ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ : ศึกษา เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองกำกับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ : ศึกษา เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองกำกับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191)
นักวิจัย : สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60410
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้ อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีพื้นฐาน เงื่อนไข วิธีการและลักษณะ ต่าง ๆ อย่างไร เพื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ประกอบในการตัดสินใจ ใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุ และเพื่อแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการตัดสินใจใช้อาวุธปืน เข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชน และการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถที่จะแสดงภาพพจน์แรกของตำรวจในสายตาของประชาชน จะดีหรือเสื่อมเสีย อีกทั้งงานของตำรวจโดยเฉพาะเกี่ยวกับการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ใช้อาวุธปืนนี้ สามารถนำหลักการในวิทยาการต่าง ๆ ของงานสังคมสงเคราะห์เข้าไปมีส่วน สัมพันธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้ จึงได้เลือกทำการศึกษาในหน่วยงาน แผนกสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและ ปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยศึกษาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวน เหตุที่ต้องเลือกศึกษาเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวมีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ต้องสัมผัสกับประชาชนเป็นหน่วยแรก และในกรณีที่มี การปะทะกันระหว่างกลุ่มบุคคล เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องนำวิธีการต่าง ๆ มาใช้เพื่อ ระงับเหตุโดยให้มีความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งการศึกษาวิจัยนี้จะช่วยให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตัดสินใจได้เป็นอย่างดีว่าควรจะใช้วิธีการเช่นไรมาระงับเหตุ ภายใต้สถานการณ์ที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังทำให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจถึงเหตุผลความ จำเป็น ตลอดจนภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้เป็นอย่างดี ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ การสังเกต การค้นคว้าจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการแจกแบบสอบถาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งสิ้น 151 ชุด ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ตำรวจชั้นประทวนและพลตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 151 นาย จากการศึกษาพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่ มีอายุระหว่าง 26-30 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมากกว่าครึ่งหนึ่ง สมรสแล้วและยังอยู่ด้วยกัน ส่วนใหญ่มีผู้อยู่ในความอุปการะ 2 คน หรือต่ำกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่มียศสิบตำรวจตรี รองลงมา ได้แก่ สิบตำรวจเอก และจ่าสิบตำรวจ ตามลำดับ ส่วนใหญ่มีอายุราชการเป็นเวลา 5 ปี หรือต่ำกว่า และมีประสบการณ์ด้านงานสายตรวจเป็นเวลา 5 ปี หรือต่ำกว่าเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยได้รับการฝึกอบรมวิชาการด้านสายตรวจเพิ่มเติม นอกจากนี้ มากกว่า ครึ่งหนึ่งเป็นผู้มีความมั่นใจในการใช้อาวุธปืนเมื่อปฏิบัติหน้าที่ โดยส่วนใหญ่มีความ คาดหวังในอาชีพตำรวจในระดับปานกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุในสถานการณ์โดยรวมอยู่ในระดับปานกลางหรืออยู่ในขั้นชักอาวุธปืน จากซองเตรียมใช้ โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 2.57 คะแนน แต่เมื่อพิจารณาในรายสถานการณ์ แล้วพบว่ามีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุในสถานการณ์แห่งความ แน่นอนอยู่ในระดับต่ำ หรืออยู่ในขั้นใช้กำลังเข้าระงับเหตุ โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 1.73 คะแนน มีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุในสถานการณ์ แห่งความไม่แน่นอนอยู่ในระดับต่ำ หรืออยู่ในขั้นใช้กำลังเข้าระงับเหตุ โดยมีค่าคะแนน เฉลี่ยเท่ากับ 2.31 คะแนน และมีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุ ในสถานการณ์แห่งความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลางหรืออยู่ในขั้นชักอาวุธปืนจากซองเตรียมใช้ โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.22 คะแนน ผลการวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่มีส่วนสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้า ระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่มีสถานภาพการสมรสต่างกัน มีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุ ในสถานการณ์แห่งความแน่นอนต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีการเคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่างกัน มีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุในสถานการณ์โดยรวมต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในด้านภาวะสุขภาพจิตของเด็ก นักเรียนหญิง ส่วนใหญ่ในภาพรวมโดยเฉลี่ยมีภาวะสุขภาพจิตอยู่ในระดับค่อนข้างดี และ พิจารณาในองค์ประกอบ 3 ด้านของภาวะสุขภาพจิต ซึ่งได้แก่ ด้านการพัฒนาการรู้จักตนเอง และด้านเครือข่ายทางสังคม โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับค่อนข้างดี ส่วนด้านสัมพันธภาพในครอบครัว อยู่ในระดับดีมาก ในด้านการปรับตัว โดยภาพรวมของเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองกลุ่ม ส่วนใหญ่มีความ สามารถในการปรับตัวในระดับค่อนข้างดี ซึ่งสอดคล้องกันกับระดับภาวะสุขภาพจิตค่อนข้างดี เช่นเดียวกัน เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มพบว่า กลุ่มเด็กนักเรียนหญิงชาวไทยพื้นราบมีความ สามารถในการปรับตนเองและการปรับตัวทางสังคมในระดับค่อนข้างดี ส่วนเด็กนักเรียนหญิง ชาวไทยภูเขามีความสามารถในการปรับตนเองอยู่ในระดับปานกลาง และการปรับตัวทางสังคม อยู่ในระดับค่อนข้างดี สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีการถูกตั้งกรรมการสอบสวน ทางวินัยต่างกัน มีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุในสถานการณ์ แห่งความแน่นอนต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีความมั่นใจในการใช้อาวุธปืนเมื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างกัน มีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุในสถานการณ์แห่งความแน่นอน ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.000 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ที่มีการเคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่างกัน มีการใช้วิจารณญาณในการ ตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุในสถานการณ์แห่งความไม่แน่นอนต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับ 0.05 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีอุดมการณ์ ที่ว่าการลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อเป็นการแก้แค้นตอบแทนให้สาสมกับความผิดในลักษณะ ตาต่อตาฟันต่อฟันต่างกัน มีการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุใน สถานการณ์แห่งความเสี่ยงต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ~uข้อเสนอแนะ~u ในเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. ผู้ที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุควรที่จะ กำหนดมาตรการที่แน่ชัดว่าสถานการณ์เช่นไร จึงจะให้ใช้หรือไม่ให้ใช้อาวุธปืน โดยควร มีเกณฑ์ให้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 2. การใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจควรให้อยู่ในความควบคุม ตรวจตราของหัวหน้างานโดยใกล้ชิด โดยเริ่มตั้งแต่การเบิกจ่ายอาวุธปืน กระสุนปืน การ พกอาวุธปืนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการใช้อาวุธปืนในกรณีจำเป็น 3. ควรจัดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับสอดแทรกความรู้ด้านศีลธรรม จริยธรรม เข้าไว้ในหลักสูตรของ โรงเรียนพลตำรวจด้วย 4. ในส่วนที่เกี่ยวกับประชาชน ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้ รับทราบถึงบทบาทหน้าที่ ขั้นตอนการตัดสินใจใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประชาชน ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ได้ดียิ่งขึ้น

บรรณานุกรม :
สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ . (2540). การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ : ศึกษา เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองกำกับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ . 2540. "การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ : ศึกษา เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองกำกับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ . "การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ : ศึกษา เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองกำกับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ . การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้อาวุธปืนเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ : ศึกษา เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองกำกับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.