ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนต่อโครงการฝึกอบรมจริยธรรมในสถานสงเคราะห์ : ศึกษาเฉพาะกรณีสถานแรกรับเด็กหญิงพญาไท

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนต่อโครงการฝึกอบรมจริยธรรมในสถานสงเคราะห์ : ศึกษาเฉพาะกรณีสถานแรกรับเด็กหญิงพญาไท
นักวิจัย : ศรีสุวรรณ สรศักดิ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60741
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนต่อโครงการฝึกอบรมจริยธรรมในสถานสงเคราะห์: ศึกษาเฉพาะกรณีสถานแรกรับเด็กหญิงพญาไท มีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองฝึกอบรมจริยธรรม แก่เด็กและเยาวชนที่เข้ารับการสงเคราะห์ในถสานแรกรับฯ และศึกษาทัศนคติของเด็กและ เยาวชนหลังเข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งศึกษาปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อกำหนดแนวทาง การปรับปรุงแก้ไข โดยหวังว่าผลที่ได้รับจากการศึกษานี้จะสามารถนำไปเป็นแนวทางการฝึก อบรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชนในสถานแรกรับฯ และสถานสงเคราะห์อื่น ๆ ต่อไป การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลอง แบ่งวิธีการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน คือ การศึกษาวิจัยภาคเอกสาร ทำการศึกษาค้นคว้าเอกสารทางวิชาการ หนังสือวิทยานิพนธ์ รายงานการประชุม บทความจากนิตยสารต่าง ๆ ตลอดจนผลงานที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติ หลัก จริยธรรม และวิธีการฝึกอบรม แล้วกำหนดแนวทางการปฏิบัติและการศึกษาวิจัยภาคสนาม จัดทำ โครงการฝึกอบรมจริยธรรม และนำไปทดลองฝึกอบรมแก่เด็กและเยาวชนที่เข้ารับการสงเคราะห์ ในสถานแรกรับฯ โดยใช้หลักและวิธีการฝึกอบรม 3 วิธี ได้แก่ กิจกรรมประเภทการบรรยาย ประกอบด้วย การบรรยายธรรม และการเล่านิทานธรรม กิจกรรมประเภทกลุ่มสร้างสรรค์ประกอบ ด้วย การอภิปรายกลุ่มและการโต้วาทีธรรมะและกิจกรรมประเภทนันทนาการ ประกอบด้วยการ เล่นเกมส์สร้างเสริมจริยธรรม และการร้องเพลงส่งเสริมจริยธรรม ใช้ระยะเวลาในการฝึก อบรม 3 เดือน (72 ชั่วโมง) จริยธรรมที่นำมาฝึกอบรมจำนวน 10 ข้อ ประกอบด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต ความมีระเบียบวินัย ความเคารพเชื่อฟัง ความเมตตากรุณา ความกตัญญูกตเวที ความขยันหมั่นเพียร การรู้จักการอยู่ร่วมกัน การรู้จักใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา การรู้จัก คุณค่าของเวลา การพึ่งตนเอง และออกแบบสอบถามเพื่อประเมินผลหลังสิ้นสุดโครงการฝึก อบรม โดยใช้ปัจจัยวัดทัศนคติและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่เข้ารับการฝึกอบรมใน 5 ด้าน คือ ความสนใจ ความร่วมมือ ความรู้ ความเข้าใจ และการนำไปปฏิบัติ ออกแบบสอบถามและ สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่เพื่อวิเคราะห์และประเมินความคิดเห็นประกอบการศึกษา จากการศึกษาวิจัยพบว่าเด็กและเยาวชนที่เข้ารับการฝึกอบรมจริยธรรมครั้งนี้ส่วนใหญ่ มีสภาพปัญหาที่คล้ายคลึงกันคือ อยู่ในระะยะของวัยรุ่นตอนต้น ได้รับการศึกษามาค่อนข้างน้อย มีสถานภาพทางครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากบิดามารดาไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกันก่อนเข้ารับ การสงเคราะห์อาศัยอยู่กับบุคคลที่สาม ซึ่งไม่ใช่บิดามารดาของตน ส่วนมากเพิ่งเข้ารับ การสงเคราะห์ครั้งแรกและสาเหตุที่ต้องเข้ารับการสงเคราะห์ เนื่องจากมีปัญหาความประพฤติ มากที่สุด การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนปรากฏว่า ส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีมากต่อโครงการฝึก อบรมจริยธรรม ความรู้สึกต่อกิจกรรมแต่ละประเภทของเด็กและเยาวชนมีความแตกต่างกันตาม ระดับของอายุ คือ เด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 11-14 ปี จะสนใจและให้ความร่วมมือ ในกิจกรรมประเภทการบรรยาย (การเล่นนิทานธรรม) มากที่สุด ขณะที่เด็กและเยาวชนอายุ ระหว่าง 15-18 ปี รู้สึกสนใจและให้ความร่วมมือในกิจกรรมประเภทกลุ่มสร้างสรรค์ (การ โต้วาทีธรรมะ) มากกว่า ส่วนกิจกรรมประเภทนันทนาการเด็กและเยาวชนสนใจและให้ความ ร่วมมือมากทั้ง 2 กลุ่ม การได้รับความรู้จากกิจกรรมแต่ละประเภทมีความสัมพันธ์สอดคล้อง กันกับระดับความสนใจ และการให้ความร่วมมือของเด็กและเยาวชน การแสดงพฤติกรรมตอบสนอง โดยรวมขณะเข้ารับการฝึกอบรมของเด็กและเยาวชนอยู่ในระดับที่ดีมาก หลังเข้ารับการฝึก อบรมเด็กและเยาวชนมีความเข้าใจในหลักจริยธรรมมากขึ้น และสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิต ประจำวันของตนได้สอดคล้องกับความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกคนเห็นด้วยกับการจัด โครงการฝึกอบรมจริยธรรมครั้งนี้ โดยเห็นว่าสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ได้ปานกลาง และหลังเข้ารับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เห็นว่าเด็กและเยาวชนปฏิบัติตามหลัก จริยธรรมปานกลาง ด้านความเหมาะสมของกิจกรรมที่นำมาเป็นเครื่องมือในการฝึกอบรมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหมาะสมดีแล้ว โดยเห็นว่ากิจกรรมประเภทการบรรยายมีความ เหมาะสมปานกลาง กิจกรรมประเภทกลุ่มสร้างสรรค์มีความเหมาะสมมาก และกิจกรรมประเภท นันทนาการมีความเหมาะสมมากที่สุด จากผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้ทำให้ทราบว่า การฝึกอบรมจริยธรรมโดยใช้กิจกรรมเป็น เครื่องมือทำให้การฝึกอบรมมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากขึ้น เนื่องจากรูปแบบของ กิจกรรมเป็นสิ่งเร้าที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนสนใจให้ความร่วมมือ และทำให้เกิด การเรียนรู้ในการฝึกอบรมจริยธรรมครั้งนี้ กิจกรรมที่เด็กและเยาวชนสนใจให้ความร่วมมือและ ได้รับความรู้โดยมีค่าะคแนนเฉลี่ยมากที่สุดคือ การโต้วาทีธรรมะ ส่วนกิจกรรมที่มีค่าคะแนน เฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ การอภิปรายกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า มีปัญหาที่ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ ดีขึ้น ได้แก่ ควรหาวิธีการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเข้าใจและปฏิบัติตามหลักจริยธรรม การรู้จักการอยู่ร่วมกันเพิ่มขึ้นเพื่อลดปัญหาในการอยู่ร่วมกันของเด็กและเยาวชน เนื่อง จากการฝึกอบรมครั้งนี้ปรากฏว่าเด็กและเยาวชนมีความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักจริยธรรม ข้อนี้น้อยกว่าข้ออื่น ๆ และในการฝึกอบรมยังขาดอุปกรณ์ เครื่องมือที่ทันสมัยและเหมาะสม ควรได้รับการพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือให้ดีกว่าเดิม การฝึกอบรมครั้งต่อไปควรแบ่งตาม ระดับอายุ เนื่องจากพบว่าทัศนคติของเด็กและเยาวชนมีความแตกต่างกัน และควรปรับปรุง ในเรื่องเวลาในการฝึกอบรม เพราะช่วงบ่ายเป็นเวลาที่มีอากาศร้อน เด็กและเยาวชนไม่มี สมาธิที่จะฟัง ทำให้ง่วงนอน และควรกำหนดเวลาในการศึกษาให้มากกว่าเดิม เพื่อประโยชน์ ในการติดตามประเมินผลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

บรรณานุกรม :
ศรีสุวรรณ สรศักดิ์ . (2541). การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนต่อโครงการฝึกอบรมจริยธรรมในสถานสงเคราะห์ : ศึกษาเฉพาะกรณีสถานแรกรับเด็กหญิงพญาไท.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศรีสุวรรณ สรศักดิ์ . 2541. "การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนต่อโครงการฝึกอบรมจริยธรรมในสถานสงเคราะห์ : ศึกษาเฉพาะกรณีสถานแรกรับเด็กหญิงพญาไท".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศรีสุวรรณ สรศักดิ์ . "การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนต่อโครงการฝึกอบรมจริยธรรมในสถานสงเคราะห์ : ศึกษาเฉพาะกรณีสถานแรกรับเด็กหญิงพญาไท."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ศรีสุวรรณ สรศักดิ์ . การศึกษาทัศนคติของเด็กและเยาวชนต่อโครงการฝึกอบรมจริยธรรมในสถานสงเคราะห์ : ศึกษาเฉพาะกรณีสถานแรกรับเด็กหญิงพญาไท. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.