ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความโน้มเอียงในการทำงาน กับองค์การระบบราชการ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความโน้มเอียงในการทำงาน กับองค์การระบบราชการ
นักวิจัย : เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60189
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยเรื่อง การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความ โน้มเอียงในการทำงานกับองค์การระบบราชการ มีวัตถุ ประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความโน้มเอียงใน การทำงานกับองค์การระบบราชการ (Bureaucratic Orientation Test - BOT) ให้มีความเป็นมาตรฐานให้มาก ที่สุดเพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่ง ในการประเมินความเเหมาะสม ของผู้สมัครเข้าทำงานกับส่วนราชการในประเทศไทย 2. เพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมของการประเมินความ สอดคล้อง/เหมาะสมระหว่างบุคคล - งาน - องค์การ อันจะ เป็นประโยชน์ต่อการปรับใช้กับการสรรหาและคัดเลือกบุคคล เข้าสู่ตำแหน่งในองค์การ 3. เพื่อตรวจสอบคุณภาพในเชิงจิตมิติ (psychometric properties) ของแบบทดสอบความโน้มเอียงในการทำงานกับ องค์การระบบราชการ เพื่อใช้สำหรับการคัดเลือกบุคลากรของ องค์การระบบราชการในประเทศไทย 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางของการนำแบบทดสอบความ โน้มเอียงในการทำงานกับองค์การระบบราชการไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ในสถาบันหรือองค์การต่าง ๆ ที่สนใจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยนี้ คือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุ เป็นข้าราชการพลเรือนระดับ 3 เพื่อรับการบรรจุในส่วน ราชการต่าง ๆ ที่ทำการคัดเลือกโดยสำนักงาน ก.พ. ประจำปี พ.ศ. 2538 จำนวน 795 คน ในตำแหน่งบุคลากร 3 นิติกร 3 เศรษฐกร 3 วิเทศสัมพันธ์ 3 นักวิชาการเงินและบัญชี 3 และ นักบัญชี 3 โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบทดสอบ ความโน้มเอียงในการทำงานกับองค์การระบบราชการหรือแบบ ทดสอบ บีโอที และแบบประเมินความผูกพันกับองค์การหรือแบบ ประเมิน โอซีคิว ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1. แบบทดสอบบีโอที ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือพยากรณ์ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เมื่อคำนวณโดยใช้วิธีการ ของลอร์ชี ระหว่าง -.280 ถึง 1.000 ค่าอำนาจจำแนก ของข้อคำถามโดยวิธีการแบ่งกลุ่มสูง-กลุ่มต่ำ 25% เพื่อหา ค่าที มีค่าระหว่าง .98 ถึง 14.37 ค่าความเชื่อมั่นโดยการ หาค่าแอลฟา มีค่าเท่ากับ .7387 และมีค่าความคลาดเคลื่อน มาตรฐานเท่ากับ 5.040 2. แบบประเมิน โอซีคิว ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือเกณฑ์ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาตามวิธีการของลอร์ชี ระหว่าง -.333 ถึง 1.000 ค่าอำนาจจำแนกของข้อคำถามโดยวิธีการ แบ่งกลุ่มสูง-กลุ่มต่ำ 25% เพื่อหาค่าที มีค่าระหว่าง -.75 ถึง 16.33 ค่าความเชื่อมั่นโดยการหาค่าแอลฟามีค่าเท่ากับ .8116 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานเท่ากับ 3.533 3. ผลการวิเคราะห์คุณภาพภายนอกของแบบทดสอบ บีโอทีพบว่า แบบทดสอบบีโอที มีค่าความเที่ยงตรงเชิง พยากรณ์เท่ากับ .2743 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 รายงานวิจัยนี้ ได้เสนอแนะแนวทางการประยุกต์แบบ ทดสอบ บีโอที ไปใช้เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกบุคลากรเข้า สู่องค์การ และได้ระบุข้อปรับปรุงการวิจัยในอนาคต

บรรณานุกรม :
เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน . (2539). การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความโน้มเอียงในการทำงาน กับองค์การระบบราชการ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน . 2539. "การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความโน้มเอียงในการทำงาน กับองค์การระบบราชการ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน . "การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความโน้มเอียงในการทำงาน กับองค์การระบบราชการ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน . การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบความโน้มเอียงในการทำงาน กับองค์การระบบราชการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.