ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความประพฤติผิดของนักเรียน : ศึกษากรณี โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่ส่งผลต่อความประพฤติผิดของนักเรียน : ศึกษากรณี โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : ฉัตรสุมน พฤติภิญโญ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59632
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความประพฤติผิด ของนักเรียน

ศึกษากรณีโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขต กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 1) เพื่อศึกษาระดับความประพฤติผิดของนักเรียน 2) เพื่อศึกษาว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่สัมพันธ์กับความประพฤติผิด 3) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความประพฤติผิดนั้น ตัวแปรอิสระที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้มี 8 ตัว ได้แก่ 1. ความผูกพันต่อบิดามารดา ครูและโรงเรียน 2. ความยึดมั่นต่อแนวการกระทำที่สังคมยอมรับ 3. ความเกี่ยวของกับกิจกรรมอันเป็นแบบแผนที่สังคม ยอมรับ 4. ความเชื่อในความถูกต้องของกฎที่มีอยู่ในสังคม 5. การคบหาสมาคมกับเพื่อนที่ประพฤติผิด 6. การรับรู้ ความรุนแรงของการลงโทษ 7. การรับรู้ความแน่นอน ของการลงโทษ และ 8. การรับรู้ความรวดเร็วของ การลงโทษ ระเบียบวิธีวิจัย เป็นการวิจัยสำรวจแบบตัดขวาง โดยสุ่มตัวอย่างจากนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและ ตอนปลาย จำนวน 5 โรง ในเขตกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการ สุ่มตัวอย่างแบบกลุ่มหลายชั้นภูมิ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ในการรวบรวมข้อมูล ผลการศึกษามีดังนี้ 1. ระดับความประพฤติผิด พบว่า ภายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดเคยประพฤติผิด 893 คน และเมื่อจำแนก ประเภทความผิดออกเป็น 3 กลุ่ม พบว่า1.1 ความผิดขนาดเบา ได้แก่ การแต่งกายและ ไว้ทรงผมผิดระเบียบ มีจำนวน 415 คน (46.5%)1.2 ความผิดขนาดปานกลาง ได้แก่ การสูบบุหรี่ หลบหนีเรียน และการดื่มสุราหรือของมึนเมา มีจำนวน 401 คน (44.9%)1.3 ความผิดขนาดหนัก ได้แก่ ก่อการวิวาท มีอาวุธ ในครอบครอง ทำลายสาธารณสมบัติ สูบกัญชาหรือเสพยาเสพติด บางชนิด เล่นการพนัน มีจำนวน 77 คน (8.6%) 2. การวิเคราะห์ถดถอยอย่างง่าย พบว่า ตัวแปรอิสระ ทุกตัวมีความสัมพันธ์กับระดับความประพฤติผิดอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่พบนั้น เป็นความ สัมพันธ์ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ 3. จากการวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบเดินหน้า เมื่อวิเคราะห์โดยรวมความผิดทุกประเภท พบว่า ตัวแปร ที่ร่วมกันอธิบายระดับความประพฤติผิด คือ การคบหาสมาคม กับเพื่อนที่ประพฤติผิดและการรับรู้ความแน่นอนของการลงโทษ ซึ่งตัวแปรแรกมีขนาดความสัมพันธ์มากกว่าตัวแปรหลังและ ตัวแปรทั้ง 2 ร่วมกันอธิบายค่าความแปรปรวนของระดับ ความประพฤติผิดได้เพียงร้อยละ 3.5 เมื่อแยกวิเคราะห์ ระดับความประพฤติผิดออกเป็น 3 กลุ่ม พบว่า กลุ่มความผิด ขนาดเบา มีตัวแปรที่อธิบายความประพฤติผิดได้ คือ ความยึดมั่น ต่อแนวการกระทำที่สังคมยอมรับซึ่งมีขนาดความสัมพันธ์สูงสุด ลำดับรองลงมาคือ การคบหาสมาคมกับเพื่อนที่ประพฤติผิด และลำดับสุดท้ายคือ การรับรู้ความรวดเร็วของการลงโทษ ซึ่งตัวแปร ทั้ง 3 ร่วมกันอธิบายค่าความแปรปรวนของระดับความประพฤติ ได้ร้อยละ 21.38 สำหรับกลุ่มความผิดขนาดปานกลาง พบว่า การคบหาสมาคมกับเพื่อนที่ประพฤติผิด เพียงตัวแปรเดียวที่มี ความสัมพันธ์กับระดับความประพฤติผิด และสามารถอธิบาย ค่าความแปรปรวนของระดับความประพฤติผิดได้ประมาณร้อยละ 16 ส่วนกลุ่มความผิดขนาดหนัก พบว่า มี 3 ตัวแปรที่อธิบาย ระดับความประพฤติผิดได้ คือ การรับรู้ความรุนแรงของ การลงโทษมีขนาดความสัมพันธ์มากที่สุดกับระดับความประพฤติผิด ลำดับรองลงมา คือความผูกพันธ์ต่อบิดามารดา ครูและโรงเรียน และลำดับสุดท้ายคือ การรับรู้ความแน่นอนของการลงโทษ ซึ่งตัวแปรทั้ง 3 ดังกล่าว ได้ร่วมกันอธิบายค่าความแปรปรวน ของระดับความประพฤติผิดได้ร้อยละ 23

บรรณานุกรม :
ฉัตรสุมน พฤติภิญโญ . (2535). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความประพฤติผิดของนักเรียน : ศึกษากรณี โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ฉัตรสุมน พฤติภิญโญ . 2535. "ปัจจัยที่ส่งผลต่อความประพฤติผิดของนักเรียน : ศึกษากรณี โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ฉัตรสุมน พฤติภิญโญ . "ปัจจัยที่ส่งผลต่อความประพฤติผิดของนักเรียน : ศึกษากรณี โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
ฉัตรสุมน พฤติภิญโญ . ปัจจัยที่ส่งผลต่อความประพฤติผิดของนักเรียน : ศึกษากรณี โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.