ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม สำหรับประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม สำหรับประเทศไทย
นักวิจัย : วิภาวี ศรเพียร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=60079
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศไทยเริ่มเกิดขึ้น ในปี พ.ศ.2516 ภายใต้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ให้อำนาจกระทรวงมหาดไทย เรื่องการ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ใช้ บังคับแก่นายจ้างภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรมและบริการ โดยมีคณะกรรมการค่าจ้างซึ่งเป็นคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาล เป็นผู้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเสนอให้รัฐมนตรีประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา และในปี พ.ศ.2536 มีการจัดตั้ง กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม บรรดาอำนาจต่าง ๆ ในการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำจึงโอนมายังกระทรวงแรงงานฯ ปัญหาเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน เพราะนับตั้งแต่ พ.ศ.2516 เป็นต้นมา ซึ่งมีการประกาศ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นครั้งแรกจนกระทั่งปัจจุบันรวม 23 ปี การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละครั้ง มักไม่เป็นที่ยอมรับทั้ง จากฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง เนื่องจากหลักเกณฑ์การ กำหนดไม่ชัดเจนพอ รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการค่าจ้าง แต่ละชุดใช้ก็จะแตกต่างกันไป ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และในที่สุดค่าจ้างขั้นต่ำกลับถูกกำหนดขึ้นจากอำนาจการต่อรอง ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยรัฐบาลเป็นผู้ไกล่เกลี่ย การศึกษาเรื่อง การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย จึงมีวัตถุประสงค์ หลักในการค้นหาข้อเท็จจริงว่า การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ในประเทศไทยที่ผ่านมามีความเหมาะสมเพียงใด โดยใช้ หลักเกณฑ์ทางสถิติขั้นสูงผนวกกับแนวคิดและทฤษฎีของการ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อสร้างปัจจัยตัวใหม่ซึ่งสามารถ ใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม โดยใช้ข้อมูลของกรุงเทพ มหานครเป็นกรณีศึกษา ผลการวิเคราะห์สมการถดถอยและคัดเลือกตัวแปรแบบ Stepwise พบว่า การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในช่วงปี 2516-2537 ที่ผ่านมา ค่าจ้างขั้นต่ำ (y) จะสัมพันธ์กับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม นอกภาคเกษตร (GPP) ค่าจ้างขั้นต่ำสุดของข้าราชการ (GOV) ระดับความยากจนในเขตเมือง (POV) และค่าใช้จ่ายเพื่อการ อุปโภคของครัวเรือนคนงาน (EXP) ซึ่งมีโมเดลความสัมพันธ์คือ Y = 35.723-3.274E-05GPP+0.008GOV+0.006POV+ 0.014EXP,R(2)=.996 ความสัมพันธ์ของโมเดลนี้เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า การ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ผ่านมาขึ้นกับตัวแปรใด และยังมี บางตัวแปรที่ควรนำมาใช้ในการกำหนดแต่ปรากฎว่าไม่มีความ สัมพันธ์กับการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงใช้ วิธีวิเคราะห์ปัจจัย เพื่อสร้างปัจจัยตัวใหม่ที่ใช้กำหนดค่าจ้าง ขั้นต่ำที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนตัวแปรบางตัวในโมเดลข้างต้น กล่าวคือ ค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค (EXP) และระดับ ความยากจนในเขตเมือง (POV) เป็นข้อมูลจากการประมาณการ ซึ่งมีฐานการคำนวณมาจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดังนั้น ในการสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม จึงใช้ดัชนีราคาผู้บริโภคแทนตัวแปรข้างต้นพร้อมทั้งนำผลิตภาพ แรงงาน (LP) และตัวแปรอื่นที่บ่งชี้ถึงความสามารถในการ จ่ายของนายจ้าง ได้แก่ มูลค่าสินค้าส่งออก (EXPT) และ อัตราส่วนเงินลงทุนต่อการจ้างงาน (BOI) มาเป็นตัวกำหนด อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมเช่นกัน ผลการวิเคราะห์ปัจจัย ได้ค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมในช่วง พ.ศ.2516-2537 เมื่อ พิจารณาถึงรายละเอียดพบว่าในช่วง พ.ศ.2516-2521 ค่าจ้าง ขั้นต่ำตามกฎหมายต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมที่ลูกจ้าง สมควรจะได้รับ ทั้งนี้เนื่องจากการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำตาม กฎหมายในช่วงแรก ๆ ถูกกำหนดจากฐานเริ่มต้นซึ่งต่ำกว่า ความเป็นจริง แต่ในช่วง พ.