ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นักวิจัย : Michael Hare
คำค้น : พืชอาหารสัตว์
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4320001 , http://research.trf.or.th/node/1091
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ได้ดำเนินการที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2542 ถึงเดือนตุลาคม 2545 ในช่วงระยะเวลาสามปีในการดำเนินงานของโครงการฯทางโครงการได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยและบทความทางวิชาการจำนวนแปดเรื่องและหนังสือคู่มือจำนวนหนึ่งเรื่อง ทั้งนี้โครงการได้รักษามาตรฐานผลงานวิชาการในระดับสูง ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ มาโดยตลอด โครงการฯได้แสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงสำหรับการเลี้ยงโคนมของประเทศไทยในการที่จะปล่อยให้โคแทะเล็มแปลงหญ้า ตลอดทั้งวันและคืน โดยพบว่าในช่วงฤดูแล้งโคนมที่ปล่อยแทะเล็มในแปลงหญ้าที่มีการให้น้ำชลประทาน โคผลิตน้ำนมได้เฉลี่ย 12.2 กก./ตัว/วันโดยโคที่แทะเล็มในแปลงหญ้าซิกแนลให้ผลผลิตน้ำนมสูงสุด ส่วนในฤดูฝน เริ่มจากเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม โคผลิตน้ำนมได้เฉลี่ย 17.3 กก./ตัว/วัน โดยเมื่อคิดต่อหน่วยพื้นที่คือต่อไร่พบว่าโคที่แทะเล็มในแปลงหญ้าพาสพาลัมอุบลให้ผลผลิตนมสูงสุด (16.9 กก./ตัว/วัน)และยังพบว่าสามารถปล่อยโคลงแทะเล็มในแปลงหญ้าพาสพาลัมอุบลได้ในอัตราที่สูงกว่าแปลงหญ้าซิกแนลและจาร์ราดิจิท โครงการฯได้แสดงและสาธิตให้เห็นว่า หญ้าพาสพาลัมอุบลที่เกษตรกรปลูกเพื่อทำหญ้าหมักนั้นได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจในเชิงเศรษฐศาสตร์ คือได้ผลตอบแทนรวมโดยเฉลี่ย 3,200 บาท/ไร่ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้นี้สูงกว่าการปลูกข้าว อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีตลาดรองรับสำหรับทั้งหญ้าสดหรือหญ้าหมักในจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากยังไม่มีฟาร์มขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุระกิจในเชิงการค้าจำนวนมากพอ โครงการฟาร์มในระดับหมู่บ้านประสบความสำเร็จบางส่วน กล่าวคือเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกมีเพียงร้อยละ 50 ที่มีแปลงหญ้าที่ดี ยังมีเกษตรกรอีกหลายรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับความยุ่งยากในการปลูก การใส่ปุ๋ย และการจัดการแปลงหญ้า และส่วนใหญ่ยังคงอาศัยฟางข้าวสำหรับใช้เป็นแหล่งอาหารหยาบในรอบปี ปัญหาใหญ่ที่พบอีกประการหนึ่งก็คือ เกษตรกรมีพื้นที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนโคที่มีอยู่ จากงานวิจัยพื้นฐานของโครงการฯได้พิสูจน์ให้เห็นว่า หญ้าพาสพาลัมอุบลมีการตอบสนองต่อวันยาว-สั้นในการออกดอก ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบต่อการจัดการเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ ปริมาณการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หญ้าพาสพาลัมอุบลได้เพิ่มขึ้นจาก 1,944 กิโลกรัมในปี 2543 เป็น 2,990 กิโลกรัมในปี 2545 และโครงการฯคาดว่าจะสามารถจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมทั้งหมด 5,986 กิโลกรัมได้ภายในปี 2546 โครงการเกี่ยวกับเงินกองทุนหมุนเวียนสำหรับการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงทำให้งานผลิตเมล็ดพันธุ์อยู่ได้ด้วยตัวเอง สามารถจ้างเจ้าหน้าที่วิจัยได้หนึ่งคน และไม่จำเป็นต้องร้องขอเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติมจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จากผลการดำเนินงานพบว่าหญ้าพาสพาลัมอุบลเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ที่ดีสำหรับเกษตรกรในระดับหมู่บ้าน โดยสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า 10,000 บาท/ไร่/ปีจากการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ และในบางกรณี เกษตรกรยังสามารถจำหน่ายหญ้าในรูปของหญ้าสดและต้นกล้าได้อีกด้วย เมล็ดพันธุ์หญ้าพาสพาลัมอุบลที่ผลิตและดำเนินงานโดยโครงการฯมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ เนื่องจากโครงการฯได้จัดจำหน่ายเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง ในแง่ที่มีน้ำหนักเมล็ด มีความงอก และมีความบริสุทธิ์สูง ในดินที่ไม่มีน้ำท่วมขัง พบว่าสามารถปลูกถั่วสไตโลแบบเป็นแถบร่วมกับหญ้าพาสพาลัมอุบลได้เป็นอย่างดี ทำให้ช่วยปรับปรุงหรือยกระดับของโปรตีนในแปลงหญ้าให้สูงขึ้น จากงานทดลองพบว่าสามารถปลูกหญ้าจาร์ราดิจิทได้ด้วยการใช้ไหลปลูกในแถวกว้าง และพบว่าผลผลิตและคุณภาพของหญ้าที่ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อทำการตัดทุก 40 วัน และใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอัตรา 40 กก./เฮคแตร์ ทุก 60 วัน ในการทดสอบหญ้า Brachiaria brizantha สองพันธุ์และหญ้าซิกแนลพบว่าหญ้าดังกล่าวให้ผลผลิตวัตถุแห้งสูงกว่าหญ้ารูซี่อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม หญ้ารูซี่มีข้อดีคือผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ดีและง่ายกว่าหญ้าพันธุ์อื่นๆ ซึ่งให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ต่ำหรือใช้ช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวนานในฤดูฝนในการผลิตเมล็ดพันธุ์ หญ้าซิกแนลเป็นหญ้าที่มีศักยภาพที่จะให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ดีในประเทศไทย แต่เนื่องจากมีช่วงออกดอกที่ยาวนานคือจากเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกหนัก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากสำหรับเกษตรกรที่จะทำการผลิตเมล็ดพันธุ์ นางสาวพวน ทัศพงษ์ และนางสาวนพมาศ นามแดง ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามลำดับ โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย The Sustainable Forage Systems for Dairy Farmers in Northeast Thailand project was conducted at the Faculty of Agriculture, Ubon Ratchathani University from November 1999 to October 2002. Eight papers and one manual were written during the 3 year phase of the project and the project has maintained a high scientific output, both nationally and internationally. The project showed that it is possible to successfully graze dairy cows on pastures in Thailand, all day and all night. Over the dry season on irrigated pastures, cows produced on average, 12.2 kg milk/cow/day, with higher production from signal grass pastures. In the wet season, cows averaged 17.3 kg milk/cow/day from July to October with the highest production per rai (16.9 kg/day) from Ubon paspalum pastures. A higher stocking rate can be carried on Ubon paspalum pastures during the wet season compared to signal grass and Jarra digit grass The project demonstrated that Ubon paspalum grown by farmers for silage is an economic proposition and will return, on average, a gross income of 3200 baht per rai. This return is higher than that from rice. However, currently in Ubon Ratchathani there is no market for either fresh forage or silage as there are not enough large commercial farms. The village farm project was partially successful in that only 50% of the selected farmers have good pastures. Many farmers still find it very difficult to grow, fertilise and manage pastures and they rely on rice straw to provide the bulk of roughage feed during the year. A major problem is that farmers have very little land for the number of cows they own. Basic research by the project proved that Ubon paspalum has a long-short day flowering response that affects agronomic management of seed crops. Seed sales of Ubon paspalum increased from 1944 kg in 2000 to 2990 kg in 2002 and we expect to sell all of the 5986 kg currently in stock in 2003. The rotating seed fund has been very successful, enabling seed production to stand alone, hire one researcher and not to request more seed funds from TRF. Ubon paspalum is a valuable cash crop for village farmers, generating over 10,000 baht/rai/year from seed and in some cases forage and seedlings for sale. Ubon paspalum seed from the project has a reputation throughout Thailand for high quality as only seed of a high seed weight, high seed germination and high seed purity is sold. On soils that are not waterlogged, stylo cultivars can be successfully planted in strips with Ubon paspalum, thereby improving the crude protein of the pasture sward. Jarra digit can be successfully planted by stolons in wide rows and optimum forage production is obtained from cutting every 40 days and applying 40 kg/ha N every 60 days. Two cultivars of Brachiaria brizantha and signal grass produced significantly more dry matter than ruzi grass, particularly during the dry season. However, seed production of ruzi grass is better and easier than the other cultivars, which either produced low seed yields or produced seed over a long period of time in the wet season. Potentially signal grass will produce good seed yields in Thailand, but because of the extended period of flowering from July to September, during the period of heavy rainfall, farmers find seed production very difficult. With financial support from TRF Miss Puan Tatsapong and Miss Nopamart Namdaeng graduated with Masters degrees from Suranaree and Kasetsart Universities, respectively.

บรรณานุกรม :
Michael Hare . (2547). ระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
Michael Hare . 2547. "ระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
Michael Hare . "ระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
Michael Hare . ระบบการจัดการพืชอาหารสัตว์ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.