ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย
นักวิจัย : สำฤทธิ์ ราชสมณะ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60775
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคก็คือราชการบริหารส่วนกลางนั่นเอง เพียงแต่ว่า มีการแบ่งอำนาจ (Deconcentration) ของส่วนกลางไปให้หน่วยงานสาขา (Field Office) ของตนที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดได้ดำเนินงานตามนโยบายและอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบ หมาย เท่ากับเป็นการนำบริการของรัฐที่ส่วนกลางรับผิดชอบลงไปยังพื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมายใน ขณะเดียวกันก็เป็นจุดประสานเชื่อมโยงกำกับดูแลหน่วยงานอื่นที่ปฏิบัติงานในเขตจังหวัด เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคจะมีความสัมพันธ์กับ การบริหารราชการส่วนกลางเพราะส่วนกลางจะต้องแบ่งมอบอำนาจไปให้ตัวแทนของตนในส่วน ภูมิภาคมีอำนาจตัดสินใจหรือสั่งการได้บางระดับ ดังนั้นประสิทธิภาพของการบริหารราชการส่วน ภูมิภาคจึงขึ้นอยู่กับว่าส่วนกลางจะแบ่งมอบอำนาจไปให้ตัวแทนของตนในส่วนภูมิภาคมีอำนาจ ตัดสินใจหรือสั่งการได้ในระดับที่เหมาะสมเพียงพอหรือไม่ นอกจากนั้นการจัดระเบียบบริหารราชการ ส่วนภูมิภาคยังมีความสัมพันธ์กับการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเพราะเป็นการดำเนินการ ในพื้นที่เดียวกัน ซ้ำซ้อนกัน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงไปของการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น การดำเนินการของการบริหารราชการส่วนกลางบางประการ รวมทั้งปัญหาของการจัดระเบียบ บริหารราชการส่วนภูมิภาคในตัวเองจะสะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาของการจัดระเบียบบริหาร ราชการส่วนภูมิภาคของไทยในภาพรวม จากการศึกษาในครั้งนี้พบว่าสภาพปัญหาของการจัดระเบียบ ราชการส่วนภูมิภาคของไทย มีดังต่อไปนี้ 1. ปัญหาด้านโครงสร้างของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค คือโครงสร้างของตำบลและ หมู่บ้าน ซี่งตำบลกำลังจะถูกยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแพทย์ประจำตำบล จะไม่มีบทบาทในการเป็นผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลอีกต่อไป ทำให้พื้นที่ตำบลเดียวกัน แต่มีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนถึง 2 ชุด คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมาจากการเลือกของประชาชนอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี เป็นผู้บริหารตำบล และ หมู่บ้านในฐานะส่วนภูมิภาคและคณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมาจากการ เลือกตั้งของประชาชนอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี เป็นผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลในฐานะ ส่วนท้องถิ่น อีกปัญหาหนึ่งคือ ปัญหาเกี่ยวกับเขตหรือภาคทางวิชาการทำให้เกิดปัญหาในเรื่อง เอกภาพในการปกครองบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ 2. ปัญหาด้านอำนาจหน้าที่ของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค เป็นปัญหาที่แสดงว่า ส่วนกลางยังคงสงวนอำนาจการบริหารไว้ที่ส่วนกลางเป็นส่วนใหญ่ยังไม่มีการแบ่งมอบอำนาจ ให้ส่วนภูมิภาคอย่างเพียงพอที่จะทำให้ส่วนภูมิภาคนำภารกิจของส่วนกลางไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาในด้านนี้คือ จังหวัดไม่มีอำนาจในการตั้งคำของบประมาณ ส่วนกลาง ไม่มีการมอบอำนาจอย่างแท้จริง และจังหวัดไม่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับกิจการ สาธารณะภายในจังหวัด 3. ปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดการบริหารราชการ ได้แก่ ปัญหาการจัดตั้ง หน่วยงานจากส่วนกลางไปดำเนินงานในส่วนภูมิภาคโดยตรง จะเป็นการบั่นทอนเอกภาพของ ส่วนภูมิภาคในระดับจังหวัดและอำเภอมากยิ่งขึ้น และยังขาดจุดร่วมที่จะเป็นศูนย์กลางของการ ควบคุมประสานงานและปัญหาการขยายอำนาจบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งทำให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับหลักการปกครองตนเองของประชาชน ในท้องถิ่นตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งสามรูปแบบคือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และ องค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งรัฐบาลก็มีนโยบายให้ความสำคัญกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการกระจายอำนาจด้วยการถ่ายโอนการบริการสาธารณะในด้านต่างๆ ไปให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดำเนินการมากขึ้น จากสภาพปัญหาของการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทยดังกล่าวข้างต้น จึงได้เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย ดังนี้ 