| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ |
| นักวิจัย | : | ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60445 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเรื่อง ทัศนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อปัญหาการ บริหารงานของกรมตำรวจในปัจจุบัน และเพื่อศึกษาความคิดเห็นในการจัดตั้งสำนักงานตำรวจ แห่งชาติของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้กำกับการที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยวิธีการศึกษาจากเอกสาร และการวิจัย ภาคสนามประกอบกัน โดยการศึกษาจากกลุ่มประชากรระดับผู้กำกับการในกองบัญชาการตำรวจ นครบาลรวม 107 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.78 สัมภาษณ์นักวิชาการทั้งภายในและภายนอก กรมตำรวจรวม 9 ราย คิดเป็นร้อยละ 90 ของจำนวนประชากรเป้าหมาย โดยการใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้กำกับการมีความคิดเห็นว่าปัญหาการบริหารงานของกรมตำรวจมีอยู่ 5 ด้าน ที่สำคัญคือ ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมประชาชน ปัญหาด้าน แต่งตั้งโยกย้าย การให้ความดีความชอบ การถูกแทรกแซงจากอำนาจการเมือง การบริหารงาน ของกรมตำรวจซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่โดยอธิบดีกรมตำรวจ ไม่เป็นการกระจายอำนาจ และ ภารกิจของตำรวจมีอยู่มากมาย ส่งผลต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม 2. ผู้กำกับการส่วนใหญ่เห็นด้วยว่า ควรปรับปรุงโครงสร้างจากกรมตำรวจเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรูปแบบคณะกรรมการระดับต่าง ๆ ที่มาจากตัวแทนของประชาชน แต่ไม่เห็นด้วยว่าจะต้องอยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพราะอาจถูกแทรกแซงจากการเมือง เหมือนเดิม เห็นด้วยว่าควรสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนการปรับปรุงโครงสร้างเจ้าหน้าที่ ตำรวจระดับผู้กำกับการ เห็นว่าควรมีการทดลองปฏิบัติเสียก่อนเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจจะ เกิดขึ้นในอนาคต 3. การปรับปรุงโครงสร้างเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผู้กำกับการ เห็นว่าสามารถแก้ปัญหาในเรื่องงบประมาณ การให้ความร่วมมือของประชาชน การแต่งตั้งโยกย้าย และการให้ความดีความชอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานบุคคล 4. ประชาชนจะได้ประโยชน์จากการปรับปรุงโครงสร้าง โดยการเข้ามาร่วมการบริหารงาน ตำรวจ มีสิทธิที่จะเสนอแนวคิด ปัญหาในด้านต่าง ๆ ในการบริหารงานตำรวจผ่านองค์กร ที่มีผลรับรองตามกฎหมาย สำหรับแนวความคิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้กำกับการและนักวิชาการ มีแนวความคิด ในเรื่องโครงสร้างตำรวจในอย่างเดียวกัน จะแตกต่างกันในเรื่องแนวความคิดในเรื่องการ จัดองค์กรของกระบวนการยุติธรรม โดยนักวิชาการเห็นว่าควรให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง ไปขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม โดยฝ่ายนักวิชาการเห็นว่าตำรวจมีส่วนหนึ่งทำหน้าที่ใน กระบวนการยุติธรรม หากแยกงานตำรวจสอบสวนกลางส่วนหนึ่งที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน ไปอยู่ ในกระทรวงยุติธรรมแล้ว การทำงานจะสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ และจะเป็นหน่วยงานซึ่ง สามารถตรวจสอบการทำงานขององค์กรต่าง ๆ ทั้งเห็นว่าควรยกเลิกยศตำรวจที่ไม่ได้ทำหน้าที่ เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เช่น ตำรวจวิทยาการ สำนักงานแพทย์ใหญ่ กองการเงิน ฯลฯ เพราะจะสามารถกำหนดบทบาทของตำรวจได้ชัดเจน ลดการวิ่งเต้นโยกย้าย ข้ามสายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเกิดความมั่นคงในวิชาชีพ ข้อเสนอแนะของผู้ศึกษาที่ได้จากการวิจัย 1. หน้าที่ตำรวจคือการป้องกันคือการป้องกันไม่ให้เหตุเกิด มิใช่ปราบปราม ควรเน้น การมีส่วนร่วมของประชาชนมากกว่าการจับกุมหรือปราบปราม คือ การสร้างความสัมพันธ์อันดี ต่อประชาชน งานตำรวจจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ จะต้องทุ่มงบประมาณในด้านงานชุมชนและ มวลชนสัมพันธ์ โดยให้เห็นความสัมพันธ์ในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดตั้ง หน่วยงานแผนกงานที่รับผิดชอบงานด้านดังกล่าวโดยตรง และต่อเนื่อง เช่น ในสถานีตำรวจ ควรมีงานที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน งานอาสาสมัคร ในการที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยตรง เป็นการปลูกจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างดี รวมถึงการให้ความดีความชอบและให้ความสำคัญต่อบุคลากรที่ ทำหน้าที่ในด้านดังกล่าวด้วย 2. หากปรับปรุงองค์กรแล้วการทำงานยังถูกแทรกแซงอยู่ การทำงานไม่มีเอกภาพและ ไม่สามารถวางระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายให้กับข้าราชการตำรวจได้แล้ว จะส่งผลถึง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างแน่นอน 3. ควรวางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้ามสายงานให้ชัดเจนด้วยว่าต้องมีความสามารถ พิเศษในด้านใดบ้าง มีความเหมาะสมอย่างไร โดยจัดให้มีการทดสอบความรู้อย่างเป็นระบบ 4. การแต่งตั้งโยกย้ายและให้ความดีความชอบ จะต้องมีดัชนีชี้วัด รวมถึงประเมิน ผลงานประจำปีของข้าราชการตำรวจแต่ละฝ่ายแต่ละระดับให้ชัดเจนเห็นเป็นรูปธรรม โดยผู้ บังคับบัญชาต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง รวมถึงกระบวนการตรวจสอบ วัดผล การให้ความดี ความชอบ การแต่งตั้งจะต้องทำอย่างจริงจังไปพร้อมกับการปรับปรุงโครงสร้าง มิฉะนั้น แล้วการปรับปรุงโครงสร้างจะไม่ได้ผล 5. ควรมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การบริหารองค์กร ตลอดจน แนวทางการบริหารองค์กรและโครงสร้างของกรมตำรวจ ที่อยู่ในระดับบริหารทุกระดับเพื่อ ปรับปรุงหน่วยงาน และรองรับการบริหารงานแผนใหม่ ในด้านการปรับปรุงโครงสร้างเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะบุคลากรเป็นปัจจัยในแนวทางการบริหารงานที่จะเปลี่ยนแปลงไป 6. ควรจัดให้มีการทดลอง การบริหารงานระดับสถานีตำรวจที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารงานตำรวจ และทดสอบประเมินผลอย่างจริงจัง เพื่อหาข้อขัดข้องในการบริหารงาน รูปคณะกรรมการที่มาจากประชาชน 7. หากมีการจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แล้ว ในเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรมีผู้รับผิดชอบและเก็บข้อมูลในงานแต่ละด้านอย่างเป็นระบบ ที่มีอย่างถูกต้องและทันสมัยเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและสั่งการ 8. หากสวัสดิการตำรวจ ค่าตอบแทนไม่พอเลี้ยงชีพ ปัญหาในเรื่องของการเรียกหรือรับ ผลประโยชน์ของตำรวจก็ยังไม่หมดไปยากต่อการแก้ไขปัญหาการตอบสนองความต้องการและยาก ที่จะแสวงหาความร่วมมือของประชาชน การเรียกร้องตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงความมั่นใจในวิชาชีพตำรวจเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบ อาชีพตำรวจ 9. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ควรขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ควรเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้น กับหน่วยงานใด แต่ให้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะองค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่จะต้อง คอยควบคุมบุคคลในสังคมทุกอาชีพ ซึ่งทำให้เกิดความเสมอภาคในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นหลักในการ ปกครองแบบประชาธิปไตยซึ่งพบว่าในอดีตที่ผ่านมาถูกแทรกแซงจากการเมืองโดยตลอด หาก ปรับเปลี่ยนองค์กรแล้วยังขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทยแล้วก็จะไม่เกิดผลดี ฝ่ายการเมือง หรือข้าราชการการเมือง ควรมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายเท่านั้น หน้าที่ในการนำนโยบาย ไปปฏิบัติ ควรเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ แม้ทางปฏิบัติไม่อาจแยกการเมืองออกจากการ บริหาราชการได้ก็ตาม 10. ปัญหาในด้านต่าง ๆ ของกรมตำรวจ ควรแก้ไขโดยการปรับปรุงโครงสร้างกรมตำรวจ เป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรูปแบบคณะกรรมการระดับต่าง ๆ ที่มาจากประชาชนโดยจะทำให้ ประชาชนเข้ารับรู้ปัญหาในด้านต่าง ๆ ของกรมตำรวจ เช่น ปัญหาในด้านงานบริหารงานบุคคล งบประมารของกรมตำรวจที่ได้รับ และปัญหาในด้านต่าง ๆ ในลักษณะการกระจายอำนาจการบริหาร งานลักษณะ Joint Venture ซึ่งหากมีการจัดโครงสร้างการบริหารงานในรูปแบบดังกล่าวแล้ว เชื่อว่าปัญหาของกรมตำรวจจะได้รับการแก้ไขได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ผู้ศึกษาเห็นว่า ควรมีอำนาจในการออกระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารงาน, ตรวจสอบการทำงานของตำรวจด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับและทำตาม เป็น เครื่องมือที่สำคัญคือของคณะกรรมการ ส่วนอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายให้อยู่ในอำนาจของ ผู้บังคับบัญชาเช่นเดิม เพื่อเอกภาพในการบังคับบัญชาในองค์กร 11. ตัวแทนของประชาชนที่นำมาจัดตั้งเป็นคณะกรรมการนั้น ควรเป็นตัวแทนจาก ประชาชนจริง ๆ มิใช่ตัวแทนจากหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม