ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พลวัตชุมชนล้านนาในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พลวัตชุมชนล้านนาในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
นักวิจัย : กฤษฎา บุญชัย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60210
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานศึกษาวิจัย พลวัตชุมชนล้านนาในการจัดการความ หลากหลายทางชีวภาพ เป็นความพยายามขั้นแรก ในการศึกษา มิติความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับความหลากหลายทาง ชีวภาพว่า ชุมชนท้องถิ่นในภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ชุมชนได้มีการพึ่งพาใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไร ในด้านใดบ้าง และชุมชนได้มีบทบาทในการจัดการ ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างไร และมองถึงกระบวนการ เรียนรู้ การปรับตัวของชุมชนทั้งในส่วนของภูมิปัญญา ซึ่ง เป็นทั้งระบบคุณค่า ความเชื่อ กระบวนการจัดการ องค์กร ในการจัดการ เนื่องจากในยุคสมัยปัจจุบัน กระแสการพัฒนา จากภายนอกที่เข้าสู่ชุมชนอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะ ทำให้ทรัพยากรชีวภาพถูกทำลาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการ ดำรงชีพของชุมชนในหลายด้น ชุมชนจะมีกระบวนการตั้งรับ และกระบวนการเชิงรุกอย่างไรเพื่อที่รักษา ฟื้นฟู และพัฒนา ความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนในเชิงเศรษฐกิจ การดำรงชีพ และเชิงระบบนิเวศน์ ชุมชนน้ำจำ ก็เป็นเช่นชุมชนท้องถิ่นทั่วไป ที่มี พัฒนาการขึ้นมาจากฐานทรัพยากรชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ภายใต้ เงื่อนไขในด้านต่าง ๆ ที่เอื้ออำนวย เช่น ระบบเศรษฐกิจ พึ่งตนเอง ความสมบูรณ์ของทรัพยากรและระบบนิเวศน์ ระบบสิทธิร่วมต่อทรัพยากร จำนวนประชากร ระบบคุณค่า ความเชื่อที่ควบคุมการใช้ทรัพยากร ภูมิปัญญาของชุมชน องค์กรและสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็ง ทำให้ชุมชนน้ำจำ ในอดีตมีศักยภาพเข้มแข็งในการจัดการทรัพยากรชีวภาพ ในหลายด้าน เช่น การจัดการในระบบการผลิตที่รักษาความ หลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรมในการบริโภค ภูมิปัญญา แพทย์พื้นบ้าน บทบาทในการคัดเลือกพันธุ์ การแลกเปลี่ยน และกระจายพืชพรรณ การรักษาระบบนิเวศน์ แต่เมื่อสายธารการพัฒนาได้หลั่งไหลมาสู่ชุมชน ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย เงื่อนไขที่เอื้อ ต่อการจัดการทรัพยากรชีวภาพแบบดั้งเดิมเริ่มเสื่อมลง แรงกดดันต่อการใช้ทรัพยากรจากภายนอกมีมากขึ้น เศรษฐกิจ การค้าและเงินตรา เข้ามาแทนที่การผลิตเพื่อพึ่งตนเอง เกษตรแผนใหม่รุกเข้ามาแทนที่เกษตรพื้นบ้าน พร้อมกับ นโยบายของรัฐในการจัดการป่าที่ละเมิดสิทธิชุมชนต่อทรัพยากร การแพทย์แผนใหม่ ได้เข้ามาแย่งบทบาทการแพทย์พื้นบ้าน สถาบันที่สืบสานภูมิปัญญาของชุมชน เช่น วัด ผู้อาวุโส เริ่ม หมดหน้าที่ โดยการแทนที่ของโรงเรียน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะ ดึงคนออกจากชุมชน ผลที่ตามมา คือ การเสื่อมโทรมของ ทรัพยากรชีวภาพอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านน้ำจำถูกดึงให้หลุด จากฐานทรัพยากรของตนเอง การพึ่งตนเองในการผลิต และการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสิ่งที่เป็นได้ ยากยิ่งขึ้นเมื่อชาวบ้านต้องพึ่งพาทรัพยากรและความรู้จาก