| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงินที่มีต่ออุปสงค์ของเงิน |
| นักวิจัย | : | พัฒณพงษ์ ลีวงศ์พันธ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546001532 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ 1) เพื่อศึกษาถึงพัฒนาการของนวัตกรรมทางการเงินของประเทศไทย 2) การศึกษาผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงิน (บัตรเอทีเอ็ม) ที่มีต่ออุปสงค์ของเงิน โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิรายปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2529-พ.ศ. 2545 และนวัตกรรมทางการเงิน (บัตรเครดิต) ที่มีต่ออุปสงค์ของเงิน โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิรายเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2539-เดือนกันยายน พ.ศ. 2545 ผลการศึกษาพบว่า ผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงิน (บัตรเอทีเอ็ม) ที่มีต่ออุปสงค์ของเงินตามความหมายแคบ พิจารณาจากค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ของเงินเรียงจากมากไปน้อยคือ การบริโภคมวลรวมของภาคเอกชน ปริมาณการทำธุรกรรมผ่านบัตร ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน เพราะประชาชนถือเงินไว้เพื่อจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภค ซึ่งรายได้ของประชาชนส่วนหนึ่งเก็บอยู่ในธนาคารเมื่อต้องการใช้จึงจะเกิดการทำธุรกรรมผ่านบัตรเอทีเอ็มเพื่อให้ได้เงินสดมา บัตรเอทีเอ็มจึงกลายเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกของประชาชนเพื่อนำเงินที่มีอยู่ในธนาคารออกมาเพื่อจับจ่ายใช้สอย โดยทางธนาคารเปิดบริการใหม่ ๆ ที่สามารถใช้ผ่านบัตรเอทีเอ็มได้มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญของการทำธุรกรรมผ่านบัตรเอทีเอ็มขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้บริการ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ สำหรับผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงิน (บัตรเครดิต) ที่มีต่ออุปสงค์ของเงินตามความหมายกว้างขึ้น พิจารณาจากค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ของเงินเรียงจากมากไปน้อยคือ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ปริมาณการทำธุรกรรมผ่านบัตร ตามลำดับ แต่ตัวแปรการบริโภคมวลรวมของภาคเอกชนไม่มีนัยสำคัญทางสถิติจึงตัดออกไป ซึ่งธนาคารพาณิชย์มีการปรับเปลี่ยนนโยบายสินเชื่อ โดยเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยเนื่องจากมีกำลังซื้อและมีความต้องการสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ธุรกิจบัตรเครดิตสามารถสร้างรายได้ให้ผู้ออกบัตรอีกทั้งมีการผ่อนปรนรายได้ขั้นต่ำที่จะสามารถถือบัตรเครดิตได้เนื่องจากภาครัฐต้องการสนับสนุนให้การบริโภคภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นเพื่อเป็นแรงผลักดันการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ กล่าวโดยสรุป บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตกลายเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกของประชาชน ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาดูแล เพราะคุณสมบัติของบัตรที่ใกล้เคียงกับเงินสด การใช้จ่ายผ่านบัตรทั้ง 2 ชนิดนี้เปรียบเสมือนการสร้างเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เสมือนการใช้เงินในอนาคตถ้าไม่มีการดูแลอย่างใกล้ชิดอาจนำมาสู่ปัญหา NPLs ได้ในที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
พัฒณพงษ์ ลีวงศ์พันธ์ . (2546). ผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงินที่มีต่ออุปสงค์ของเงิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พัฒณพงษ์ ลีวงศ์พันธ์ . 2546. "ผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงินที่มีต่ออุปสงค์ของเงิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พัฒณพงษ์ ลีวงศ์พันธ์ . "ผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงินที่มีต่ออุปสงค์ของเงิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. พัฒณพงษ์ ลีวงศ์พันธ์ . ผลกระทบของนวัตกรรมทางการเงินที่มีต่ออุปสงค์ของเงิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
