| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์เพื่อวิเคราะห์ทางธรณีเคมีของดิน |
| นักวิจัย | : | กิตติศักดิ์ชัย แนมจันทร์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162547000505 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในการศึกษาวิเคราะห์ตัวอย่างดินที่บริเวณตำบลคูคต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานีซึ่งอยู่ในบริเวณที่ได้มีการฝังกลบขยะมาเป็นเวลาหลายปี โดยทำการศึกษาองค์ประกอบตัวอย่างดินด้วยเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์ที่ระดับความลึกต่างๆ ระหว่าง 1 ถึง 31 เมตร พบว่ามีแร่อิลไลต์ เคโอลิไนต์ มอนต์มอริลโลไนต์ และควอตซ์ที่ทุกระดับความลึก โดยแร่ดินแต่ละชนิดมีค่าระยะระหว่างระนาบเป็น 3.34, 7.1331, 15.00 และ 3.3434 Aํ ตามลำดับข้างต้น เมื่อศึกษาขนาดและลักษณะรูปทรงด้วยกล้องอิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่า แร่อิลไลต์ เคโอลิไนต์มอนต์มอริลโลไนต์จะมีลักษณะเป็นแผ่น ส่วนควอตซ์มีลักษณะเป็นแท่งมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับแร่ดังกล่าวข้างต้น แร่ที่มีลักษณะเป็นแผ่นจะจับกันเป็นก้อนซ้อนทับกันโดยมีควอตซ์เป็นแกนกลาง เมื่อศึกษาปริมาณของธาตุองค์ประกอบด้วย Energy Dispersive X-Ray Spectrometerพบว่า จะประกอบด้วยธาตุ Si ซึ่งเป็นธาตุมีปริมาณมากที่สุดคือมีปริมาณเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก 19.80 - 41.95% ที่ทุกระดับความลึก ส่วนธาตุ Al, K, Cu, Fe, Mg, Na, Zn, Ca และTi จะเป็นธาตุที่พบในปริมาณที่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับธาตุแรกและอาจจะไม่พบเลยในบางระดับความลึก เช่น ธาตุ Mg, Na, Ca, Ti |
| บรรณานุกรม | : |
กิตติศักดิ์ชัย แนมจันทร์ . (2547). การศึกษาเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์เพื่อวิเคราะห์ทางธรณีเคมีของดิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กิตติศักดิ์ชัย แนมจันทร์ . 2547. "การศึกษาเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์เพื่อวิเคราะห์ทางธรณีเคมีของดิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กิตติศักดิ์ชัย แนมจันทร์ . "การศึกษาเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์เพื่อวิเคราะห์ทางธรณีเคมีของดิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. กิตติศักดิ์ชัย แนมจันทร์ . การศึกษาเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์เพื่อวิเคราะห์ทางธรณีเคมีของดิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
