ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนกับการถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ในเด็ก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนกับการถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ในเด็ก
นักวิจัย : ปณิธิ บุญดำเนิน, 2520-
คำค้น : ภูมิแพ้ในเด็ก , เครื่องปรับอากาศ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9745327913 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3814
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนกับการถูกกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิด รูปแบบการวิจัย การวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง สถานที่ศึกษา คลินิกโรคภูมิแพ้เด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประชากร ผู้ป่วยเด็กโรคภูมิแพ้อายุ 3-18 ปีที่มารับการตรวจรักษาที่คลินิกโรคภูมิแพ้เด็กในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และได้รับการวินิจฉัยทางคลินิกเป็นโรคหอบหืด (asthma) และ/หรือโรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic rhinitis) และ/หรือเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic conjunctivitis) ที่มีการทดสอบผิวหนังให้ผลบวกต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศอย่างน้อย 1 ชนิดขึ้นไป ในระหว่างเดือน มกราคม 2546 ถึง ธันวาคม 2548 วิธีการศึกษา ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การศึกษา จะได้รับการบันทึกข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่บ้านของผู้ป่วยโดยใช้แบบสอบถามจากผู้ป่วย บิดามารดา และข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วย ผลการศึกษา มีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การศึกษาทั้งหมด 109 คน โดยแบ่งเป็น ชาย 67 คน (61.5%) และหญิง 42 คน (38.5%) พบว่ามีการใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอน 57 คน (52.3%) และไม่มีการใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอน 52 คน (47.7%) โดยพบว่ามีการทดสอบผิวหนังให้ผลบวกต่อแมลงสาบ ในกลุ่มที่ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ 30.3% มากกว่ากลุ่มที่ใช้เครื่องปรับอากาศ 21.1% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.016, oods ratio 2.56, 95% CI 1.18-5.56) และมีการทดสอบผิวหนังให้ผลบวกต่อ Alternaria ในกลุ่มที่ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ 1.8% น้อยกว่ากลุ่มที่ใช้เครื่องปรับอากาศ 12.8% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.002, oods ratio 0.12, 95% CI 0.02-0.57) นอกจากนี้ยังพบความสัมพันธ์ของการทดสอบผิวหนังให้ผลบวกต่อรังแคแมว ในกลุ่มที่มีการเลี้ยงแมวภายในบ้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.023) และสำหรับการให้ผลบวกในการทดสอบผิวหนังต่อสารก่อภูมิแพ้ตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป (Polysensitization) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่าง 2 กลุ่ม (p > 0.05) รวมทั้งในกลุ่มที่มีการสูบบุหรี่ภายในบ้าน (p > 0.05) บทสรุป การใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนมีความสัมพันธ์กับการถูกกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อแมลงสาบ โดยพบว่าจะมีการถูกกระตุ้นน้อยกว่าการไม่ใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอน แต่กลับพบว่ามีการถูกกระตุ้นจากเชื้อรา (Alternaria) ในกลุ่มที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอน มากกว่ากลุ่มที่ไม่มีการใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอน การสัมผัสสัตว์เลี้ยงมีขนในบ้าน โดยเฉพาะแมว มีความสัมพันธ์กับการทดสอบผิวหนังให้ผลบวกต่อรังแคแมว จึงไม่ควรเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมว

บรรณานุกรม :
ปณิธิ บุญดำเนิน, 2520- . (2548). การใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนกับการถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ในเด็ก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปณิธิ บุญดำเนิน, 2520- . 2548. "การใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนกับการถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ในเด็ก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปณิธิ บุญดำเนิน, 2520- . "การใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนกับการถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ในเด็ก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
ปณิธิ บุญดำเนิน, 2520- . การใช้เครื่องปรับอากาศในห้องนอนกับการถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ในเด็ก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.