| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนโดยรวมต้นทุนสุขภาพจากการใช้สารป้องกันและกำจัด ศัตรูพืชของการทำวนเกษตรและเกษตรกระแสหลัก : กรณีศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา |
| นักวิจัย | : | สุจิตรา สันธนาภรณ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60395 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเรื่อง การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนโดยรวมต้นทุนสุขภาพจากการใช้ สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืชของการทำวนเกษตรและเกษตรกระแสหลัก : กรณีศึกษา จังหวัดฉะเชิงเทรา นี้มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการทำวนเกษตรและ การทำเกษตรกระแสหลัก ในประเด็นของต้นทุนสุขภาพจากการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัด ศัตรูพืชความคุ้มค่าต่อการลงทุน และการยอมรับเทคโนโลยีการผลิต เพื่อเพิ่มข้อมูลให้แก่ เกษตรกรและสังคมใช้ประกอบในการตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรในการผลิตอย่างเหมาะสม ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษานี้ ได้จากการสำรวจโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) เลือกครัวเรือนที่ทำวนเกษตร ทำสวนมะม่วง และทำนารวม 15 ราย ในอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และใช้วิธีการวิเคราะห์ต้นทุนสุขภาพตามหลัก ทุนมนุษย์ (Human capital approach) ซึ่งพิจารณาจากค่าใช้จ่ายและต้นทุนค่าเสียโอกาส เมื่อเกษตรกรมีอาการพิษเฉียบพลันและอาการพิษเรื้อรัง จากการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัด ศัตรูพืช แล้วนำมารวมในการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจ (Economic cost- benefit analysis) เพื่อดูความคุ้มค่าต่อการลงทุนในการทำการเกษตร โดยใช้เกณฑ์มูลค่า ปัจจุบันสุทธิ (Net present value NPV) เพื่อดูความสามารถในการทำกำไร และเกณฑ์อัตรา ผลตอบแทนต่อต้นทุน (Cost-benefit ratio B/C ratio) เพื่อดูประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้ อัตราคิดลด 10% และระยะเวลาโครงการ 20 ปี รวมถึงศึกษาเปรียบเทียบการยอมรับเทคโนโลยี การผลิต และสื่อที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจยอมรับเทคโนโลยีการผลิต (Innovation decision process) ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการทำวนเกษตรไม่มีต้นทุนสุขภาพจากการใช้สารเคมี ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้เพราะเป็นการผลิตแบบหลากหลายที่ช่วยลดการระบาดของแมลง และโรคพืช กอร์ปกับเกษตรกรให้ความสำคัญกับเหตุผลในเชิงสุขภาพมากกว่าเหตุผลในเชิง เศรษฐกิจ จึงมีการปฏิเสธสารเคมีป้องปันและกำจัดศัตรูพืชและมีการยอมรับสารป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชจากธรรมชาติในระดับต่ำ สำหรับการทำเกษตรกระแสหลักมีต้นทุนสุขภาพ กล่าวคือการทำสวนมะม่วงมีต้นทุนสุขภาพจากอาการพิษเฉียบพลันและอาการพิษเรื้อรัง รวมปีละ 28.9 บาท/ไร่ ส่วนการทำนามีต้นทุนสุขภาพจากอาการพิษเฉียบพลันและอาการพิษ เรื้อรัง รวมปีละ 97.2 บาท/ไร่ ทั้งนี้เพราะเกษตรกระแสหลักเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว (Monocropping) จึงทำให้แมลงและโรคพืชระบาดได้ง่าย กอร์ปกับเกษตรกรให้ความสำคัญ กับเหตุผลในเชิงเศรษฐกิจมากกว่าเหตุผลในเชิงสุขภาพ จึงมีการยอมรับสารเคมีป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชในระดับสูง ขณะเดียวกันด้วยเหตุผลในเชิงสุขภาพ จึงมีเกษตรกรที่ทำเกษตร และกระแสหลักบางส่วนต้องการใช้สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืชจากธรรมชาติทดแทนสารเคมี เมื่อนำต้นทุนสุขภาพซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิต มาคำนวณรวมในการวิเคราะห์ต้นทุน และผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจ พบว่าความคุ้มค่าต่อการลงทุนในการทำวนเกษตรคงเดิม โดย มีค่า NPV = 141,864 และ B/C ratio = 5.22 ส่วนการทำสวนมะม่วงเมื่อรวมต้นทุนสุขภาพ ทำให้ความคุ้มค่าต่อการลงทุนลดลงจากเดิม NPV = 152,550 และ B/C ratio = 6.52 ลดลง เหลือ NPV = 152,304 และ B/C ratio = 6.46 ส่วนการทำนาเมื่อรวมต้นทุนสุขภาพมีความ คุ้มค่าต่อการลงทุนลดลงจากเดิม NPV = (-2,076) และ B/C ratio = 0.90 ลดลงเป็น NPV = (-2,904) และ B/C ratio = 0.87 การที่ความคุ้มค่าต่อการลงทุนลดลงค่อนข้างน้อย เนื่องจากต้นทุนสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างมีค่าค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามสามารถแสดงแนวโน้ม ได้ว่า การทำเกษตรกระแสหลักที่มีการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชจะก่อให้เกิด เกิดต้นทุนสุขภาพ ซึ่งทำให้มีความคุ้มค่าต่อการลงทุนลดลง แม้ว่าการทำเกษตรกระแสหลักเมื่อมีต้นทุนสุขภาพ จะทำให้มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ลดลง แต่จากผลการศึกษาพบว่าการทำสวนมะม่วงยังคงให้ความคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่าการทำ วนเกษตรเล็กน้อย ทั้งนี้เนื่องจากต้นทุนสุขภาพจากการทำสวนมะม่วงมีค่าค่อนข้างน้อย กอร์ปกับผลตอบแทนจากการทำสวนมะม่วงมากกว่าผลตอบแทนจากการทำวนเกษตรในปีที่ 7-15 โดยผลตอบแทนที่มากกว่าในช่วงดังกล่าวมีค่าค่อนข้างมากขณะที่ผลตอบแทนจากการทำวนเกษตร มากกว่าผลตอบแทนจากการทำสวนมะม่วงในปีที่ 1-6 และตั้งแต่ปีที่ 16 เป็นต้นไป โดยผล ตอบแทนที่มากกว่าในช่วงแรกมีค่าค่อนข้างน้อย ส่วนผลตอบแทนที่มากกว่าในช่วงหลังแม้ว่า จะมีค่าค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในปีที่ 20 แต่เมื่อคิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน (Present value) แล้วจะมีค่าไม่มากนัก และการทำวนเกษตรเป็นการผลิตที่หลากหลายจึงมีต้นทุนในปีแรกสูงกว่า การทำสวนมะม่วงดังกล่าว ส่งผลให้ความคุ้มค่าต่อการลงทุนในการทำสวนมะม่วงยังคงมากกว่า การทำวนเกษตรในแง่ของกำไรและประสิทธิภาพการผลิต สำหรับการทำนานั้นไม่คุ้มค่าต่อการ ลงทุนโดยขาดทุนและไม่มีประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากมีค่าแรงที่สูงมากโดยเฉพาะในการ ปลูกและการเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตาม แม้ความคุ้มค่าต่อการลงทุนจะไม่ใช่ประเด็นชี้ชัดได้ว่าการทำ วน-เกษตรดีกว่าการทำเกษตรกระแสหลัก แต่พบว่า การทำวนเกษตรมีประเด็นที่ได้เปรียบ การทำเกษตรกระแสหลักหลายประเด็น อาทิเช่น การพึ่งตนเองได้ ผลตอบแทนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นลำดับ มีโอกาสในการเพิ่มรายได้ด้วยการจัดการ เป็นแหล่งพลังงาน มีมรดกที่สำคัญ ให้กับคนรุ่นต่อไป สามารถปรับการใช้แรงงานให้เหมาะสม ไม่มีต้นทุนสุขภาพจากการใช้สาร เคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และไม่มีผลกระทบภายนอกในเชิงลบต่อสังคม (External diseconomy) หากแต่มีผลกระทบภายนอกในเชิงบวกต่อสังคม (External economy) ด้วยลักษณะของการทำวนเกษตรที่เอื้อให้เกิดความได้เปรียบในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งพบว่าการทำวนเกษตรจะได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นกับ ความสามารถในการจัดการ อันเป็นผลสืบเนื่องจากกระบวนการเรียนรู้ที่จะผลิตแบบยั่งยืน ของเกษตรกร และผลการศึกษาเรื่องการยอมรับเทคโนโลยี พบว่าเกษตรกรสามารถปรับปรุงเทคโนโลยี ที่เหมาะสม (Appropriate technology) ระหว่างใช้ จึงก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จาก การผลิตได้ดีกว่าเทคโนโลยีสำเร็จรูป (Package technology) ที่เกษตรกรมักจะไม่ปรับปรุง ระหว่างใช้ โดยการทำวนเกษตรมีการยอมรับเทคโนโลยีที่เหมาะสมมากกว่าเทคโนโลยีสำเร็จรูป