ศ.2522-2532 ค่าจ้างขั้นต่ำ ตามกฎหมายกลับสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม เนื่องจาก ในช่วงเวลาดังกล่าว ขบวนการแรงงานมีความเข้มแข็ง การเคลื่อนไหวของแรงงานมักสอดคล้องกับปัญหาสังคมและ มีกลุ่มมวลชนอื่น ๆ เข้าร่วมด้วย จึงทำให้การเรียกร้อง ปรับค่าจ้างขั้นต่ำของลูกจ้างประสบความสำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ ตามสภาพข้อเท็จจริงแล้วลูกจ้างควรได้รับค่าจ้างขั้นต่ำที่ เพียงพอแก่การดำรงชีพไม่ถึงอัตราที่กฎหมายกำหนด ภายหลัง จากปี พ.ศ.2533 เป็นต้นมากลับพบว่า ค่าจ้างขั้นต่ำตาม กฎหมายกลับต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม ทั้ง ๆ ที่ภาวะ เศรษฐกิจขยายตัวค่อนข้างสูง มีการปรับโครงสร้างเงินเดือน ข้าราชการ ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองของโลกได้เปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีขึ้น การลงทุนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นและได้รับกำไร ขณะเดียวกันค่าครองชีพเพิ่มขึ้นสูงมาก รวมทั้งขบวนการ แรงงานไม่เข้มแข็งเช่นเดิม เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศ พระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 ส่งผล ให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจถูกแยกออกจากขบวนการแรงงาน ภาคเอกชนอย่างสิ้นเชิง แรงงานภาคเอกชนจึงขาดผู้นำที่ เข้มแข็งในการเรียกร้องประกอบกับคนในสังคมไม่ยอมรับ บทบาทของขบวนการแรงงานเหมือนเช่นที่แล้วมา จึงอาจเป็น สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายหลังปี พ.ศ.2533 เป็นต้นมาต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมที่ลูกจ้างสมควรจะได้รับ การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ เหมาะสมดังกล่าว ทำให้ทราบแต่ค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมใน ระหว่าง พ.ศ.2516-2537 ซึ่งเป็นช่วงที่รวบรวมข้อมูลมาได้ ผู้ศึกษาจึงทำการวิเคราะห์ต่อไปเพื่อหารูปแบบการพยากรณ์ ค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมหลัง พ.ศ.2537 โดยใช้วิธีวิเคราะห์ สมการถดถอยพหุ ผลการศึกษาพบว่า สมการที่ใช้พยากรณ์ค่าจ้าง ขั้นต่ำที่เหมาะสมหลัง พ.ศ.2537 คือ Y = -14.5013+0.2562CPI+1.8864E-05EXPT+0.0473LP +1.7458E-05BOI+0.0101GOV,R(2)=0.999 ถ้าหากเราทราบค่าตัวแปร CPI, EXPT, LP, BOI และ GOV หลังปี พ.ศ.2537 ซึ่งอาจอยู่ในรูปของค่าจริงหรือค่าประมาณ ก็จะสามารถพยากรณ์ค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสมในปีที่ต้องการได้ ตาม ตัวอย่างที่ปรากฎอยู่ในวิทยานิพนธ์ จากการศึกษาครั้งนี้ ทำให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคของ การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำผู้ศึกษาจึงขอเสนอแนะว่า ควรให้ความ สำคัญต่อการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและ ต่อเนื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำที่ผ่านมาของคณะกรรมการ ค่าจ้างแต่ละชุดยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และไม่เป็นที่ ยอมรับทั้งจากฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง ดังนั้น จึงควร ให้มีการเจรจาต่อรองกันในเรื่องหลักเกณฑ์ที่จะใช้ในการ กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันก่อนที่ จะมีการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งต่อไป นอกจากนี้ควรมี หลักเกณฑ์กำหนดเงื่อนไขการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งไม่จำเป็น ว่าจะต้องมีการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำทุกปี อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้จ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า ค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ในทางปฏิบัติยังมีนายจ้างบางส่วนที่ หลีกเลี่ยงกฎหมาย ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญกับการบังคับ ใช้กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับสถาน ประกอบการที่ไม่มีสหภาพแรงงาน สถานประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็ก นอกจากนี้ ควรใช้มาตรการส่งเสริมความรู้ความ เข้าใจด้านสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายแรงงานทั้งแก่นายจ้าง และลูกจ้าง รวมทั้งส่งเสริมด้านแรงงานสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้าง ความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน

บรรณานุกรม :
วิภาวี ศรเพียร . (2538). การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม สำหรับประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิภาวี ศรเพียร . 2538. "การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม สำหรับประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิภาวี ศรเพียร . "การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม สำหรับประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
วิภาวี ศรเพียร . การสร้างปัจจัยเพื่อใช้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม สำหรับประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.