ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการจัดการระบบการใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกรที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการจัดการระบบการใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกรที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ
นักวิจัย : ดาเรศร์ กิตติโยภาส
คำค้น : เครื่องอบแห้งข้าวเปลือก
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4420029 , http://research.trf.or.th/node/1186
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ระหว่างปี 2536-2540 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สนับสนุนเครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือก ให้กับกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน 378 แห่ง และ 1,167 แห่ง เพื่อช่วยเกษตรกรลดปัญหาข้าวเปลือกชื้นในฤดูเก็บเกี่ยว และสามารถเก็บข้าวเปลือกไว้บางส่วนเพื่อรอขายเมื่อราคาขยับตัวสูงขึ้น เป็นการแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำในฤดูเก็บเกี่ยวที่ต้นทาง ซึ่งดาเรศร์ และคณะ (2539) ได้ศึกษาปัญหาและข้อมูลการใช้เครื่องอบแห้งข้าวเปลือกและศักยภาพของการเก็บข้าวเปลือกระยะยาวของกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร พบว่ากลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีการใช้ประโยชน์ด้วยสาเหตุหลัก คือ การลดความชื้นไม่ทันเกษตรกรจึงนิยมขายข้าวสด ต้นทุนเชื้อเพลิงไม่คุ้มที่จะทำเชิงธุรกิจ และขาดระบบการจัดการข้าวเปลือกชื้นที่เหมาะสม การศึกษาการจัดระบบการใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกรที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ เพื่อพัฒนาระบบ กลไก และปรับใช้ระบบการรวบรวมจัดการข้าวเปลือกชื้นแบบผสมผสาน ให้เหมาะสมกับสภาพและศักยภาพที่ปฏิบัติได้ของกลุ่มเกษตรกรโดยได้ดำเนินการปรับปรุงและทดสอบปรับใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกในลักษณะของการลดความชื้นข้าวเปลือกมาเพียงระดับความชื้นปานกลาง (18-20%wb) แล้วนำไปลดความชื้นต่อพร้อมกับการเก็บรักษาเพื่อชะลอการขายในฉางข้าวเปลือก และทำการเชื่อมโยงกับตลาดข้าวแห้งที่มีคุณภาพ ผลของการศึกษาพบว่าการลดความชื้นในระดับเกษตรกร มีต้นทุนรวม 25.3 บาทต่อ%wbต่อตัน โดยประกอบด้วยค่าแรงงาน ไฟฟ้า และน้ำมันดีเซล เท่ากับ 8.35, 1.17 และ 15.78 บาทต่อ%wbต่อตัน และมีต้นทุนเพิ่มเติมในส่วนของรถขนส่งข้าว 50 บาทต่อตันและการสูญเสียน้ำหนัก 16 กิโลกรัมต่อ%wbต่อตัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้นทุนในการดำเนินการในระดับเกษตรกรค่อนข้างสูง โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าขนส่ง รวมถึงค่าการสูญเสียน้ำหนักจากการลดความชื้นในปริมาณมากทำให้ได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ดังนั้นในภาวะปัจจุบันแนวทางในการอบข้าวแล้วเก็บรักษาเพื่อชะลอการขายในช่วงที่ราคาข้าวในตลาดมีการปรับตัวสูงขึ้นไม่มีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องอีก เช่น โครงสร้างด้านราคาที่ยังไม่เป็นแรงจูงใจในการลดความชื้น ความไม่ชัดเจนของกระบวนการตรวจสอบคุณภาพข้าวที่ใช้เป็นค่าการให้ราคาในระบบการซื้อขาย โดยมีข้อเสนอแนะ คือ การปรับปรุงวิธีการบางส่วนในระบบการซื้อขายและจัดโครงสร้างด้านราคา ที่สามารถเอื้อประโยชน์และเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย การส่งเสริมและผลักดันให้มีการใช้พันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพและการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาตามคำแนะนำทางวิชาการ การปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงของเครื่องอบแห้งเป็นเชื้อเพลิงชนิดอื่นการชดเชยค่าดำเนินการลดความชื้นให้เกษตรกรซึ่งจากเดิมชดเชยเพียงค่าน้ำหนักที่สูญเสีย การย้ายไปดำเนินการกับโรงสีเพื่อนำค่าใช้จ่ายในการจัดการไปผนวกกับต้นทุนการผลิตทั้งขบวนการ หรือการเชื่อมโยงกับโรงสีโดยการลดความชื้นเบื้องต้น (18-20%wb) During 1994-1997 the Ministry of Agriculture and Cooperatives has encouraged 378 of paddy dryers and 1,167 of paddy storage to farmers’ groups and farmer cooperatives to reach the chance of keeping paddy to get the high price. Dares and Others (1996) studied on the Problem Encountered in Using Paddy Dryer and on Potential Benefits of Long-term Paddy Storage by Farmers’ Groups and Farmer Cooperatives. The result of the projects were found that in case of farmers’ groups did not use the equipments that subsidized from government with main reasons are the shortage operation time for drying in harvesting season that effect member group sell high moisture content of paddy to market, fuel cost of drying is high and unable to process in business and lack of the management system of high moisture content of paddy. A Study on Economically Feasible Drying and Storage Systems for Farmer Groups conduct for develop the systeming, implement and apply to integrate the system of collection and handling high moisture paddy in farmers’ group that optimize in their situation. The project conduct by improve and test for application the dryer to day paddy from high to medium moisture content (18-20%wb) and keep in storage by instore drying system to wait for high price and joint together with quality paddy market. The result were found that cost paddy drying at farmer level was 25.3 baht/%wb/ton which consist of labour, electricity and fuel as 8.35, 1.17 and 15.78 baht/%wb/ton. In additional to transportation and water loss of paddy were 50 baht/ton and 16 kg/%wb/ton, respectively. The result shown total cost at farmer level was very high especially fuel, transportation and water loss of paddy which net business income was unable to recover investment. At present, process of drying and keeping paddy to wait for high price is not potential. Beside uninfluenced of market price structure for drying, indistinct of paddy quality measurement for appraise in markets, are effects that involve in business. The suggestion of the project are improving some part of methodology of buying and selling of market, restructuring of marketing price which favor in both of farmer and merchant, promoting for using high-yield seed and appropriate harvesting period, changing heat system of dryer from diesel to other source of energy, additioning the operating cost of drying for farmers which was paid only instead of weight of water loss of drying the paddy, reallocating dryers to operate at milling plant for decreasing the management cost, or collaborating for selling medium moisture drying to milling plants.

บรรณานุกรม :
ดาเรศร์ กิตติโยภาส . (2549). การศึกษาการจัดการระบบการใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกรที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดาเรศร์ กิตติโยภาส . 2549. "การศึกษาการจัดการระบบการใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกรที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดาเรศร์ กิตติโยภาส . "การศึกษาการจัดการระบบการใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกรที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
ดาเรศร์ กิตติโยภาส . การศึกษาการจัดการระบบการใช้เครื่องอบแห้งและฉางข้าวเปลือกของกลุ่มเกษตรกรที่มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.