| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนะของพนักงานคุมประพฤติต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงานบริการสังคมของผู้ถูก คุมความประพฤติ |
| นักวิจัย | : | ปูชิตา นิลสิน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60573 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเรื่อง ทัศนะของพนักงานคุมประพฤติต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงานบริการ สังคมของผู้ถูกคุมความประพฤติ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ แนวคิด และวิธีการทำงานบริการสังคม เพื่อศึกษาวิเคราะห์ถึงปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน บริการสังคมของผู้ถูกคุมความประพฤติในทัศนะของพนักงานคุมประพฤติ และเพื่อศึกษาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของการทำงานบริการสังคม โดยใช้วิธีการศึกษาจากเอกสาร และการวิจัยภาคสนาม การวิจัยใช้ประชากรเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือ 1. พนักงานคุมประพฤติ ที่เป็นข้าราชการระดับ 3-5 จากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 2. ผู้บริหาร ได้แก่ ผู้ ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมชุมชน หัวหน้ากลุ่มงานบริการสังคมและ สวัสดิการสงเคราะห์ พนักงานคุมประพฤติระดับ 7 เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ภาคสนาม คือ ใช้แบบสอบถามเก้บรวบรวมข้อมูลจากพนักงานคุมประพฤติและใช้การสัมภาษณ์ผู้ บริหาร สถิติที่ใช้ในการศึกษา คือ อัตราส่วนร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม โดยใช้ t-test, f-test, Correlations ผลจากการศึกษาวิจัย แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผลการศึกษาวิจัยจากการส่งแบบสอบถามไปยังพนักงานคุมประพฤติ ได้รับการ ตอบกลับจำนวน 225 คน พบว่า พนักงานคุมประพฤติเป็นเพศชายและเพศหญิงจำนวนไม่แตกต่างกัน มากนัก ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 31-35 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ส่วนใหญ่รับราชการในตำแหน่งพนักงานคุมประพฤติเป็นระยะเวลา 1-2 ปี ซึ่งเป็นข้าราชการ ระดับ 3 และพนักงานคุมประพฤติที่เป็นกลุ่มประชากรส่วนใหญ่รับราชการในระดับ 5 และเคย ผ่านการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทำงานบริการสังคมของผู้ถูกคุมความประพฤติ และมีเพียง ส่วนน้อยที่ไม่ได้รับการฝึกอบรม ประชุม หรือสัมมนาในเรื่องการทำงานบริการสังคมอย่าง จริงจัง นอกจากนี้ในเรื่องของความรู้และความเข้าใจในการทำงานบริการสังคม พนักงาน คุมประพฤติ ส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจดีและถูกต้องในระดับปานกลางถึงระดับสูง ในการ ทดสอบสมมติฐานปรากฏผลว่า ความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติงานบริการสังคมด้านตัว พนักงานคุมประพฤติมีความสัมพันธ์กับทัศนะของพนักงานคุมประพฤติต่อปัญหาและอุปสรรคในการ ทำงานบริการสังคม เนื่องจากความรู้และความเข้าใจที่แตกต่างกันทำให้พนักงานคุมประพฤติ แต่ละคนมีทัศนะต่อปัญหาและอุปสรรคที่แตกต่างกัน สำหรับปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน บริการสังคมของผู้ถูกคุมความประพฤติในทัศนะของพนักงานคุมประพฤติ พบปัญหาที่สำคัญ คือ พนักงานคุมประพฤติมีจำนวนไม่เพียงพอ และปริมาณคดีในความรับผิดชอบมีมากเกินไป ศาลมักสั่ง ให้จำเลยทำงานบริการสังคมโดยไม่ผ่านการสืบเสาะจากพนักงานคุมประพฤติ ทำให้ผู้ถูกคุม ความประพฤติที่ไม่ผ่านการสืบเสาะส่วนใหญ่จะขาดความพร้อมในการทำงานบริการสังคม หน่วยงาน รองรับที่มีในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ สำนักงานคุมประพฤติไม่มีอุปกรณ์เพียงพอในการจัด กิจกรรม และประชาชนทั่วไปมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ถูกคุมความประพฤติ เป็นต้น จากปัญหา ดังกล่าวพนักงานคุมประพฤติจึงได้เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขการทำงานบริการสังคม โดยให้แก้ที่ปัญหาโดยตรง คือ ตัวพนักงานคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมความประพฤติ ศาล หน่วยงาน รองรับ สำนักงานคุมประพฤติ และประชาชนทั่วไป คือปลูกฝังทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการทำงาน บริการสังคมให้แก่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตัวพนักงานคุมประพฤติ ผู้ถูกคุม ความประพฤติ ศาล หน่วยงานรองรับ หรือประชาชนทั่วไป พร้อมกับขอความร่วมมือในการทำงาน บริการสังคมกับทุกฝ่าย เพื่อที่การทำงานบริการสังคมจะได้บรรลุวัตถุประสงค์และมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนที่ 2 จากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร พบว่า ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานบริการสังคม ของผู้ถูกคุมความประพฤติในทัศนะของผู้บริหาร คือ ปัญหาการขาดแคลนพนักงานคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมความประพฤติยังขาดความรู้ความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการทำงานบริการสังคม ศาลบางแห่งยังขาดความรู้ ความเข้าใจ แนวคิด ปรัชญา และวัตถุประสงค์ในการทำงานบริการ สังคม สำนักงานคุมประพฤติยังขาดบุคลากรที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านงานบริการ สังคม หน่วยงานรองรับที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ผู้ ถูกคุมความประพฤติอาศัยอยู่ และประชาชนทั่วไปมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ถูกคุมความประพฤติ เป็นต้น และจากปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้บริหารได้เสนอแนวทางในการแก้ไข คือ ควรที่จะ มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานบริการสังคมโดยตรงเพื่อลดภาระของพนักงานคุมประพฤติ พนักงานคุมประพฤติต้องทำการปฐมนิเทศน์ให้ผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าใจในวัตถุประสงค์ของ การทำงานบริการสังคมและปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนให้ เข้าใจในตัวผู้ถูกคุมความประพฤติและพร้อมจะให้ความร่วมมือในการทำงานบริการสังคม จึงเห็นได้ว่า ผู้บริหารและพนักงานคุมประพฤติ มีทัศนะที่สอดคล้องตรงกันในเรื่อง ปัญหาและอุปสรรคและแนวทางในการแก้ไขปัญหาในการทำงานบริการสังคมของผู้ถูกคุมความประพฤติ จึงทำให้เป็นผลดี และเป็นแนวทางที่จะทำให้การทำงานบริการสังคมบรรลุวัตถุประสงค์และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
ปูชิตา นิลสิน . (2540). ทัศนะของพนักงานคุมประพฤติต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงานบริการสังคมของผู้ถูก คุมความประพฤติ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปูชิตา นิลสิน . 2540. "ทัศนะของพนักงานคุมประพฤติต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงานบริการสังคมของผู้ถูก คุมความประพฤติ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปูชิตา นิลสิน . "ทัศนะของพนักงานคุมประพฤติต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงานบริการสังคมของผู้ถูก คุมความประพฤติ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ปูชิตา นิลสิน . ทัศนะของพนักงานคุมประพฤติต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงานบริการสังคมของผู้ถูก คุมความประพฤติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
