| ชื่อเรื่อง | : | อัตมโนทัศน์ การสนับสนุนทางสังคม กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุรา เรื้อรัง ศึกษาเฉพาะกรณี: โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ปทุมธานี |
| นักวิจัย | : | ไพรัช บวรสมพงษ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60846 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเรื่อง อัตมโนทัศน์ การสนับสนุนทางสังคม กับพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ศึกษาเฉพาะกรณี : โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ปทุมธานี มีวัตถุ ประสงค์เพื่อศึกษาถึงระดับและความสัมพันธ์ของอัตมโนทัศน์ การสนับสนุนทางสังคม และ พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ในการศึกษาครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกที่เข้ารับการศึกษาที่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ปทุมธานี ในระหว่างเดือนมกราคม 2542 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2542 จำนวน 85 คน เก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ด้วยแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น วิะเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS/PC(+) หาค่าสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ คือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความ สัมพันธ์ด้วยสถิติไคสแควร์ (Chi-square) และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearsons Product Moment Correlation Coefficient) ผลการศึกษาพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาทั้งหมดเป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 20-68 ปี โดยช่วงอายุ ระหว่าง 40-49 ปี มีจำนวนมากที่สุด ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา หรือ ปวช. มีสถานภาพสมรสคู่ นับถือศาสนาพุทธ มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 3,001- 6,000 บาท ประกอบอาชีพรับจ้าง อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยอาศัยอยู่กับคู่ สมรส ไม่มีผู้ดื่มสุราในครอบครัว มีระยะเวลาในการดื่มสุราระหว่าง 16-25 ปี มากที่สุด ส่วนใหญ่มีเหตุผลในการดื่มสุราเพื่อเข้าสังคมหรือเพื่อนฝูงชักชวน สำหรับปัญหาในปัจจุบัน ของกลุ่มตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพร่างกาย โดยบุคคลที่กลุ่มตัวอย่าง มักจะขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือ คือ ญาติพี่น้อง และเหตุผลที่กลุ่มตัวอย่าง เข้ามารับการรักษาในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เนื่องจากต้องการเลิกสุรา 2. อัตมโนทัศน์ของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง พบว่า ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังมี อัตมโนทัศน์ระดับปานกลางมากที่สุด รองลงมามีอัตมโนทัศน์ระดับสูง และมีอัตมโนทัศน์ ระดับต่ำ ตามลำดับ และพบว่า อัตมโนทัศน์ของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังที่อยู่ในระดับสูง ที่สุด คือ สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ดี รองลงมา คือ รู้สึกว่าตนเองไม่ใช่คนสำคัญ ส่วน อัตมโนทัศน์ของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด คือ พยายามดูแลและรักษา สุขภาพของตนเอง 3. การสนับสนุนทางสังคมของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง พบว่า ผู้ป่วยโรคพิษสุรา เรื้อรังมีการสนับสนุนทางสังคมระดับปานกลางมากที่สุด รองลงมามีการสนับสนุนทางสังคม ระดับต่ำ และมีการสนับสนุนทางสังคมระดับสูง ตามลำดับ และพบว่าการสนับสนุนทางสังคม ของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังที่อยู่ในระดับสูงที่สุด คือ เมื่อพบปะเพื่อนฝูงหรือคน รู้จักมักจะทักทายเสมอ รองลงมา คือ เมื่อไม่สบายมีคนคอยช่วยเหลือดูแล ส่วนการสนับสนุน ทางสังคมของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังที่อยู่ในระดับต่ำสุด คือ รู้สึกว่ารับรู้ข้อมูล ข่าวสารที่ทันสมัยเสมอ 4. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง พบว่า ผู้ป่วยโรคพิษสุรา เรื้อรังมีพฤติกรรมการดูแลตนเองระดับปานกลางมากที่สุด รองลงมามีพฤติกรรมการดูแลตนเอง ระดับต่ำ และมีพฤติกรรมการดูแลตนเองระดับสูงตามลำดับ และพบว่าพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังที่อยู่ในระดับสูงที่สุด คือ พึ่งตนเองในการปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน รองลงมา คือ อาบน้ำ แปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ส่วนพฤติกรรมการดูแล ตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด คือ ออกกำลังกายอย่าง สม่ำเสมอ 5. ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า อัตมโนทัศน์มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และการสนับสนุน ทางสังคมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง อย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จากผลการศึกษา ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะดังนี้ ในระดับบุคคล ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรช่วยกันส่งเสริม สนับสนุนและหาวิธีกระตุ้นให้ ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังเกิดอัตมโนทัศน์ที่ดี เพื่อจะได้เกิดกำลังใจและแรงจูงใจในการ ดูแลตนเอง และนักสังคมสงเคราะห์ควรมีการเยี่ยมเยียนผู้ป่วยหลังการรักษา เพื่อติดตามและ ประเมินผลจากการรักษา ในระดับครอบครัว นักสังคมสงเคราะห์ควรเข้ามามีบทบาทในการให้คำ แนะนำปรึกษา ประสานความร่วมมือระหว่างผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังกับสมาชิกในครอบครัว และ ควรมีการให้ความรู้แก่ญาติของผู้ป่วย เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหา และรู้ถึงวิธีการดูแล เสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ผู้ปกครองยังควรปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้ แก่บุตรหลานในครอบครัว รวมทั้งแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกัน มิให้บุตรหงานหันไปพึ่งพายาเสพติด ระดับกลุ่ม นักสังคมสงเคราะห์ควรจัดให้มีโครงการ ส่งเสริมแหล่งสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ระดับสังคม เครือข่ายทาง สังคมทั้งภาครัฐ และองค์กรเอกชนควรร่วมมือกันรณรงค์เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ ผลและโทษภัยที่เกิดจากการดื่มสุราให้มีความชัดเจน และสื่อมวลชนควรเข้ามามีบทบาทในการ นำเสนอข่าวสารและภาพลักษณ์ของสุราในลักษณะการเตือนสติของผู้ดื่ม ให้ตระหนักถึงอันตราย ที่เกิดจากการดื่มสุรา |
| บรรณานุกรม | : |
ไพรัช บวรสมพงษ์ . (2541). อัตมโนทัศน์ การสนับสนุนทางสังคม กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุรา เรื้อรัง ศึกษาเฉพาะกรณี: โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ปทุมธานี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพรัช บวรสมพงษ์ . 2541. "อัตมโนทัศน์ การสนับสนุนทางสังคม กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุรา เรื้อรัง ศึกษาเฉพาะกรณี: โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ปทุมธานี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพรัช บวรสมพงษ์ . "อัตมโนทัศน์ การสนับสนุนทางสังคม กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุรา เรื้อรัง ศึกษาเฉพาะกรณี: โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ปทุมธานี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ไพรัช บวรสมพงษ์ . อัตมโนทัศน์ การสนับสนุนทางสังคม กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคพิษสุรา เรื้อรัง ศึกษาเฉพาะกรณี: โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ปทุมธานี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