ส่วนการทำเกษตรกระแสหลักมีการยอมรับเทคโนโลยีสำเร็จรูปมากกว่าเทคโนโลยีที่เหมาะสม และขณะที่บางส่วนไม่มีการยอมรับเทคโนโลยีที่เหมาะสมเลย การที่วนเกษตรมีการยอมรับ เทคโนโลยีสำเร็จรูปอันเป็นเทคโนโลยีของเกษตรกระแสหลัก และเกษตรกระแสหลักบางส่วน มีการยอมรับเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพราะมีการแพร่กระจายของเทคโนโลยีการผลิต (Diffusion of innovation) ดังนั้นความแตกต่างของเทคโนโลยีการผลิต ระหว่างการทำวนเกษตร และการทำเกษตรกระแสหลักจึงอยู่ที่ระดับของการยอมรับเทคโนโลยี และที่สำคัญคือการ เกื้อกูลที่เป็นการผลิตเทคโนโลยีที่เหมาะสมขึ้นใช้เอง อันเป็นข้อได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ของวนเกษตร เนื่องจากวนเกษตรเป็นการผลิตแบบหลากหลาย จึงเอื้อต่อการเกื้อกูลได้มากกว่า การทำเกษตรกระแสหลักที่เป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว สำหรับสื่อที่มีอิทธิพลต่อการแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิต (knowledge stage) ในกระบวนการตัดสินใจยอมรับเทคโนโลยีการผลิต (Innovation decision stage) มีได้หลากหลายทั้งสื่อที่มีการสื่อสารแบบสองทาง (Two way communication) เช่น ธ.ก.ส. เพื่อนบ้าน และสื่อที่มีการสื่อสารแบบทางเดียว (One way communication) เช่น สื่อมวลชน สำหรับสื่อที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจยอมรับเทคโนโลยีการผลิต (Decision stage) มากที่สุด คือ เพื่อนบ้านซึ่งเป็นการสื่อที่มีการสื่อสารแบบสองทาง ทั้งนี้เนื่องจากมีความถี่ในการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและการได้เห็นผลในทางปฏิบัติ ผลจากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การทำวนเกษตรเป็นการเกษตรที่น่าสนใจกว่า เกษตรกระแสหลัก จึงเป็นการเกษตรที่สังคมและเกษตรกรควรจัดสรรทรัพยากรไปในการผลิต ให้มากขึ้น ในการส่งเสริมการทำวนเกษตรนั้นควรเน้นให้เกษตรกรมีเสรีภาพในการเลือก ทำการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพความพร้อมของปัจจัยการผลิตในฟาร์มและในท้องถิ่น โดยรัฐ ควรทำหน้าที่ในการจัดหาข้อมูลข่าวสาร เงินทุน และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกร ในการนี้มีสื่อที่น่าสนใจที่รัฐควรใช้เชื่อมโยงกับเกษตรกรคือ เพื่อนบ้านและการสาธิต ดูงาน โดยมีรูปแบบที่น่าสนใจ คือ ส่งเสริมให้มีครัวเรือนที่ทำวนเกษตรนำร่องในทุกพื้นที่ ซึ่งรัฐสามารถส่งเสริมโดยตรงกับครัวเรือนที่เป็นแปลงสาธิตนำร่องในพื้นที่ แล้วจะสามารถ แพร่กระจายวิธีการดังกล่าวไปสู่เพื่อนบ้านในพื้นที่ได้ โดยการได้เห็นผลในทางปฏิบัติ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร |
| บรรณานุกรม | : |
สุจิตรา สันธนาภรณ์ . (2540). การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนโดยรวมต้นทุนสุขภาพจากการใช้สารป้องกันและกำจัด ศัตรูพืชของการทำวนเกษตรและเกษตรกระแสหลัก : กรณีศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุจิตรา สันธนาภรณ์ . 2540. "การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนโดยรวมต้นทุนสุขภาพจากการใช้สารป้องกันและกำจัด ศัตรูพืชของการทำวนเกษตรและเกษตรกระแสหลัก : กรณีศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุจิตรา สันธนาภรณ์ . "การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนโดยรวมต้นทุนสุขภาพจากการใช้สารป้องกันและกำจัด ศัตรูพืชของการทำวนเกษตรและเกษตรกระแสหลัก : กรณีศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. สุจิตรา สันธนาภรณ์ . การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนโดยรวมต้นทุนสุขภาพจากการใช้สารป้องกันและกำจัด ศัตรูพืชของการทำวนเกษตรและเกษตรกระแสหลัก : กรณีศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
