| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหาทางกฎหมายบางประการเกี่ยวกับการปฏิวัติ |
| นักวิจัย | : | สมชาย ปรีชาศิลปกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59986 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การปฏิวัติ เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ก่อให้เกิด ปัญหาจากแง่มุมทางนิติศาสตร์ติดตามมาอย่างมาก แม้โดย ทั่วไปจากข้อเท็จจริงทางการเมืองที่ผ่านมาของสังคมไทย จะยอมรับว่าการปฏิวัติที่สำเร็จ ผู้กระทำการก็สามารถเป็น ผู้ปกครองต่อไปได้ รวมทั้งคำสั่งของคณะปฏิวัติก็มีผลบังคับ ใช้ดังเช่นกฎหมาย แต่จากศึกษาพบว่ามีแนวคิดและประเด็น การพิจารณาต่อสถานะทางกฎหมายของการปฏิวัติที่แตกต่าง ออกไป โดยผู้เขียนได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ภาค ในภาคหนึ่งเป็นการศึกษาถึงแนวความคิดที่อธิบายการปฏิวัติ ในทฤษฎีทางการเมืองและกฎหมาย ส่วนภาคสองเป็นการ พิจารณาถึงสถานะทางกฎหมายของการปฏิวัติ สำหรับภาคแรก ได้ทำการศึกษาถึงภูมิหลังทางความคิด ของการปฏิวัติในทฤษฎีทางการเมืองและกฎหมาย พบว่ามีแนวคิด ที่พิจารณาสถานะของการปฏิวัติได้เป็น 3 แนวทาง คือ แนวแรก เป็นแนวความคิดที่ปฏิเสธการปฏิวัติในทุก กรณี โดยถือว่ากฎหมายเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องปฏิบัติตาม หากมีการฝ่าฝืนหรือล่วงละเมิดต่อตัวบทกฎหมายก็ต้องได้รับ การลงโทษ ฉะนั้นการปฏิวัติซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อ กฎหมายในอันที่จะเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองด้วยวิธีการ ซึ่ง นอกเหนือไปจากกระบวนการทางกฎหมายตามปกติก็ย่อม เป็นการกระทำที่มิชอบ แนวที่สอง จะพิจารณาการปฏิวัติจากผลสำเร็จของ การกระทำเป็นสำคัญ ในเบื้องต้นการปฏิวัติจะถูกพิจารณาว่า เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากสามารถกระทำ ได้โดยสำเร็จดำเนินการปกครองไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำสั่งต่าง ๆ มีผลบังคับได้จริงก็ถือว่าผู้ปกครองที่ยึด อำนาจได้นี้เป็นผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย แนวที่สาม แนวคิดนี้จะพิจารณาเงื่อนไขของการก่อ ให้เกิดการปฏิวัติว่ามีเหตุผลสนับสนุนเช่นไร ซึ่งเป็นแนว คิดที่มิได้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงถึงการปฏิวัติว่าเป็นสิ่งที่ กระทำได้ และตรงกันข้ามก็มิได้ยึดถือว่าผลสำเร็จของการ ปฏิวัติจะทำให้การปฏิวัติเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายเสมอไป แต่ต้องแยกแยะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป เพราะฉะนั้นตามแนว ความคิดนี้จึงอาจให้เหตุผลสนับสนุนต่อการกระทำที่ขัดต่อ กฎหมาย หรือแม้กระทั่งการปฏิวัติว่าสามารถกระทำได้ใน บางกรณี ในภาคสอง เป็นการพิจารณาถึงสถานะทางกฎหมาย ของการปฏิวัติซึ่งได้แยกหัวข้อการศึกษาออกเป็นการรับรอง สถานะทางกฎหมายของการปฏิวัติในกฎหมายระหว่างประเทศ และในกฎหมายภายในของต่างประเทศ กับการรับรองสถานะ ทางกฎหมายของการปฏิวัติในประเทศไทย จากการศึกษาถึงประเด็นการรับรองสถานะทางกฎหมาย ของการปฏิวัติในกฎหมายระหว่างประเทศและในกฎหมายภายใน ของต่างประเทศ พบว่าการรับรองสถานะทางกฎหมายของการ ปฏิวัติมิได้พิจารณาเฉพาะแต่ผลสำเร็จของการปฏิวัติเป็น เงื่อนไขสำคัญเพียงประการเดียว หากยังมีการพิจารณาถึง เงื่อนไขอื่น ๆ ประกอบ เช่น การให้ความคุ้มครองต่อ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชน ความตั้งใจที่จะปฏิบัติ ตามพันธะกรณีที่มีอยู่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ อันเป็น แนวทางในการรับรองรัฐบาลที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติซึ่ง แพร่หลายและได้รับการยอมรับจากรัฐต่าง ๆ มากขึ้น ใน ศตวรรษที่ 20 สำหรับการรับรองสถานะทางกฎหมายของการ ปฏิวัติในกฎหมายภายในของต่างประเทศ แม้จะไม่ถึงกับเป็น แนวความคิดที่ได้รับการปฏิบัติตามอย่างแพร่หลาย แต่ก็ ปรากฎคำพิพากษาของศาลหลายประเทศ ปฏิเสธการรับรอง สถานะทางกฎหมายของการปฏิวัติด้วยการพิจารณาเฉพาะเพียง ผลสำเร็จของการปฏิวัติแต่เพียงประการเดียว