| ชื่อเรื่อง | : | การนำกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การเลี้ยงโคนมไปประยุกต์ใช้ในต่างบริบท |
| นักวิจัย | : | บุญเรียง ขจรศิลป์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4340002 , http://research.trf.or.th/node/1124 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนและชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกในจังหวัดราชบุรี 2) เพื่อศึกษาเนื้อหาที่ควรนำมาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น 3) เพื่อศึกษาแนวทางการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและการจัดการเรียนการสอน 4) เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบศักยภาพและความต้องการ เนื้อหาที่ควรนำมาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น และแนวทางการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและการจัดการเรียนการสอนระหว่างโรงเรียนและชุมฃนในบริบทที่ไม่ได้เลี้ยงโคนมกับโรงเรียนและชุมชนในบริบทที่เลี้ยงโคนม รวมทั้งเปรียบเทียบระหว่างโรงเรียนและชุมชน 4 แห่งที่อยู่ในบริบทที่ไม่ได้เลี้ยงโคนม เพื่อนำผลที่ได้มาพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนและชุมชนที่จะศึกษาต่อไปในระยะที่ 2 การวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณผสมผสานกับการวิจัยเชิงคุณภาพในลักษณะของการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ประชากรที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยบุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา 2 โรงเรียน ขยายโอกาสที่สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดราชบุรี 2 โรง และกลุ่มตัวอย่างคนในชุมชน 4 แห่ง ซึ่งการคัดเลือกประชากรและกลุ่มตัวอย่างนี้ได้มาโดยดำเนินการ 2 ขั้นตอนคือ 1๗ ประชุมปรึกษาหารือกับผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด ศึกษานิเทศก์จังหวัด ศึกษานิเทศก์อำเภอ / กิ่งอำเภอ และ 2) สำรวจโรงเรียนและชุมชน คณะผู้วิจัยเปิดเผยบทบาทของนักวิจัยในการเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้วิธีการหลากหลายได้แก่ การสัมภาษณ์ การสังเกต การออกแบบสอบถาม การศึกษาเอกสาร สิ่งพิมพ์ รูปภาพ รวมทั้งมอบหมายให้ผู้ช่วยวิจัยพักอยู่ในชุมชนเป็นระยะๆ ตั้งแต่ มีนาคม 2542 – มกราคม 2543 การวิเคราะห์ข้อมูลทำโดยการวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์แบบอุปนัย และใช้สถิติค่าร้อยละสำหรับข้อมูลเชิงปริมาณการตรวจสอบข้อมูลใช้วิธีการตรวจสอบแบบสามเส้าด้านวิธีการรวบรวมข้อมูลและแหล่งข้อมูล รวมทั้งการให้ผู้ให้ข้อมูลสำคัญตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า 1) โรงเรียนและชุมชนทั้ง 4 แห่ง มีศักยภาพและความต้องการเพียงพอที่จะจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น โดยพิจารณาจากองค์ประกอบในด้านสภาพและปัญหาของชุมชนและโรงเรียน ความต้องการและความพร้อมของโรงเรียนและชุมชนในด้านทรัพยากรและด้านจิตใจ รวมทั้งความสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชนและบุคลากรในโรงเรียน 2) ในด้านเนื้อหาที่ควรนำมาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นพบว่าเนื้อหาที่สมควรนำมาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มดังนี้ คือ กลุ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร คือ เรื่องข้าวซ้อมมือของโรงเรียนวัดสมานกิจ และเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ของโรงเรียนจอมราช และกลุ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมประเพณีคือ เรื่องเครื่องจักรสานต้นโพธิ์ของโรงเรียนชุมชนวัดใหญ่ต้นโพธิ์ และเรื่องศิลปวัฒนธรรมชาวไทยตะนาวศรีของโรงเรียนบ้านนาโคบน 3) ในด้านแนวทางการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและการจัดการเรียนการสอน พบว่าการที่จะให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและการเรียนการสอน คนในชุมชนและบุคลากรในโรงเรียนมีความเห็นว่าโรงเรียนควรดำเนินการดังนี้คือ เปิดโอกาสให้ผู้รู้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เห็นคุณค่าและให้ความสำคัญกับคณะกรรมการโรงเรียน ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนในชุมชนใช้บทบาทเชิงรุกในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยเฉพาะผู้นำของโรงเรียน ชี้แจงทำความเข้าใจกับคนในชุมชน กำหนดแผนงานและกิจกรรมต่างๆ โดยบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียนมีส่วนร่วม ขอความร่วมมือจากคนในชุมชน และประชาสัมพันธ์หลักสูตรท้องถิ่นด้วยวิธีการหลากหลายเข้าถึงทุกฝ่าย 4) ผลจากการศึกษาเปรียบเทียบประเด็นต่างๆ โรงเรียนและชุมชน 4 แห่งในบริบทนี้ไม่ใช่การเลี้ยงโคนม เพื่อพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนและชุมชนที่จะศึกษาต่อไปในระยะที่ 2 พบว่า โรงเรียนวัดสมานกิจและชุมชนท่ากระทุ่มกับโรงเรียนบ้านนาโคบนและชุมชนนาโค รวม 2 แห่ง ได้รับการคัดเลือกให้นำกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นไปทดลองใช้ในระยะที่ 2 เพื่อตอบคำถามว่าในบริบทของชุมชนที่มีความเข้มแข็งต่างกันนั้น การสร้างให้เกิดระบบบริหารจัดการโรงเรียนที่ดีจะสามารถนำกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องการเลี้ยงโคนม ไปใช้ได้กับบริบทอื่นที่มีความแตกต่างในด้านระดับการศึกษาและต่างเนื้อหาได้หรือไม่ จะต้องทำอย่างไร และนำไปใช้ได้หรือไม่ในบริบทของชุมชนที่แตกต่างกันควรต้องมีการปรับปรุงในจุดใดบ้าง อย่างไร และการปรับนั้นต้องคำนึงถึงปัจจัยเงื่อนไขอะไรบ้าง The objectives of this research were 1) to study the potential and needs in developing the local curricula of the selected schools and communities in Rachaburi Province ; 2) to study the contents that should be introduced in the local curricula ; 3) to study collaborative ways to develop the local curricula between schools and communities. 