1. ให้ยกเลิกการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทยในส่วนของการจัดการ ปกครองอำเภอที่แบ่งเป็นตำบลและหมู่บ้าน โดยให้มีการบริหารในรูปขององค์การบริหารส่วน ตำบล ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น 2. การปรับปรุงให้จังหวัดและอำเภอมีอำนาจมากขึ้น และปรับปรุงบทบาทให้สอดคล้อง กับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 โดยการกำหนดให้จังหวัด เป็นส่วนราชการสามารถมีคำขอเสนอตั้งงบประมาณในกิจการที่จังหวัดรับผิดชอบในด้าน การปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยให้จังหวัดทำหน้าที่คล้ายกรมที่ตั้งงบประมาณและบริหาร งบประมาณได้เอง ส่วนกลางต้องมอบอำนาจให้แก่จังหวัดมากขึ้นและให้จังหวัดมีอำนาจในการ กำหนดนโยบายเกี่ยวกับกิจการสาธารณะภายในจังหวัด โดยเมื่อจังหวัดจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด แล้วก็นำมาเป็นหลักในการพิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อขอตั้งงบประมาณของจังหวัด จังหวัดก็จะ มีอำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะภายในจังหวัดได้มากยิ่งขึ้น สำหรับอำเภอต้องปรับปรุงให้ เป็นเขตพื้นที่สำหรับการริเริ่มดำเนินการในการพัฒนาท้องถิ่นและการดำเนินการในทางปกครอง เกี่ยวกับท้องถิ่นของรัฐ ส่วนการปรับปรุงบทบาทจังหวัด อำเภอ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ คือ การสนับสนุนเทคนิค กฎหมายและวิชาการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การ ตรวจสอบนิติกรรมสัญญาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทำขึ้น การสร้างความเสมอภาคในการ พัฒนาการบริการ การประสานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยใช้บารมี (Charismatic Power) เป็นผู้ดำเนินการแก้ไขประเด็นปัญหาสาธารณะ (Public Issue) และการเป็นผู้เสริมบทบาท อำนาจหน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เป็นต้น 3. ให้มีการจัดตั้งหน่วยการบริหารราชการส่วนภูมิภาคขึ้นมาใหม่เรียกว่า ภาค หรือ กลุ่มจังหวัด เพื่อให้เขตหรือภาคทางวิชาการและหน่วยงานที่ส่วนกลางจัดตั้งไปดำเนินงาน ในส่วนภูมิภาคโดยตรงอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการภาค เพื่อรองรับสถานการณ์ของ การพัฒนาทางเศรษฐกิจภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาบเกี่ยวกับพื้นที่หลายจังหวัด และเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นบางอย่างซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จังหวัดต่างๆ ได้จัดทำโครงการร่วมกันพัฒนาเป็นกลุ่มจังหวัดแล้ว เมื่อตั้งภาคแล้วก็ให้ภาคมีอำนาจ มากขึ้นเช่นเดียวกับจังหวัด คือ สามารถมีคำขอตั้งงบประมาณได้ในกิจการที่ภาครับผิดชอบเพื่อ พัฒนากลุ่มจังหวัดหรือแก้ไขปัญหาของกลุ่มจังหวัดที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ส่วนกลางต้องมอบอำนาจ ให้แก่ภาคมากขึ้น และให้ภาคมีอำนาจในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับกิจการสาธารณะภายในภาค โดยให้ภาคสามารถจัดทำแผนพัฒนาภาคหรือแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดเพื่อนำมาเป็นหลักในการ พิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อตั้งคำของบประมาณของภาคหรือกลุ่มจังหวัดเพื่อให้ภาคได้มีอำนาจ ในการกำหนดนโยบายสาธารณะภายในภาคได้มากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับการปรับปรุงจังหวัด 4. ให้มีการดำเนินการระงับข้อขัดแย้งระหว่างองค์กรกำกับดูแลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฏีกา พ.ศ.2522 ก่อนที่จะมีศาล ปกครองขึ้นมาพิจารณาในกรณีนี้ การเสนอแนะถึงแนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาค โดยให้ยกเลิกตำบล และหมู่บ้านและให้มีการตั้งภาคหรือกลุ่มจังหวัด ส่วนภูมิภาคจะประกอบด้วย ภาค จังหวัด และอำเภอ ส่วนกลางจะมีภารกิจที่เน้นหนักในด้านนโยบายเป็นสำคัญ จึงต้องมีขนาดเล็กลง ส่วนภูมิภาคจะมีภารกิจเน้นการปฏิบัติตามนโยบายเป็นหน่วยปฏิบัติอย่างแท้จริง จึงต้องให้มี อำนาจมากขึ้น ส่วนท้องถิ่นจะมีภารกิจที่จำกัดเฉพาะพื้นที่โดยใช้ความรู้ ประสบการณ์ ภูมิปัญญา และทรัพยากรของท้องถิ่นเป็นสำคัญ การดำเนินการเช่นนี้นอกจากจะเป็นการลดขนาดของระบบ ราชการอันเป็นภาระหนักต่องบประมาณแผ่นดินแล้ว ยังจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของไทย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

บรรณานุกรม :
สำฤทธิ์ ราชสมณะ . (2541). แนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สำฤทธิ์ ราชสมณะ . 2541. "แนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สำฤทธิ์ ราชสมณะ . "แนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
สำฤทธิ์ ราชสมณะ . แนวทางการปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.