สำหรับการพิจารณาถึงสถานะทางกฎหมายของการปฏิวัติ ในประเทศไทย แม้การปฏิวัติจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย แต่หากกระทำได้สำเร็จ องค์กรตุลากรก็ได้ให้การรับรอง รัฐบาลที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วย กฎหมาย ดังคำพิพากษาที่ 11531154/2495, 45/2496, 1512-1515/2497, 1662-2505, 1234/2523, 2376/2526 นอกจากการให้การรับรองถึงสถานะทางกฎหมายของรัฐบาล ที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติแล้ว องค์กรตุลาการก็ได้รับรอง ถึงการใช้อำนาจของคำสั่งคณะปฏิวัติที่ตราขึ้นใช้บังคับ ระหว่างการยึดอำนาจ ให้มีผลบังคับใช้ได้เป็นกฎหมายที่ ตราขึ้นในยามปกติ ในประเด็นเรื่องการรับรองสถานะทางกฎหมายของการ ปฏิวัตินั้น แม้จะมีความจำเป็นในทางข้อเท็จจริงที่ต้องยอม รับอำนาจในการปกครองของผู้กระทำการปฏิวัติ แต่ก็ไม่ควร รวมไปถึงการรับรองสถานะทางกฎหมายของการปฏิวัติ ด้วยการ พิจารณาผลสำเร็จของการกระทำเพียงประการเดียว หากควร คำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ประกอบ อันเป็นแนวโน้มของการพิจารณา สถานะทางกฎหมายของการปฏิวัติที่ปรากฏในกฎหมายระหว่าง ประเทศ ในเรื่องสถานะทางกฎหมายของคำสั่งคณะปฏิวัติ แม้จะ มีความจำเป็นที่ต้องยอมรับการใช้อำนาจของคณะปฏิวัติใน ฐานะผู้มีอำนาจทางการเมืองอยู่ในขณะนั้น แต่ผู้ศึกษาเห็นว่า การยอมรับการใช้อำนาจของคณะปฏิวัติควรยอมรับความมีผล บังคับเฉพาะในช่วงเวลาของการยึดอำนาจ แะไม่เป็นการ รับรองให้คำสั่งคณะปฏิวัติมีสถานะเป็นกฎหมาย หากเป็น การยอมรับตามข้อเท็จจริงที่ไม่อาจขัดขืน และเมื่อผ่านพ้น จากสถานการณ์ปฏิวัติเข้าสู่การปกครองในภาวะปกติ การ พิจารณาถึงสถานะทางกฎหมายของคำสั่งคณะปฏิวัติต้องพิจารณา ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ได้ตราขึ้นใช้บังคับ ซึ่งกระทำได้ 2 ประการด้วยกัน คือ ประการแรก ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นองค์กรที่ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จัดตั้งขึ้น ควรจะต้องนำคำสั่งคณะปฏิวัติ ทุกฉบับมาตรวจสอบว่าคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับนั้น ๆ มีข้อความ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหากพบว่าคำสั่งคณะ ปฏิวัติฉบับใดมีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญก็จะต้อง ตราพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับนั้นโดยเร็ว ประการที่สอง หากองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติมิได้ตรา กฎหมายยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ ประชาชนก็สามารถนำคดี ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลได้เมื่อเกิดการพิพาทเป็นคดี ขึ้นสู่การพิจารณาของศาล ในกรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้มีตุลาการรัฐธรรมนูญ บุคคลซึ่งเป็นคู่ความในคดี ก็อาจนำเสนอต่อศาลว่าคำสั่งคณะปฏิวัติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลส่อต่อไปให้ตุลาการรัฐธรรมนูญทำการวินิจฉัย ตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มิได้กำหนดให้มีตุลาการ รัฐธรรมนูญ ก็เป็นหน้าที่ของศาลในอันที่จะทำการวินิจฉัย ชี้ขาดว่าคำสั่งของคณะปฏิวัติขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เมื่อเกิดกรณีพิพาทขึ้นสู่การพิจารณาของศาล ซึ่งหากศาลเห็นว่าคำสั่งคณะปฏิวัติมีข้อความขัดหรือแย้ง กับรัฐธรรมนูญ ศาลก็จะไม่นำคำสั่งคณะปฏิวัติที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญมาใช้บังคับแก่คดี |
| บรรณานุกรม | : |
สมชาย ปรีชาศิลปกุล . (2538). ปัญหาทางกฎหมายบางประการเกี่ยวกับการปฏิวัติ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมชาย ปรีชาศิลปกุล . 2538. "ปัญหาทางกฎหมายบางประการเกี่ยวกับการปฏิวัติ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมชาย ปรีชาศิลปกุล . "ปัญหาทางกฎหมายบางประการเกี่ยวกับการปฏิวัติ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. สมชาย ปรีชาศิลปกุล . ปัญหาทางกฎหมายบางประการเกี่ยวกับการปฏิวัติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
