ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข
นักวิจัย : คณิศร เต็งรัง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60689
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของ ข้าราชการสตรีโสดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด ได้แก่ ปัจจัยทางประชากร ประกอบด้วยอายุ ระดับตำแหน่ง ลักษณะการอยู่อาศัย หน่วยงานที่ ปฏิบัติ ปัจจัยทางสุขภาพประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้ภาวะสุขภาพ และปัจจัยทางสังคม ประกอบด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ การสนับสนุนทาง สังคม โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวง สาธารณสุข ในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 250 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม ที่ผู้ศึกษาจัดทำขึ้น และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS โดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า T-Test และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) โดยการกำหนด ความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า ข้าราชการสตรีโสด ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 31-40 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับตำแหน่ง 4-6 มีรายได้อยู่ในช่วง 5,001-10,000 บาท/เดือน ลักษณะการพักอาศัยอยู่กับพ่อ แม่ บุคคลที่ใกล้ชิดสนิทสนมมากที่สุดคือพี่ น้อง สำหรับ เหตุผลที่ยังครองตนเป็นโสด เพราะพอใจที่อยู่เป็นอิสระ ตัวคนเดียว ปัจจัยทางสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ และการรับรู้ ภาวะสุขภาพนั้น พบว่า ข้าราชการสตรีโสดส่วนใหญ่ โดยเฉลี่ยมีความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริม สุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องมากที่สุดในเรื่องของการออก กำลังกาย และมีการรับรู้ภาวะสุขภาพ โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีการรับรู้ เกี่ยวกับสุขภาพในเรื่องของการไปตรวจสุขภาพประจำปี ทำให้ทราบโรคที่อาจเกิดขึ้นและรักษา ได้ทันท่วงทีในระดับสูง ส่วนปัจจัยทางสังคม ซึ่งประกอบด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพและ การสนับสนุนทางสังคมพบว่า ภายในหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการส่งเสริมสุขภาพโดยภาพรวม ได้แก่ มีสถานที่ออกกำลังกาย มีโรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ มีสวนหย่อมเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ มีชมรม/กลุ่มเพื่อนที่ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อส่งเสริม สุขภาพและมีบอร์ดเอกสารเกี่ยวกับสุขภาพ เมื่อพิจารณาการไปใช้บริการยังสถานที่ที่เอื้อ ต่อการส่งเสริมสุขภาพ พบว่า ข้าราชการสตรีโสด ส่วนใหญ่ไปใช้โรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และสถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งสถานที่ออกกำลังกายนั้นพบว่า โดยภาพรวมมีความพร้อมอยู่ใน ระดับปานกลาง สำหรับการสนับสนุนทางสังคมพบว่าข้าราชการสตรีโสดได้รับการสนับสนุนทางสังคม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยได้รับการสนับสนุนทางด้านอารมณ์เป็นอย่างมากในเรื่อง การได้รับความรัก ความห่วงใย และดูแลเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพ สำหรับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด ทั้ง 10 ด้าน ได้แก่ ด้าน การดูแลตนเองโดยทั่วไป ด้านการปฏิบัติโภชนาการ ด้านการออกกำลังกายและกิจกรรมเพื่อการ พักผ่อน ด้านแบบแผนการนอนหลับ ด้านการจัดการกับความเครียด ด้านการตระหนักในคุณค่าของ ตนเอง ด้านการมีจุดมุ่งหมายในชีวิต ด้านการมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น ด้านการควบคุมสิ่ง แวดล้อมและด้านการใช้ระบบบริการสุขภาพ พบว่า ส่วนใหญ่ในภาพรวมข้าราชการสตรีโสดมี พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เมื่อพิจารณาพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพรายด้าน พบว่าข้าราชการสตรีโสดมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการตระหนักในคุณค่าของตนเอง การมี จุดมุ่งหมายในชีวิต การมีสัมพันธภาพกับผู้อื่นและด้านการควบคุมสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านการดูแลตนเองโดยทั่วไป การปฏิบัติโภชนาการ การออก กำลังกาย และกิจกรรมเพื่อการพักผ่อน แบบแผนการนอนหลับ การจัดการกับความเครียดและการ ใช้ระบบบริการสุขภาพ อยู่ในเกณพ์ปานกลาง ผลการทดสอบสมมติฐาน สมมติฐานที่ 1: พบว่า ข้าราชการสตรีโสดที่มีอายุ ระดับตำแหน่ง ลักษณะการอยู่อาศัย และหน่วยงานที่ปฏิบัติต่างกัน ไม่มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพแตกต่างกัน สมมติฐานที่ 2: พบว่าข้าราชการสตรีโสดที่มีความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ ต่างกัน ไม่มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพแตกต่างกัน แต่สำหรับข้าราชการสตรีโสดที่มีการ รับรู้ภาวะสุขภาพต่างกัน จะมีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพแตกต่างกัน ทั้งนี้ข้าราชการ สตรีโสดที่มีการรับรู้ภาวะสุขภาพระดับสูง จะมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพดีกว่าข้าราชการ สตรีโสดที่มีการรับรู้ภาวะสุขภาพระดับต่ำ สมมติฐานที่ 3: พบว่าข้าราชการสตรีโสดที่มีสภาพแวดล้อมภายในหน่วยงานต่างกัน ซึ่งได้แก่การมีชมรม/ กลุ่มเพื่อน ที่ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อส่งเสริมสุขภาพ มีผลต่อ พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพแตกต่างกัน รวมทั้งข้าราชการสตรีโสดที่ได้รับการสนับสนุนทาง สังคมต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพแตกต่างกัน โดยข้าราชการสตรีโสดที่ได้รับ การสนับสนุนทางสังคมมาก จะมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพดีกว่าข้าราชการสตรีโสดที่ได้รับ การสนับสนุนทางสังคมปานกลางและได้รับเพียงเล็กน้อยหรือไม่ได้รับเลย ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ ของบุคลากรด้านสาธารณสุขและวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมสุขภาพ ตลอดจน หน่วยงานหรือองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องจะสามารถกำหนดนโยบาย การวางแผนและแนวทางปฏิบัติ ในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างถูกต้องต่อไป

บรรณานุกรม :
คณิศร เต็งรัง . (2541). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คณิศร เต็งรัง . 2541. "พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คณิศร เต็งรัง . "พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
คณิศร เต็งรัง . พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของข้าราชการสตรีโสด สังกัดส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.