| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและค่าการชักนำของปากใบพืชในพื้นที่ทำการเกษตรและสวนป่า |
| นักวิจัย | : | สมบูรณ์ พรมเสน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162547001375 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและค่าการชักนำของปากใบพืชในพื้นที่ทำการเกษตรและสวนป่า ในช่วงเพาะปลูกหรือช่วงการเจริญเติบโตของพืชระหว่างปี พ.ศ. 2545-2546 โดยเลือกพื้นที่เกษตร คือ นาข้าวในจังหวัดสุโขทัย ไร่มันสำปะหลังในจังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่สวนสัก จังหวัดลำปาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความผันแปรและเปรียบเทียบการคายระเหยน้ำจริง (ET) ค่าการชักนำของปากใบ (gc) และค่าดัชนีพื้นที่ผิวใบ (LAl) รวมทั้งพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำจริงโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาได้แก่ อุณหภูมิอากาศ (T(,a)) ความชื้นสัมพัทธ์ (RH) การระเหยน้ำจากถาดระเหย (E(,pan))ความเร็วลม (WS) และความเครียดของน้ำในดิน (pF) กับค่าการชักนำของปากใบพืช (gc) ผลการศึกษาความผันแปรของค่า ET และ gc รวมทั้งค่า LAl พบว่า มีแนวโน้มไปในทางเดียวกันและมีความสัมพันธ์กันค่อนข้างดี คือ ในพื้นที่นาข้าวและไร่มันสำปะหลังมีค่าET มากในช่วงที่พืชเจริญเติบโตเต็มที่และมีค่าน้อยในช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูกและก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วนในพื้นที่สวนสักมีค่า ET มากในช่วงกลางฤดูฝนและมีค่าน้อยในช่วงต้นสักผลิตใบใหม่และทิ้งใบในช่วงฤดูแล้ง เมื่อเปรียบเทียบค่า ET เฉลี่ยรายวันตลอดปีพบว่า พื้นที่ไร่มันสำปะหลัง มีค่ามากที่สุดเท่ากับ 3.5 มิลลิเมตร รองลงมาคือ พื้นที่นาข้าวและสวนสัก มีค่าเท่ากับ 3.4 และ 3.1 มิลลิเมตร ตามลำดับ สำหรับค่า gc พบว่าพื้นที่ไร่มันสำปะหลังมีค่ามากที่สุดเท่ากับ 2.1 เซนติเมตรต่อวินาที รองลงมาคือพื้นที่นาข้าวและสวนสักมีค่าเท่ากับ 1.5 และ 1.1 เซนติเมตรต่อวินาที ตามลำดับ และการศึกษาพบว่า LAl พบว่า ในพื้นที่นาข้าว สวนสัก และไร่มันสำปะหลัง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ2.49, 2.89 และ 2.50 ตามลำดับ สำหรับแบบจำลองที่เหมาะสมและมีนัยสำคัญเพื่อประมาณค่าการคายระเหยน้ำจริงในพื้นที่นาข้าว พื้นที่สวนสัก และพื้นที่ไร่มันสำปะหลัง มีดังนี้ นาข้าว : ฤดูทำนา : ET(,Pins) = -6.679+0.344T(,a)+0.600WS (R('2)=0.62, F=29.66**) รายปี : ET(,Pann) = -4.350+0.298T(,a)+0.226WS-0.407pF (R('2)=0.57, F=59.53**) กรณีมีค่า gc : ET(,Pad2) = 0.8416+1.538gc (R('2)=0.73, F=16.28**) สวนสัก : ช่วงมีฝน : ET(,Twet) = -7.779+0.395T(,a)+0.234WS (R('2)=0.60, F=106.33**) รายปี : ET(,Tann) = - -2.173+0.190T(,a)+0.15WS (R('2)=0.57, F=118.84**) กรณีมีค่า gc : ET(,Tea2) = 1.601+0.871gc (R('2)=0.55, F=8.39**) ไร่มันสำปะหลัง : ช่วงแล้งฝน : ET(,Cdry) = -1.713+0.059RH (R('2)=0.35, F=51.80**) ช่วงมีฝน : ET(,Cwet) = 3.973+0.526WS-0.029RH (R('2)=0.51, F=32.49**) กรณีมีค่า gc : ET(,Cas2) = 1.913+0.494gc (R('2)=0.63, F=26.47**) โดยที่ T(,a), WS, pF, gc และ RH มีหน่วยเป็น องศาเซลเซียส, เมตรต่อวินาที, ไม่มีหน่วย,เซนติเมตรต่อวินาที และเปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
สมบูรณ์ พรมเสน . (2547). การพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและค่าการชักนำของปากใบพืชในพื้นที่ทำการเกษตรและสวนป่า.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมบูรณ์ พรมเสน . 2547. "การพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและค่าการชักนำของปากใบพืชในพื้นที่ทำการเกษตรและสวนป่า".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมบูรณ์ พรมเสน . "การพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและค่าการชักนำของปากใบพืชในพื้นที่ทำการเกษตรและสวนป่า."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. สมบูรณ์ พรมเสน . การพัฒนาแบบจำลองการคายระเหยน้ำโดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและค่าการชักนำของปากใบพืชในพื้นที่ทำการเกษตรและสวนป่า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
