| ชื่อเรื่อง | : | การเพาะเลี้ยงอับละอองเกสรของข้าวหอม (~iOryza sativa~i L.) ลูกผสมชั่วที่ 1และลูกชั่วที่ 2 เพื่อการผลิตต้น doubled haploid ที่มีลักษณะไม่ไวต่อช่วงแสง |
| นักวิจัย | : | จันทร์วิภา บุญอินทร์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546000414 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การเพาะเลี้ยงละอองเกสรของข้าวหอม (~iOryza sativa~i L.) ลูกผสมชั่วที่ 1และลูกชั่วที่ 2 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/ชัยนาท 1 และคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/สุพรรณบุรี 2เพื่อการผลิตต้น doubled haploid ที่มีลักษณะไม่ไวต่อช่วงแสง พบว่าช่อดอกที่ตัดจากต้นข้าวลูกผสมชั่วที่ 1 และลูกชั่วที่ 2 ที่มีระยะห่างระหว่างข้อของใบธงกับใบที่อยู่รองลงมา 5-12 เซนติเมตร ละอองเกสรมีการพัฒนาอยู่ในระยะ mid ถึง late uninucleateซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงอับละอองเกสร เมื่อนำอับละอองเกสรมาเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร Chu-2 เพื่อชักนำให้อับละอองเกสรสร้างแคลลัส พบว่าลูกชั่วที่ 2 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/ชัยนาท 1 อับละอองเกสรสร้างแคลลัสได้อัตราสูงสุด คือ 7.16 เปอร์เซ็นต์รองลงมาคือ ลูกชั่วที่ 2 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/สุพรรณบุรี 2 ลูกผสมชั่วที่ 1ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/ชัยนาท 1 และลูกผสมชั่วที่ 1 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ105/สุพรรณบุรี 2 โดยอับละอองเกสรสร้างแคลลัสได้ในอัตรา 3.71, 2.09 และ 1.95 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ เมื่อย้ายแคลลัสที่ได้ซึ่งมีขนาด 1-2 มิลลิเมตร ไปเลี้ยงบนอาหารสูตร LSเพื่อชักนำให้แคลลัสพัฒนาไปเป็นต้น พบว่าลูกชั่วที่ 2 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/ชัยนาท 1แคลลัสพัฒนาไปเป็นยอดสีเขียวได้อัตราสูงสุดคือ 13.76 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือลูกชั่วที่ 2ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/สุพรรณบุรี 2 ลูกผสมชั่วที่ 1 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/ชัยนาท 1และลูกผสมชั่วที่ 1 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/สุพรรณบุรี 2 โดยแคลลัสพัฒนาไปเป็นต้นได้ในอัตรา 3.06, 1.69 และ 1.41 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และต้นข้าว A(,1) ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงอับละอองเกสรของลูกชั่วที่ 2 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ 105/ชัยนาท 1 มีจำนวน18 ต้น ประกอบด้วยต้นที่เป็น haploid ซึ่งเป็นหมันไม่สามารถผลิตเมล็ดได้จำนวน 12 ต้น(66.67%) และต้นที่เป็น doubled haploid ซึ่งสามารถผลิตเมล็ดได้ 6 ต้น (33.33%)ต้น A(,1) เหล่านี้มีความแปรปรวนสูงทั้งในลักษณะทางสัณฐานวิทยาและลักษณะทางเกษตรเมื่อเมล็ดสุกแก่ได้เก็บเกี่ยวเมล็ดและจะนำเมล็ดไปปลูกเป็นต้นลูกชั่ว A(,2) เพื่อตรวจสอบความไวต่อช่วงแสงต่อไป ในขณะที่ต้น A(,1) ของลูกชั่วที่ 2 ของคู่ผสมขาวดอกมะลิ105/สุพรรณบุรี 2 มีจำนวน 22 ต้น เป็นต้น haploid ทั้งหมด (100%) ซึ่งเป็นหมันไม่สามารถผลิตเมล็ด A(,2) ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบความไวต่อช่วงแสงของลูกชั่ว A(,2) ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
จันทร์วิภา บุญอินทร์ . (2546). การเพาะเลี้ยงอับละอองเกสรของข้าวหอม (~iOryza sativa~i L.) ลูกผสมชั่วที่ 1และลูกชั่วที่ 2 เพื่อการผลิตต้น doubled haploid ที่มีลักษณะไม่ไวต่อช่วงแสง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จันทร์วิภา บุญอินทร์ . 2546. "การเพาะเลี้ยงอับละอองเกสรของข้าวหอม (~iOryza sativa~i L.) ลูกผสมชั่วที่ 1และลูกชั่วที่ 2 เพื่อการผลิตต้น doubled haploid ที่มีลักษณะไม่ไวต่อช่วงแสง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จันทร์วิภา บุญอินทร์ . "การเพาะเลี้ยงอับละอองเกสรของข้าวหอม (~iOryza sativa~i L.) ลูกผสมชั่วที่ 1และลูกชั่วที่ 2 เพื่อการผลิตต้น doubled haploid ที่มีลักษณะไม่ไวต่อช่วงแสง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. จันทร์วิภา บุญอินทร์ . การเพาะเลี้ยงอับละอองเกสรของข้าวหอม (~iOryza sativa~i L.) ลูกผสมชั่วที่ 1และลูกชั่วที่ 2 เพื่อการผลิตต้น doubled haploid ที่มีลักษณะไม่ไวต่อช่วงแสง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
