| ชื่อเรื่อง | : | โครงการวิจัย เรื่อง ตลาดแรงงานไทยในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปลายทศวรรษที่ 90 สู่อนาคตปี 2000 |
| นักวิจัย | : | สุภางค์ จันทวานิช |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4210004 , http://research.trf.or.th/node/1032 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาระบบการเคลื่อนย้ายของแรงงานไทยไปยังประเทศญี่ปุ่น มาเล เซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยพิจารณาตลาดแรงงานที่คนไทยเข้าไปทำ ปัจจัยที่เอื้อให้เกิดการย้ายถิ่น ผลดีผลเสียของการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิตถดถอยที่มีต่อโอกาส การทำงานในต่างแดนของแรงงานไทย การวิจัยกระทำโดยการศึกษาภาคสนาม สัมภาษณ์แรงงานไทย รวม 535 คน ในประเทศที่แรงงานไทยไปทำงาน 4 แห่ง คือ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน และ การศึกษาภาคสนามในประเทศไทย โดยสัมภาษณ์แรงงานไทยที่เดินทางกลับมาประเทศไทยแล้วจำนวน 461 คน ในจังหวัดเชียงราย พะเยา อุดรธานี นครราชสีมา สตูล และปัตตานี โดยแรงงานเหล่านี้เป็นผู้ที่ เคยไปทำงานในประเทศปลายทางทั้งสี่ การเก็บข้อมูลกระทำในระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2542 นอกจากนั้นยังมีการวิจัยจากเอกสารโดยการศึกษาวิเคราะห์กฎหมายเกี่ยวกับคนเข้าเมือง กฎหมายแรง งานต่างด้าว และกฎหมาย/ข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและประเทศปลายทางทั้งสี่ ผลการวิจัยมีข้อค้นพบดังนี้ 1) กระแสการเคลื่อนย้ายของแรงงาน แรงงานไทยจะยังคงเดินทางไปทำงานในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่องในจำนวนที่ไม่น้อยกว่าเดิม ในขณะที่กระแสการเดิน ทางไปทำงานในภูมิภาคอื่นมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและประเทศอื่น 2) ระบบการจัดหางาน เป็นระบบที่ควบคุมโดยตลาดอย่างสิ้นเชิง และรัฐมีบทบาทน้อยในการควบ คุมบริษัทจัดหางานให้จัดบริการที่ดีซื่อสัตย์ในราคายุติธรรม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประเภทนี้เป็นธุรกิจที่ทำ ความเสียหายให้แก่คนงานและแรงงานไทยอย่างมหาศาล จึงมีความจำเป็นที่รัฐจะต้องเข้าไปแทรกแซง และจัดระบบใหม่ 3) กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศของคนไทย กฎหมายของไทยคือพระ ราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 (แก้ไข เพิ่มเติม พ.ศ.2537) กฎหมายทั้งสองฉบับไม่ได้ห้ามการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหางาน แต่ก็ไม่ได้ คุ้มครองคนหางาน บทลงโทษผู้จัดหางานผิดกฎหมายของไทยไม่รุนแรงและไม่ได้คิดตามจำนวนผู้ถูก หลอกลวง สำหรับกฎหมายของประเทศปลายทาง ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน ตัวบท กฎหมายเกี่ยวกับคนเข้าเมืองและกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าวล้วนมีรายละเอียด ข้อกำหนดและ บทลงโทษที่ชัดเจนกว่าของไทย (นอกจากมาเลเซียซึ่งยังไม่มีกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว มีเพียว ข้อบังคับตามมติคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการคนงานต่างด้าวเท่านั้น) 4) ผลกระทบของการไปทำงานต่างประเทศต่อประเทศไทย ผลทางบวก รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาการว่างงานในประเทศได้ ได้รับเงินส่งกลับเป็นเงิน ตราเข้าประเทศจำนวนมหาศาล สำหรับตัวแรงงาน การไปทำงานต่างประเทศคือโอกาสที่จะได้มีรายได้สูง มีเงินส่งกลับและเงินเก็บก้อนใหญ่ ผลทางสังคมพบว่า ผู้ที่เคยไปทำงานต่างประเทศจะได้รับการยอมรับ มากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีผู้มาขอคำแนะนำหรือคำปรึกษา อนึ่งได้พบว่าแรงงานหญิงมีความมั่นใจในตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้นหลังจากไปทำงานต่างประเทศ ผลทางลบ ต้นทุนการได้งานในต่างประเทศสูงมาก นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายที่สูงนี้ส่วนหนึ่งก็ต้อง จ่ายให้แก่ตัวแทนนายจ้าง หรือนายหน้าในต่างประเทศ เงินส่วนหนึ่งจึงไหลออกนอกประเทศไทย แรง งานไทยมักไปทำงานเป็นแรงงานไร้ฝีมือจึงได้ค่าแรงงานต่ำและถูกกีดกันจากตลาดแรงงานโดยเฉพาะใน สิงคโปร์และญี่ปุ่น ผลทางอ้อมประการหนึ่งคือแรงงานที่มีคุณภาพดีมักออกไปหางานต่างประเทศ เหลือ แต่แรงงานคุณภาพรองลงมาที่หางานอยู่ในประเทศไทย ตลาดแรงงานในประเทศจึงเป็นตลาดที่แรงงานมี ผลิตต่ำกว่า ผลทางสังคมที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายทางสังคมของการไปต่างประเทศ ได้แก่ การต้องจาก ครอบครัวไปเป็นเวลานาน การใช้ชีวิตด้อยคุณภาพในต่างแดน การเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพเสื่อมโทรม การ ไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตการทำงานและชีวิตทางสังคมในต่างแดน 5) โอกาสของแรงงานไทยในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตลาดแรงงานใน 4 ประเทศปลายทางมี ลักษณะต่างกัน โอกาสของแรงงานไทยยังมีอยู่ในสภาพดังต่อไปนี้ ญี่ปุ่น ต้องปรับตัวเป็นตลาดแรงงานกึ่งฝีมือโดยเฉพาะในภาคบริการ ส่วนตลาดแรงงานผู้ฝึก งานควรขยายเข้าไปในภาคบริการโดยให้แรงงานหญิงไทยได้ผ่านการฝึกอบรมของศูนย์ฝึกอบรมขององค์ กรพัฒนาเอกชน เพื่อเข้าทำงานดูแลรักษาผู้สูงอายุและงานช่วยงานบ้าน มาเลเซีย ตลาดแรงงานยังเปิดกว้างทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ สิงคโปร์ ตลาดแรงงานไทยในสิงคโปร์ในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ แรงงานไทยทำอยู่จะยังเปิดต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี เพราะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม สภาพตลาดแรงงานก่อสร้างหลัง 3 ปีไปแล้ว (ตั้งแต่ปี 2545) จะหดตัวลงเพราะโครงการก่อ สร้างขนาดใหญ่เสร็จสิ้น จะต้องหาตลาดแรงงานในภาคอื่นซึ่งจะทำได้ยาก นอกจากจะมีการพัฒนาฝีมือ แรงงานอย่างเข้มข้นก่อนส่งไปทำงาน ไต้หวัน ตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างของไต้หวันคล้ายกับของสิงคโปร์ แต่ไม่ได้เน้น ระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือเช่นในสิงคโปร์ แต่งานก่อสร้างนี้ก็จะสิ้นสุดในอนาคตเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไต้หวันมีนโยบายจะรับแรงงานต่างด้าวจากหลายประเทศมากขึ้น แทนที่จะเป็นแรงงานไทยมากที่สุดเช่น ในปัจจุบัน สำหรับภาคอุตสาหกรรมโรงงานซึ่งเป็นภาคที่มีแรงงานไทยทำงานอยู่มากกว่าภาคก่อสร้างก็ อยู่ภายใต้นโยบายรับแรงงานให้หลากหลายขึ้นเช่นกัน ตลาดแรงงานในภาคนี้มีแนวโน้มคลี่คลายเป็น 2 แบบ คือ การได้งานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะทางการไต้หวันจะผ่อนผันให้อุตสาหกรรม ขนาดใหญ่เท่านั้นจ้างแรงงานต่างด้าวได้ และอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งย้ายฐานการผลิตไปอยู่ในต่างประเทศ เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลาง ฉะนั้นก็จะเกิดตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นในประเทศ แนวโน้มสำคัญที่กำลังเกิดอีกประการหนึ่งคือ การพยายามลดค่าจ้างแรงงานต่างด้าว เพื่อจูงใจให้มีผู้มา ทำงานน้อยลง ทำให้ตลาดไต้หวันเป็นตลาดต้นทุนสูงแต่ผลตอบแทนต่ำกว่าแต่ก่อน The project has the objective to examine the flows of Thai migrant labor to four specific destinations, namely Japan, Malaysia, Singapore and Taiwan. The key areas of investigation are: the reasons for leaving; the recruitment system, and relevant employment laws and regulations; the impact of labor migration on Thailand; and Thai workers’ employment opportunities in the labor markets of the four destinations during the economic crisis. The project involves fieldwork in receiving countries, where there were 535 interviews with workers plus key informants, as well as in Thailand. Where there were 461 interviews with returnees plus key informants. These interviews were conducted in Chiang Rai, Phayao, Udornthani, Nakhon Rachasima, Satul and Pattani. Additional information was gained through literature searches and analysis of relevant documents, plus examining employment laws and regulations in both Thailand and the destination countries. The findings of the study are as follows : 1. Labor migration flows. Migration flows have continued to increase with a shift to the Asia-Pacific region as a destination over the past decade. 2. Recruitment system. The current system is totally market driven, within minimal input governmental bodies in regulation private recruitment agencies. Many agencies are run by, or backed up by, politicians who use their influence to abuse the system, sometimes resulting in job seekers being cheated. There is an urgent need for the Thai government to intervene, otherwise only the recruiting agencies, and informal moneylenders who help to raise the fees for the workers, will gain any benefit from labor migration. 