| ชื่อเรื่อง | : | โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทศึกษา:ประวัติศาสตร์ |
| นักวิจัย | : | รัตนาพร เศรษฐกุล |
| คำค้น | : | รัตนาพร |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG4010047 , http://research.trf.or.th/node/756 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเนื้อหาสาระของงานศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ไท วิเคราะห์ความ ลุ่มลึกของงานศึกษา ตีความ ประเมิน และสังเคราะห์สถานภาพไทศึกษาในสาขาประวัติศาสตร์ เพื่อ พัฒนาชุดโครงการวิจัยในอนาคต ผลการวิจัยพบว่า มีงานศึกษาประวัติศาสตร์ไทจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปบทความ ทั่วไป งานเขียนประวัติศาสตร์ไทที่เผยแพร่ในปัจจุบันเท่าที่ค้นหาได้ในประเทศไทยและการติดต่อกับ ต่างประเทศมีลักษณะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับมาตรฐานทางการศึกษาประวัติศาสตร์ในประเทศนั้น ๆ และสภาวการณ์ภายในประเทศนั้น ๆ เช่นกัน นักวิชาการต่างประเทศเช่นชาวตะวันตกและชาวญี่ปุ่น จะมีการศึกษาที่เป็นระบบ มีหัวข้อการศึกษาที่ชัดเจนและมีความพยายามที่จะกำจัดอคติทางวิชาการ ในขณะที่นักประวัติศาสตร์ที่เป็นปัญญาชนท้องถิ่นมักมีแรงผลักดันของความรู้สึกเชื้อชาตินิยมในการ ศึกษาและนำเสนอประวัติศาสตร์ และวัตถุประสงค์ของการศึกษานั้นจะเน้นการสร้างความรู้สึกเชื้อชาติ นิยมเพื่อผลทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ตามงานศึกษาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาทั้งหมด นั้น ไม่ได้มุ่งเพื่อการสร้างองค์ความรู้แต่เพียงอย่างเดียว แต่มักมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือมุ่งผล ประโยชน์อื่น ๆ ด้วย แนวโน้มในปัจจุบันของการศึกษาประวัติศาสตร์ไท คือ การศึกษาอย่างลึกซึ้ง เป็นระบบ ตาม แนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์แบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีการเขียนงานประวัติศาสตร์ ที่สมบูรณ์ออกมา งานส่วนใหญ่เป็นการศึกษาเฉพาะหัวข้อ ปรากฏในรูปของบทความทางวิชาการที่ ต้องการการพัฒนาหรือศึกษาให้ลึกซึ่งต่อไป ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทสมควรได้รับการสนับสนุนให้ทำการวิจัยภาคสนามเพื่อแก้ปัญหา ความจำกัดในการใช้ข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ งานประวัติศาสตร์ไท ที่ผ่านมายังจำกัดการใช้ข้อมูลจากเมืองแม่หรือเอกสารราชการจากส่วนกลาง ทำให้ผู้ศึกษาถูกครอบงำ ทางด้านความคิดและการตีความ การใช้เอกสารพื้นเมืองหรือท้องถิ่นยังมีน้อยและยังขาดข้อมูลจากการ สัมภาษณ์ พื้นฐานความรู้ความเข้าใจที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดการตีความที่ผิดพลาดได้ ผู้ศึกษาประวัติ ศาสตร์ไทจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเดินทางไปเก็บข้อมูลภาคสนามด้วยตนเอง เพื่อสามารถให้เวลา และความสำคัญกับเอกสารพื้นเมืองและแหล่งข้อมูลบุคคลให้มากกว่าเดิม ผู้ศึกษาจะต้องเป็นผู้ที่มี ความรู้ในภาษาถิ่นที่ตนเองศึกษาอย่างดีด้วยเช่นกัน Objectives of this research is to categorize, analyze and evaluate the written works on Tai history. Research results are there are numerous written works on Tai history, most of which are non-academic and informal articles. Written works on Tai history in Thailand and abroad have different in characteristics due the standards and methods of studying history and the political situation in each country. For example, researchers in western countries and Japan will conduct research systematically, having a clear and specific topic and trying to reduce academic bias, while local intellectuals are likely to be motivated by nationalism in their study and presentation. The aim of their study is to arouse the nationalistic feeling of the people for political, economic and social purposes. Most of these works do not aim at creating a pure body of knowledge, but are mixed with other purposes. The present trend in the study of Tai history is to research deeply by applying modern historical research methods. Nowadays, there is no complete written history of the Tais. Most of the works done emphasize specific topics and are in the form of academic is areas where more research is needed. Researchers of Tai history should be supported in field research in order to solve the problem of information shortage which is very serious and will affect the standard of studying. The previous study depends on limits information from the government which dominated the researchers in their interpretation and analysis. Local documents are very few and sometimes hidden. Thus researchers need more information from personal interviews and field research which will help provide a clear picture of the researched community. Researchers also must be able to understand the language used in the area. |
| บรรณานุกรม | : |
รัตนาพร เศรษฐกุล . (2542). โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทศึกษา:ประวัติศาสตร์.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. รัตนาพร เศรษฐกุล . 2542. "โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทศึกษา:ประวัติศาสตร์".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. รัตนาพร เศรษฐกุล . "โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทศึกษา:ประวัติศาสตร์."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print. รัตนาพร เศรษฐกุล . โครงการประมวลองค์ความรู้ เรื่อง การประเมินสถานภาพไทศึกษา:ประวัติศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.
|