ภายนอกที่เข้ามาจัดการระบบการผลิตรูปแบบใหม่ ทำให้ขาด กระบวนการริเริ่มสร้างสรรค์ในการฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญา ในการจัดการทรัพยากร สภาพที่เกิดขึ้นคือ ปัญหาหนี้สิน การอพยพไปรับจ้างแรงงาน การเปลี่ยนอาชีพ และการเกิด ขึ้นของวัฒนธรรมบริโภคนิยม ในขณะเดียวกันปัญหาความขัดแย้ง ในการใช้ทรัพยากรภายในชุมชน ระหว่างชุมชนก็เกิดขึ้น กลุ่มชาวบ้านยากจนที่หมดทางไป ก็ต้องหันหน้าเข้ามาใช้ ทรัพยากรที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระยะสั้น เช่น การตัดไม้ขาย ซึ่งก็สร้างความขัดแย้งกับกลุ่มชาวบ้าน ที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรในระยะยาว เช่น ชาวนา ชาวสวน ที่ต้องการรักษาป่าไว้เพื่อให้มีน้ำ ท่ามกลางวิกฤติปัญหาหลายประการ ชาวบ้านน้ำจำ บางส่วนที่ยังไม่เพลี่ยงพล้ำต่อกระแสการพัฒนา ได้เริ่ม ตั้งคำถาม และแสวงหาแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟู ทรัพยากรชีวภาพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเกิดขึ้นของกลุ่ม เกษตรผสมผสาน คณะกรรมการอนุรักษ์ป่าชุมชน กลุ่มเยาวชน ยาเมือง ด้วยเห็นว่าชุมชนจะดำรงอยู่ได้เมื่อมีฐานทรัพยากร ที่ดี กระบวนการฟื้นพลังของกลุ่มชาวบ้านน้ำจำดังกล่าว มิได้เป็นการปฏิเสธการพัฒนา และหวนกลับไปหารูปแบบการ จัดการทรัพยากรชีวภาพแบบดั้งเดิม เพราะเงื่อนไขแต่ละยุค สมัยย่อมไม่เหมือนกัน ตรงกันข้าม กระบวนการดังกล่าว เป็นการประยุกต์ภูมิปัญญาและการจัดการทรัพยากรชีวภาพที่มี อยู่เดิมผสมผสานกับแนวคิดใหม่ ความรู้ใหม่และการจัดการ แบบใหม่ แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม ผสมผสานกับระบบคุณค่า ดั้งเดิม พิธีกรรมประยุกต์ เช่น การบวชป่า จึงเกิดขึ้น เพื่อผลิตอุดมการณ์ การรักษาทรัพยากรในรูปแบบใหม่ วิธีคิด เรื่องการผลิตพึ่งตนเองได้ผสมผสานกับวิธีคิดเรื่องการ ค้าขาย การนำเทคนิควิธีการใหม่ เช่น เกษตรผสมผสานมา ปรับใช้ และการพัฒนากระบวนการจัดการ เช่น การจัดตั้ง องค์กรรูปแบบใหม่ขึ้นมา พลังสร้างสรรค์ของกลุ่มชาวบ้านน้ำจำบางส่วน แม้จะยังประสบปัญหาจากเงื่อนไขข้อจำกัดหลายด้าน แต่เมื่อ มองดูโดยรวมแล้วแนวทางดังกล่าวก็เริ่มได้รับการยอมรับ และขยายตัวมากขึ้น ทั้งในระดับชุมชน ระหว่างชุมชนเพื่อน บ้าน และจากภายนอกเองที่มีองค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ข้าราชการ ได้มีส่วนเข้ามาสนับสนุน ซึ่งกระบวนการสานพลัง ถักทอ ความร่วมมือระหว่างภาคีต่าง ๆ จะเป็นแนวทางที่สำคัญ ในการสนับสนุนให้ชุมชนมีศักยภาพที่เข้มแข็งในการจัดการ ทรัพยากรชีวภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายของการ มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์ ชุมชนท้องถิ่นมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีจากฐานภูมิปัญญาและทรัพยากรชีวภาพของตน และ สามารถเรียนรู้ในการจัดการทรัพยากรชีวภาพให้มีประสิทธิภาพ ปรับตัวได้อย่างมั่นคงในท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง ทุกขณะ

บรรณานุกรม :
กฤษฎา บุญชัย . (2539). พลวัตชุมชนล้านนาในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษฎา บุญชัย . 2539. "พลวัตชุมชนล้านนาในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษฎา บุญชัย . "พลวัตชุมชนล้านนาในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
กฤษฎา บุญชัย . พลวัตชุมชนล้านนาในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.