4) to compare the above 3 issues of schools and communities between nondairy context and dairy context. And also to compare those issues among four nondairy contexts in order to select schools and communities to study further in the second phrase. This research was conducted under the participatory action research model and combined both quantitative and qualitative approaches in gathering data. The population consisted of school personnel and students in two elementary schools and two expanded educational opportunity secondary schools. The later were under the Office of Provincial Primary. Education of Ratchaburi Province. The sample consisted of people in four communities. The population and sample were purposively selected using two steps. 1) the meetings among the Director, Vice – Director, the superintendent of the Office of Provincial. Primary Education of Rachaburi Province and the researchers ; 2) the school surveys. The researchers took an overt role and collected data using various instruments ; interviews, observations, and questionnaires. In addition, the researchers studied materials, pictures, and other documents. The research assistants periodically stayed in the four communities from March 1999 – January 2000. Content analysis, analytical analysis and percentage were used. Triangulation processes verified the data gathering and data sources. The key informants were invited to review the data at a later stage. The research results indicated that 1) the schools and communities have sufficient potential and needs to develop local curricula. The components considered were situations, needs, and problems of communities and schools, resources and mind readiness, good relationship between schools and communities. 2) The proposable content aspects were divided into two groups, agricultural aspects and cultural aspects. The agricultural aspects composed of half-milled rice of Watsamankit School and the King’s modified integrated Watyaitonpo Community School and Thai Tanowsri culture of Bannakobon School. 3) Getting full potential participation between schools and communities, the teachers and communities have suggested the schools do the following. Provide the opportunity for those with local Knowledge to share their expertise, appreciate and show concern for the school committee’ s contribution, accept the communities opinions, principals should initiate good relationships with communities, inform communities to promote good understanding, set the teaks and activities by using a “ whole school “ approach, cooperate with communities and publicize the local curricula to every party engage in this matter. 4) The results of comparing the various issues among four nondairy contexts showed that two schools and communities, Watsamankit School in Takratum community and Bannakobon School in Nako community were selected to study further in the second phrase to answer the following questions. In different community strength, if we have a good administration and management, can we use the local curriculum development process on dairy farming in different levels of education and different content? What should we do? Could we use that process in different community context? What aspects should be improved and how? What factors to be considered in the process of improvement? |
| บรรณานุกรม | : |
บุญเรียง ขจรศิลป์ . (2545). การนำกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การเลี้ยงโคนมไปประยุกต์ใช้ในต่างบริบท.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. บุญเรียง ขจรศิลป์ . 2545. "การนำกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การเลี้ยงโคนมไปประยุกต์ใช้ในต่างบริบท".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. บุญเรียง ขจรศิลป์ . "การนำกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การเลี้ยงโคนมไปประยุกต์ใช้ในต่างบริบท."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print. บุญเรียง ขจรศิลป์ . การนำกระบวนการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การเลี้ยงโคนมไปประยุกต์ใช้ในต่างบริบท. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.
|
