ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 7

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 7
นักวิจัย : ไตรรงค์ ผิวพรรณ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60570
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปราม อาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาเกี่ยวกับสถานภาพทั่วไป และปัญหาอุปสรรคมีผลกระทบอย่างไรต่อ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสายตรวจในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม อันได้แก่ สถานะ ส่วนต้ว คือ อายุ ยศ ลักษณะงานที่รับผิดชอบ ระดับการศึกษา ระยะเวลารับราชการ สถานภาพ ทางครอบครัว เป็นต้น รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสถานะส่วนตัว กับปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าที่ และทัศนะของตำรวจสายตรวจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการศึกษาหาแนวทางในการ พัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจ สายตรวจให้ดียิ่งขึ้น ในการดำเนินการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารและการวิจัย ภาคสนาม โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรที่ทำการศึกษา ซึ่งกลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้นั้น ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขต กลุ่มประชากรที่จะ ศึกษาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานด้านสายตรวจ ในระดับสถานีตำรวจทั้งหมดตั้งแต่ ระดับรองผู้กำกับการ (ฝ่ายป้องกันปราบปราม) และสารวัตรป้องกันปราบปราม ซึ่งเป็นผู้ มีหน้าที่ในการบริหารงานสายตรวจ, กำหนดนโยบาย และควบคุมสั่งการ จนถึงตำรวจชั้นประทวน ที่เป็นผู้ปฏิบัติที่สังกัดสถานีตำรวจ ในกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 จำนวน 10 สถานี จำนวน 246 คน ได้รับแบบสอบถามคืนจากกลุ่มประชากรครบทุกคน คิดเป็นจำนวน 100 เปอร์เซ็นต์ การวิเคราะห์ข้อมูลกระทำโดยการคำนวณและใช้สถิติ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การวิเคราะห์การผันแปรทางเดียว (One Way Analysis of Variance) โดยเสนอผลการศึกษาวิจัยในรูปของตารางประกอบคำ บรรยายและการวิเคราะห์ ~uผลการศึกษาวิจัยสรุปได้ดังนี้~u 1. เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงาน ด้านสายตรวจ ประจำสถานีตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ร้อยละ 52.4 อายุราชการตำรวจ 1-5 ปี ร้อยละ 39.8 อายุงานสายตรวจ 1-5 ปี ร้อยละ 65 ชั้นยศสิบตำรวจตรี-สิบตำรวจเอก ร้อยละ 62.6 มีระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในตำแหน่ง ปัจจุบัน 1-5 ปี ร้อยละ 72.4 มีระดับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ ปวช. ร้อยละ 58.9 มีอัตราเงินเดือนระหว่าง 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 82.5 สมรสแล้วและยังอยู่กับ คู่สมรส ร้อยละ 66.3 คู่สมรสประกอบอาชีพ ร้อยละ 56.4 อัตราเงินเดือนของคู่สมรสระหว่าง 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 19.7 มีภาระต้องอุปการะบุคคลจำนวน 1-2 คน ร้อยละ 48 สถานที่ พักอาศัยต้องเช่าบ้านอยู่ ร้อยละ 46.3 มีความถนัดในงานสายตรวจ ร้อยละ 79.3 งาน หน้าที่หลักที่ได้รับมอบหมายหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 60.6 ได้รับมอบหมายให้ มีงานในหน้าที่รอง ร้อยละ 71.2 ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ในรอบปี 1-2 ครั้ง ร้อยละ 53.3 2. จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีสถานภาพ สมรสแตกต่างกัน มีทัศนคติต่องานป้องกันปราบปรามแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 โดยกลุ่มที่สมรสแล้วและไม่มีปัญหาในครอบครัวคือยังอยู่กับคู่สมรส จะมี ทัศนคติในทางบวกมากกว่ากลุ่มคนโสด และกลุ่มที่หย่าร้างหรือแยกกันอยู่กับคู่สมรส 3. จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกลุ่มตัวอย่าง มีทัศนะ ในทางบวกหรือมีความเชื่อมั่นว่าจะแสวงหาความก้าวหน้าในงานสายตรวจได้ ซึ่งเป็นทัศนะ ที่ดีขึ้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 4. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกลุ่มตัวอย่างเสนอแนะให้มีการเพิ่มเบี้ยเลี้ยงสวัสดิการ เพื่อเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจ เพิ่มอัตรากำลังพลให้เพียงพอต่อปริมาณงาน ผู้บังคับบัญชาควรเอาใจใส่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชรอย่างใกล้ชิด และควรจัดให้มีการอบรม ความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจอย่างต่อเนื่อง ~uข้อเสนอแนะจากการวิจัย~u จากการศึกษาเกี่ยวกับระบบสายตรวจทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างให้การยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจนั้นมีความสำคัญ ต่อการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเป็นอย่างมาก ประกอบกับการที่ผู้วิจัยได้รับราชการตำรวจ และได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตำรวจสายตรวจ เป็นระยะเวลา 2 ปี จึงขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่พบจากการวิจัย ครั้งนี้ ดังนี้ 1. อัตรากำลังพลของตำรวจสายตรวจในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณงานและจำนวน ประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มอัตรากำลังพลนั้น ไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงเห็นควรปรับเกลี่ยกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจในสายธุรการ หรือในสายงานอื่น มาปฏิบัติ หน้าที่สายตรวจ หรือจัดให้ตำรวจในสายงานอื่นออกตรวจพื้นที่หรือสถานที่สำคัญ เช่น ธนาคาร ร้านค้าทอง ย่านธุรกิจ ฯลฯ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมตามสถานภาพอาชญากรรม 2. ควรมีการกำหนดงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเพียงหน้าที่เดียว หรือถ้า จะกำหนดให้มากกว่าหนึ่งหน้าที่ ควรกำหนดงานที่มีลักษณะเดียวกัน 3. จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ กับตำรวจสายตรวจเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ หากไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจัดหาให้ทุกคน ในระยะแรกควรจะจัดเป็นส่วนกลาง สำหรับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่จะเข้าเวรปฏิบัติ หน้าที่มาเบิกใช้ และเมื่อออกเวรแล้วให้ส่งมอบให้ผลัดต่อไป 4. ควรพิจารณาแก้ไขเรื่องรายได้และสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องสถานที่พักอาศัย ที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งกรมตำรวจยังไม่ได้รับงบประมาณในการจัดสร้างที่พักอาศัยให้เพียงพอ ต่อความต้องการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในระยะแรกทางสถานีตำรวจควรจัดสร้าง หรือหาห้องว่าง ในสถานีจัดเป็นโรงนอนรวมสำหรับให้ตำรวจสายตรวจพักเป็นการชั่วคราวเมื่อมาเข้าเวร ตอนกลางคืน หรือหลังจากออกเวรผลัดกลางคืน หรือในกรณีที่มีคำสั่งให้เตรียมพร้อมกำลัง ที่สถานีตำรวจ 5. ผู้บังคับบัญชาควรให้ความสนใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งเรื่องงานและเรื่อง ส่วนตัว ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี และควรมีการอบรมให้ตระหนักถึงความสำคัญและวัตถุ ประสงค์ของงานสายตรวจ ประชุมชี้แจงให้ทราบถึงนโยบายของผู้บังคับบัญชาในระดับสูงขึ้นไป และแนวทางในการปฏิบัติงานอันจะส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด 6. ควรจัดให้มีการศึกษาอบรม ให้ความรู้แก่ตำรวจสายตรวจ ในเรื่องของกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ยุทธวิธีตำรวจ กลยุทธการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ จิตวิทยา เป็น ระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดอบรมโดยทางกรมตำรวจนั้นต้องใช้งบประมาณในการจัด อบรมตำรวจแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก จึงไม่สามารถจัดอบรมได้อย่างต่อเนื่อง ทางสถานีตำรวจ จึงควรจัดให้ตำรวจในสถานีที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เป็นประจำทุกเดือน 7. ควรมีการปรับปรุงโครงสร้างกรมตำรวจให้มีความชัดเจน ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม สายงาน ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปฏิบัติการกับฝ่ายธุรการ มีการกระจายอำนาจการบริหาร งานบุคคล การให้ความดีความชอบ การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ไปสู่ระดับล่างซึ่งทำงาน ใกล้ชิดกับประชาชนให้มากที่สุด และกรมตำรวจควรเป็นหน่วยงานอิสระไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลใด ๆ เพื่อแก้ปัญหาอิทธิพลต่าง ๆ แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

บรรณานุกรม :
ไตรรงค์ ผิวพรรณ . (2540). ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 7.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไตรรงค์ ผิวพรรณ . 2540. "ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 7".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไตรรงค์ ผิวพรรณ . "ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 7."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ไตรรงค์ ผิวพรรณ . ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจสายตรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 7. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.