| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล กับพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล |
| นักวิจัย | : | พัชรี ใจการุณ |
| คำค้น | : | การสื่อสารทางการพยาบาล , การพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ , การสื่อสารทางกุมารเวชศาสตร์ , นักศึกษาพยาบาล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วีณา จีระแพทย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | 9741305028 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5245 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับการสือสารกับผู้ป่วยเด็ก ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาลกับพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ของนักศึกษาพยาบาล และหาปัจจัยที่สามารถร่วมพยากรณ์ พฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาลกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลของสถาบันพระบรมราชนนก สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปีการศึกษาที่ 2543 ที่ผ่านการศึกษาวิชาการพยาบาลเด็กและกำลังฝึกปฏิบัติ หรือผ่านการฝึกปฏิบัติวิชาการพยาบาลเด็ก 3 จำนวน 428 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคล แบบประเมินพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก แบบสอบถามทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบสอบถามแบบอย่างของอาจารย์พยาบาล และแบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและหาค่าความเที่ยง พบว่าความเที่ยงเท่ากับ .701, .813, .868 และ .698 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square สัมประสิทธิ์การจรณ์ Fisher's Exact Test สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณแบบ Enter 2 ครั้งที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. พฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล อยู่ในระดับเหมาะสมมาก (X = 3.86, S.D.=.26) 2. ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ของนักศึกษาพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ปัจจัยที่สามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการสื่อสาร กับผู้ป่วยเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีดังนี้ ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล การมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็ก และคนสุดท้องของลำดับพี่น้องในครอบครัว สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กได้ร้อยละ 27.0 (R2 = .270) ได้สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน ดังนี้ พฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล = .363 (ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก) + .213 (แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล)+ .097 (การมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็ก) + .096 (คนสุดท้องของลำดับพี่น้องในครอบครัว) |
| บรรณานุกรม | : |
พัชรี ใจการุณ . (2543). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล กับพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พัชรี ใจการุณ . 2543. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล กับพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พัชรี ใจการุณ . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล กับพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print. พัชรี ใจการุณ . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็ก ทัศนคติต่อการพยาบาลเด็ก แบบอย่างของอาจารย์พยาบาล กับพฤติกรรมการสื่อสารกับผู้ป่วยเด็กของนักศึกษาพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.
|
