| ชื่อเรื่อง | : | ผลของความร้อน - ความชื้น, คลื่นอัลทราโซนิกส์ และ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อสมบัติทางกายภาพของแป้งมันสำปะหลัง |
| นักวิจัย | : | เฉลิมเกียรติ ดุลสัมพันธ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546000995 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | แป้งมันสำปะหลังความชื้นร้อยละ 10-30 เมื่อถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน(100 (+,ฐ)C) คลื่นอัลทราโซนิกส์ (47 kHz. 234 W), คลื่นไมโครเวฟ (2450 kHz.850 W) รังสีอินฟราเรด (100 W) รังสีเอกซ์ (160 W 3 mA) และรังสีแกมมา (450 kCi334 W) ที่เวลาต่างๆ กัน พบว่า ขนาด และรูปร่างของเม็ดแป้งจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากแป้งดิบ - เม็ดแป้งยังคงสมบัติการหักเหสองทาง (Birefringency) การละลายและกำลังการพองตัวเพิ่มขึ้น เมื่อแป้งถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน และรังสีแกมมา แต่จะมีค่าลดลงเมื่อแป้งถูกกระทำด้วยรังสีอินฟราเรด คลื่นอัลทราโซนิกส์ และคลื่นไมโครเวฟ สมบัติการเกิดเจลาติไนเซชั่นของแป้งที่ถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน และคลื่นไมโครเวฟจะมีอุณหภูมิเริ่มต้น (To) อุณหภูมิที่จุดสูงสุด (Tp) และอุณหภูมิสุดท้ายของการหลอมละลาย(Tc) เพิ่มขึ้นจากแป้งดิบอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) พลังงานเอนทัลปี ((+,D)H) มีค่าลดลงจาก 14.96 J/g ในแป้งดิบเหลือเพียง 12.26 และ 13.10 J/g ตามลำดับ ความหนืดของแป้งเมื่อวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Rapid Visco Analyzer (RVA) ความหนืดสูงสุดจะลดลง เมื่อแป้งถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน รังสีอินฟราเรด รังสีเอกซ์ และรังสีแกมมาความหนืดสุดท้าย จะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อแป้งถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน (ความชื้นร้อยละ 20-25) และมีค่าลดลงเมื่อแป้งถูกกระทำด้วยรังสีอินฟราเรด รังสีเอกซ์ และรังสีแกมมา ลักษณะการจัดระเบียบโมเลกุลในเม็ดแป้ง พบว่า มีค่าความเป็นผลึกสัมพัทธ์ลดลงจากของแป้งดิบ เมื่อแป้งถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน และคลื่นไมโครเวฟ โดยลดลงจากร้อยละ 28-29 ในแป้งดิบ เหลือเพียงร้อยละ 22-24 ในขณะที่รูปแบบการเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ของแป้งมันสำปะหลังจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจัดเป็นแป้งชนิด Aการตรวจสอบองค์ประกอบภายในอนุภาคของเม็ดแป้งด้วยเครื่อง High Performance SizeExclusion Chromatography (HPSEC) พบว่าขนาดโมเลกุลของแป้งที่ถูกกระทำโดยคลื่นต่าง ๆไม่แตกต่างจากแป้งดิบ ความสามารถย่อยแป้งด้วยเอนไซม์ (อัลฟาอะมิเลส 48 ชั่วโมง)เพิ่มขึ้นในแป้งที่ถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน คลื่นอัลทราโซนิกส์ คลื่นไมโครเวฟ และรังสีอินฟราเรด จากร้อยละ 36 ในแป้งดิบเป็นร้อยละ 65 43 48 และ 39 ตามลำดับ ในขณะที่ความสามารถในการถูกย่อยด้วยเอนไซม์จะลดลงในแป้งที่ฉายรังสีเอกซ์ และรังสีแกมมาโดยมีระดับขั้นการย่อยร้อยละ 19 และ 21 ตามลำดับ และปริมาณอนุมูลอิสระที่เกิดวัดด้วยเครื่อง Electron Spin resonance (ESR) (เฉพาะแป้งที่ถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน คลื่นไมโครเวฟ และรังสีอินฟราเรด) พบว่า แป้งดิบจะมีปริมาณอนุมูลอิสระ2.97 x 10('6) ถึง 8.63 x 10('7) spin/g และจะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อแป้งที่ถูกกระทำด้วยคลื่นความร้อน คลื่นไมโครเวฟ และรังสีอินฟราเรด โดยมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นลดลงเมื่อแป้งมีความชื้นเพิ่มขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
เฉลิมเกียรติ ดุลสัมพันธ์ . (2546). ผลของความร้อน - ความชื้น, คลื่นอัลทราโซนิกส์ และ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อสมบัติทางกายภาพของแป้งมันสำปะหลัง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เฉลิมเกียรติ ดุลสัมพันธ์ . 2546. "ผลของความร้อน - ความชื้น, คลื่นอัลทราโซนิกส์ และ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อสมบัติทางกายภาพของแป้งมันสำปะหลัง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เฉลิมเกียรติ ดุลสัมพันธ์ . "ผลของความร้อน - ความชื้น, คลื่นอัลทราโซนิกส์ และ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อสมบัติทางกายภาพของแป้งมันสำปะหลัง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. เฉลิมเกียรติ ดุลสัมพันธ์ . ผลของความร้อน - ความชื้น, คลื่นอัลทราโซนิกส์ และ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อสมบัติทางกายภาพของแป้งมันสำปะหลัง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
