ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การอนุรักษ์ตึกดินในอีสานใต้

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การอนุรักษ์ตึกดินในอีสานใต้
นักวิจัย : ดนัย นิลสกุล, 2515-
คำค้น : บ้าน--ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , อาคาร--ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ชาวจีน--ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , อาคาร--ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)--การอนุรักษ์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สันติ ฉันทวิลาสวงศ์ , ปิ่นรัชฏ์ กาญจนัษฐิติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741740425 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2323
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

ตึกดินในพื้นที่ภาคอีสานถูกสร้างขึ้นเป็นจำนวนมากในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยชาวจีนที่อพยพเข้ามาทำการค้าในภูมิภาคดังกล่าว เนื่องจากเป็นรูปแบบอาคารที่สร้างกันทั่วไปในชนบทของจีน ลักษณะภายนอกและภายในจึงต่างจากเรือนพื้นถิ่นทั่วไปโดยสิ้นเชิง ปัจจุบันตึกดินที่ยังคงเหลืออยู่ในภาคอีสาน พบว่าส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในย่านที่เคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าของเมือง การวิจัยในครั้งนี้ได้ศึกษาตึกดินแถบอีสานใต้ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ โดยใช้วิธีการสำรวจภาคสนามร่วมกับข้อมูลทางเอกสาร และการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลทางด้านลักษณะ ทางสถาปัตยกรรม โครงสร้าง-วัสดุ การใช้สอย สภาพปัญหา-สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นกับอาคาร ตลอดจนนำเสนอแนวทางการอนุรักษ์ตึกดิน ผลสรุปจากการศึกษาพบว่า 1. ตึกดินในแถบอีสานใต้แบ่งออกเป็น 2ประเภทคือ ตึกดินประเภทพักอาศัย ปัจจุบันมีจำนวนเหลืออยู่น้อยและไม่ได้ใช้งาน กับตึกดินประเภทค้าขาย ซึ่งพบได้โดยทั่วไปในอีสานใต้ ส่วนใหญ่ยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน 2. โครงสร้างหลักของอาคารทั้งสองประเภทประกอบด้วย โครงสร้างผนังรับน้ำหนักก่อด้วยอิฐดินดิบและโครงสร้างไม้ 3. รูปแบบของอาคารโดยเฉพาะตึกดินประเภทร้านค้าที่สร้างต่อๆ กันเป็นแถวทำให้ตึกดินมีความแตกต่างจากเรือนพื้นถิ่น ในส่วนของปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้นกับอาคารได้แก่การเสื่อมสภาพของวัสดุ มีสาเหตุจากหลายประการแต่อาคารที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารที่ถูกปิดไม่ได้ใช้งาน เนื่องจากสภาพภายในอาคารมีความชื้นสูง ส่งผลให้ผนังก่ออิฐดินดิบเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว ผลการวิจัยในครั้งนี้ได้สรุปแนวทางการอนุรักษ์ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. ตึกดินประเภทพักอาศัยจะใช้แนวทางการอนุรักษ์มากกว่าการพัฒนา เนื่องจากจำนวนอาคารที่มีเหลืออยู่น้อย และสภาพอาคารที่ไม่เหมาะสมกับการพักอาศัยในปัจจุบัน 2. ตึกดินประเภทที่ใช้ประกอบการค้าซึ่งมีอยู่จำนวนมากและยังคงใช้งานอยู่ จะเน้นไปที่การพัฒนาให้อาคารสามารถสนองต่อการใช้สอยในปัจจุบัน แต่คำนึงคุณค่าด้านต่างของอาคารนั้นไว้ การอนุรักษ์ควรได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและประชาชนในชุมชน เพื่อให้ทุกฝ่ายของชุมชนได้มีส่วนร่วม ในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชุมชน นอกจากนี้ควรให้การศึกษาแก่ชุมชน เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ซึ่งจะมีส่วนให้เกิดความสำนึกและรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเมืองในด้านการดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ท้องถิ่นอันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนของชุมชนต่อไป

บรรณานุกรม :
ดนัย นิลสกุล, 2515- . (2546). การอนุรักษ์ตึกดินในอีสานใต้.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดนัย นิลสกุล, 2515- . 2546. "การอนุรักษ์ตึกดินในอีสานใต้".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดนัย นิลสกุล, 2515- . "การอนุรักษ์ตึกดินในอีสานใต้."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
ดนัย นิลสกุล, 2515- . การอนุรักษ์ตึกดินในอีสานใต้. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.