3. Laws and regulations on migration for employment. The Immigration Law BE 2522, and the Law of Employment Recruitment and the Protection of Job Seekers BE 2528 (amended BE 2537), are the two major legal instruments on the Thai side. These instruments do not prevent migration, and cannot protect job seekers when they do migration. Penalties meted out for swindling job seekers or illegal recruitment are not severe, and thus offer little protection for job seekers. Laws and regulations in Japan, Singapore and Taiwan are more specific ; they attempt to curb the number of migrant workers. They have placed various state organizations working on labor migration under one single unit to facilitate policy and administrative processes, and more efficient coordination. (Malaysia has no law for foreign workers but instigated cabinet decisions and ministerial decrees to administer workers and employers.) 4. Impact of labor migration for Thailand. Positive Impacts. Economically, labor migration reduces local unemployment and yields a huge amount of remittances. For workers, higher wages means that they can have some savings after paying debts caused by the high recruitment fees. Socially, returnees are more acknowledged by their neighbors. Female returnees, it was found, often became more self confident and independent, sometimes leading to difficulties with their husbands. Negative impact. The high costs associated with recruitment fees was found to be a major disadvantage to workers. Some costs are paid to brokers in destination countries to obtain positions. An indirect impact of this is that more workers with good skills will migrate while those with low-skills will be left in local employment, resulting in lower productivity. The social costs of migration are not always apparent, especially in short term. Many workers experience loneliness and homesickness as a consequence of long stays abroad, Deteriorating physical and mental health is common. Thai workers are not considered to be adaptable to new working and living conditions, no doubt a result of inadequate pre-departure orientation. 5. Employment opportunities after the economic crisis. Opportunities vary between the four destination countries. For Japan, semi-skilled jobs in the service sector are available (especially in caring for the elderly), but need to be negotiated. In Malaysia, the manufacturing and service sectors still have jobs for workers, especially in the northern states of the country. Construction work in Taiwan may decline within 3-4 years and workers may only be hired by large manufacturing companies. The biggest labor market for Thais may be shrinking soon if there is no immediate and appropriate intervention from the Thai side. |
| บรรณานุกรม | : |
สุภางค์ จันทวานิช . (2549). โครงการวิจัย เรื่อง ตลาดแรงงานไทยในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปลายทศวรรษที่ 90 สู่อนาคตปี 2000.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุภางค์ จันทวานิช . 2549. "โครงการวิจัย เรื่อง ตลาดแรงงานไทยในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปลายทศวรรษที่ 90 สู่อนาคตปี 2000".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุภางค์ จันทวานิช . "โครงการวิจัย เรื่อง ตลาดแรงงานไทยในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปลายทศวรรษที่ 90 สู่อนาคตปี 2000."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print. สุภางค์ จันทวานิช . โครงการวิจัย เรื่อง ตลาดแรงงานไทยในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปลายทศวรรษที่ 90 สู่อนาคตปี 2000. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.
|
