอยู่กับขนาดของฟังก์ชันช่องว่างพลังงานที่รอยต่อ ยอดแหลมที่ศูนย์โวลต์นี้จะหายไปเมื่อค่าฟังก์ชันช่องว่างพลังงานที่รอยต่อมีถูกกดลดลงจนเป็นศูนย์ นอกจากนี้ยังพบว่า รูปร่างของสเปกตรัมความนำไฟฟ้าขึ้นกับค่าความชันของฟังก์ชันช่องว่าพลังงานมี่รอยต่ออีกด้วย The tunneling spectroscopy of s+g-wave superconductors and the effect of the gap suppression on d-wave superconductors are studied in this research project. In particular, the normal metal–s + g-wave superconductor tunneling spectra for various junction orientations and for two forms of the superconducting gap, one which allows for point nodes and the other which allows for line nodes are calculated. For a junction oriented with its normal vector parallel to the ab plane of the tetragonal superconductor, it is found that the tunneling spectrum is strongly dependent on orientation in the plane. The spectrum contains two peaks at energies equivalent to the magnitudes of the gap function in the direction parallel to the interface normal and in the direction making a ?/4 angle with the normal. These two peaks appear in both superconductors with point nodes and line nodes, but are more prominent in the latter. For the tunneling along the c axis, it is found that a sharp peak at the gap maximum in the conductance spectrum of the superconductor with line nodes, whereas with point nodes a peak is found to occur at the value of the gap function along the c axis. In addition, the effect of the gap suppression near the surface on the conductance spectra of normal metal-{100} and {110} d-wave superconductor junctions is studied using the scattering method. It is found that for {100} junctions the positions of the maxima of the spectra are not always at the gap maximum of the bulk. The positions depend on the degree of the gap suppression at the interface. For {110} junctions, the width of zero-bias conductance peaks in the spectra depends on the magnitude of the gap function at the interface of the junction. The peak is absent when the gap function is totally suppressed at the interface. It is also found that the shape of the spectrum depends on the slope of the order parameter at the interface. |
| บรรณานุกรม | : |
พวงรัตน์ ไพเราะ . (2548). การศึกษาสมบัติการทะลุผ่านของกระแสไฟฟ้าของรอยต่อระหว่างโลหะธรรมดากับตัวนำยิ่งยวดที่มีสมมาตรของช่องว่างพลังงานแบบดีเวฟ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. พวงรัตน์ ไพเราะ . 2548. "การศึกษาสมบัติการทะลุผ่านของกระแสไฟฟ้าของรอยต่อระหว่างโลหะธรรมดากับตัวนำยิ่งยวดที่มีสมมาตรของช่องว่างพลังงานแบบดีเวฟ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. พวงรัตน์ ไพเราะ . "การศึกษาสมบัติการทะลุผ่านของกระแสไฟฟ้าของรอยต่อระหว่างโลหะธรรมดากับตัวนำยิ่งยวดที่มีสมมาตรของช่องว่างพลังงานแบบดีเวฟ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print. พวงรัตน์ ไพเราะ . การศึกษาสมบัติการทะลุผ่านของกระแสไฟฟ้าของรอยต่อระหว่างโลหะธรรมดากับตัวนำยิ่งยวดที่มีสมมาตรของช่องว่างพลังงานแบบดีเวฟ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.
|