เช่น อัยการ เพราะทำให้ ไม่เกิดเอกภาพในการทำงาน คณะกรรมการส่วนหนึ่งควรมาจากตำรวจซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว เพราะทราบถึงปัญหาของตำรวจได้ดี แต่ควรจะเป็นข้าราชการตำรวจซึ่งเกษียณราชการไปแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อจะไม่เกิดปัญหาในเรื่องของการสืบทอดอำนาจหลังจากเกษียณราชการ 12. หากการปรับปรุงโครงสร้างในอนาคตอันใกล้นี้เป็นผลสำเร็จ จะมีอธิบดีตำรวจ ภาคต่าง ๆ ผู้ศึกษาเชื่อว่าในช่วงของการเปลี่ยนแปลง นักการเมืองจะแสวงหาฐานอำนาจทาง การเมือง โดยแต่งตั้งบุคคลที่สามารถจะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการเลือกตั้งที่จะถึงใน อนาคตนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระวัง และหาวิธีการป้องกันปัญหา ดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ผู้ศึกษามีแนวความคิดในการจัดโครงสร้างตำรวจในอนาคตดังนี้ 1. งานเกี่ยวกับความมั่นคงภายใน ควรนำกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนและสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองมารวมกัน เพราะลักษณะการทำงานคล้ายคลึงกัน เมื่อเกิดเอกภาพและเกิด ความสอดคล้องต่อการประสานงาน และการปฏิบัติหน้าที่ใช้ชื่อว่า กองบัญชาการรักษาความ ปลอดภัย 2. รวมกองบัญชาการศึกษาและโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนตำรวจภูธรในภาคต่าง ๆ จัดเป็นหน่วยงานเกี่ยวกัน ใช้ชื่อว่า สถาบันตำรวจแห่งชาติ มีฐานะเป็นกองบัญชาการมี หน้าที่อบรมบุคลากรในแต่ละระดับในแนวทางเดียวกัน ง่ายต่อการควบคุมและตรวจสอบและ ประเมินผลการอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรของตำรวจให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น 3. ยกเลิกยศตำรวจในหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรม เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ ลดการวิ่งเต้นโยกย้ายข้ามสายงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการ บริการบุคคล หน่วยงานที่ควรยกเลิกยศคือ กองการเงินกรมตำรวจ สำนักงานวิทยาการ สำนักงาน แพทย์ใหญ่ กองพลาธิการ กองสวัสดิการ กองวิชาการ และกองคดี 4. แยกงานตำรวจน้ำ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจรถไฟ ตำรวจทางหลวง ตำรวจดับเพลิง คืนให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อให้เห็นบทบาทและหน้าที่ของตำรวจให้ชัดเจน สำหรับตำรวจน้ำ ควรไปขึ้นตรงกับกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ซึ่งได้นำตำรวจตระเวณชายแดน และสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมารวมกัน 5. รวมกองคดีกรมตำรวจและกองวิชาการรวมเป็น กองที่ปรึกษาและกฎหมาย เพราะ มีหน้าที่ในการปฏิบัติงานลักษณะอย่างเดียวกัน เป็นส่วนราชการระดับกองบัญชาการ 6. ในอนาคตตำรวจที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมคือ ตำรวจท้องถิ่น ควรแยกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางบางส่วนออกจากกรมตำรวจ ไปขึ้นกับ กระทรวงยุติธรรม ในการสอบสวนคดีสำคัญ และคดีที่ข้าราชการระดับสูง และนักการเมืองทุจริต กระทำผิด ทำหน้าที่เหมือนกับตำรวจ F.B.I ในประเทศสหรัฐอเมริกา 7. แยกกองบัญชาการตำรวจจราจรขึ้นอยู่กับกรุงเทพมหานครเพราะงานของตำรวจจราจร ไม่ใช่งานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยตรง 8. ให้จเรตำรวจขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของตำรวจต่อ นายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยเมื่อพบการกระทำผิดหรือประพฤติมิชอบให้รายงานต่อคณะกรรมการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งให้กองงานตรวจสอบภายใน กองบังคับการปราบปรามทุจริต และประพฤติมิชอบ ซึ่งมีหน้าที่ในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ จึงควร ที่จะรวมเป็นหน่วยงานเดียวกัน การปฏิบัติหน้าที่จะสามารถเข้าไปตรวจสอบและดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิด จเรตำรวจจะไม่ใช่เสือกระดาษอีกต่อไป นายกรัฐมนตรีก็สามารถใช้อำนาจ บริการงานทำการตรวจสอบและควบคุมการทำงานของตำรวจได้อย่างมีระบบ |
| บรรณานุกรม | : |
ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล . (2540). ทัศนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล . 2540. "ทัศนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล . "ทัศนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล . ทัศนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการจัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
