| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาสภาวะทางสังคมของครอบครัวที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วย โรคจิต : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา |
| นักวิจัย | : | สงวนศรี แต่งบุญงาม |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59722 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาสภาวะทางสังคมที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วย โรคจิต : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สภาวะทางสังคมของครอบครัวผู้ป่วยโรคจิต และศึกษาสภาวะ ทางสังคมที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วยโรคจิต ประชากรที่ศึกษา เป็นผู้ดูแลผู้ป่วยที่พาผู้ป่วยมารักษาที่คลินิคจิตเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป ใช้กลุ่ม ตัวอย่างจำนวน 85 ราย โดยใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญ การรวบรวมข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์และวิเคราะห์ข้อมูลด้วย โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS สถิติที่ใช้คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผล การศึกษานำเสนอในรูปแบบตารางประกอบคำบรรยาย จากผล การศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่าผู้ดูแลผู้ป่วยโรงจิตส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 62.5) สถานภาพสมรสคู่ (ร้อยละ 63.5) มีอายุระหว่าง 41-61 ปี (ร้อยละ 43.5) อายุเฉลี่ย 46 ปี นับถือศาสนาพุทธ (ร้อยละ 91.8) ระดับการศึกษาอยู่ในระดับ ประถมศึกษามากที่สุด (ร้อยละ 55.3) มีอาชีพเกษตรกร(ทำนา ทำสวนยาง) และรับจ้างเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 29.4 และ 24.7 ตามลำดับ) ความสัมพันธ์กับผู้ป่วยจะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ในฐานะมารดา บิดาและพี่น้อง (ร้อยละ 34.1 ร้อยละ 16.5 และ ร้อยละ 11.8 ตามลำดับ) ความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยส่วนมากจะ เป็นผู้ดูแลและออกค่าใช้จ่าย (ร้อยละ 74.1) และฐานะทาง เศรษฐกิจส่วนใหญ่จะมีรายได้พอกับรายจ่าย (ร้อยละ 55.3) ทัศนคติ ความเชื่อ ความรู้เกี่ยวกับโรคจิตของครอบครัว พบว่า ผู้ดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกเบื่อหน่าย และเห็นว่าผู้ป่วย เป็นภาระของครอบครัวแต่ขณะเดียวกันผู้ดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะยอมรับผู้ป่วยได้ เช่น ให้อภัยต่อการกระทำของผู้ป่วยไม่ รู้สึกอายที่มีผู้ป่วยโรคจิตในครอบครัว ในด้านความเชื่อ ส่วนใหญ่ผู้ดูแลผู้ป่วยจะเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางครอบครัว ที่ไม่ดีเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคจิตได้ แต่ก็มีความเชื่อทาง ไสยศาสตร์ร่วมด้วย ในด้านความรู้เกี่ยวกับโรคจิตของ ครอบครัวผู้ดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ การเกิดโรคอาการและการรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างดี การดูแลผู้ป่วยโรคจิตของครอบครัวอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง (2.00-2.45) การกระตุ้นผู้ป่วยให้ ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว ส่วนใหญ่ผู้ดูแลผู้ป่วยจะ ชักชวนให้ผู้ป่วยช่วยงานบ้าน ช่วยทำงานประกอบอาชีพเท่าที่ ผู้ป่วยจะทำได้ ปัญหาอุปสรรคในการดูแลผู้ป่วยส่วนมากจะเป็น ปัญหาเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยที่ญาติไม่สามารถจัดการได้ และความรู้สึกเบื่อหน่ายท้อแท้ในการดูแลผู้ป่วย ความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติความเชื่อ ความรู้เกี่ยวกับ โรคจิตของครอบครัว พบว่าทัศนคติ ความเชื่อมีความสัมพันธ์กับ การดูแลผู้ป่วยโรคจิตในระดับน้อย (r =.2242, r =.2012 ตามลำดับ) ส่วนความรู้เกี่ยวกับโรคจิตของครอบครัวไม่มี ความสัมพันธ์กับการดูแลผู้ป่วยโรคจิต ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้ ในด้านการรักษาควรให้ ความสำคัญกับครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตมากขึ้น นักสังคมสงเคราะห์ควรจะเพิ่มบทบาทในการเป็นตัวประสาน ครอบครัวให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาพยาบาล และการศึกษา ครั้งต่อไปควรได้มีการศึกษาถึงอุปสรรค หรือวิธีการที่จะ ประสานครอบครัวให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยโรคจิตเพื่อเป็นแนวทางในการใช้เครือข่ายของครอบครัว (Family net work) ให้เกิดประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วย โรคจิตให้มากที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
สงวนศรี แต่งบุญงาม . (2536). การศึกษาสภาวะทางสังคมของครอบครัวที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วย โรคจิต : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สงวนศรี แต่งบุญงาม . 2536. "การศึกษาสภาวะทางสังคมของครอบครัวที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วย โรคจิต : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สงวนศรี แต่งบุญงาม . "การศึกษาสภาวะทางสังคมของครอบครัวที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วย โรคจิต : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. สงวนศรี แต่งบุญงาม . การศึกษาสภาวะทางสังคมของครอบครัวที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วย โรคจิต : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
