| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของพายุให้ฝุ่นเกร์ในทัศนะของ นักเรียน อ ผู้ปกครอง ใน โรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอปะทิว จ.ชุมพร |
| นักวิจัย | : | ภัทรา ไชยรักษ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59378 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความ เสียหายที่เกิดขึ้น จากพายุใต้ฝุ่นเกร์ว่าส่งผลกระทบในลักษณะใดบ้างกับกลุ่ม ประชากร รวมทั้ง ศึกษาความสัมพันธ์ของระดับความรุนแรง ที่ประชากรได้รับ กับการรับรู้ต่อ สภาพที่เกิดขึ้นภายหลังพายุ ความต้องการบริการสังคมสงเคราะห์ทางการ ศึกษาและสวัสดิการสังคมอื่น ๆ และทัศนะต่อบริการที่ได้รับ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้มี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นนักเรียน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ของโรงเรียนปะทิววิทยาและโรงเรียนมาบอำ ฤตวิทยา อ ปะทิว จ.ชุมพร กลุ่มที่สองคือผู้ปกครองของนักเรียนในกลุ่มแรก และกลุ่มสุดท้ายคืออ ในโรงเรียนมัธยมศึกษาข้างต้นจำนวนกลุ่มตัว งอย่างที่ใช้ในการศึกษาทั้งหมด 907 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสอบถามจำนวน 3 ชุด ตามลักษณะ เฉพาะของกลุ่มตัวอย่าง และการสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากประชาชนในพื้นที่และ เจ้าหน้าที่ระดับวางแผนในบางประเด็นที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม แบบสอบถามในแต่ละชุดประกอบด้วยเนื้อหา 5 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นข้อ มูลส่วนตัว ตอนที่ 2 เป็นคำถามเพื่อทราบระดับผลกระทบที่กลุ่มตัวอย่างได้รับ จากพายุว่ามีระดับรุนแรง ปานกลาง หรือน้อย ตอนที่ 3 เป็นคำถามเพื่อ ทราบการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อสภาพที่เกิดขึ้นหลังพายุ ตอนที่ 4 เป็น การถามถึงความต้องการบริการสังคมสงเคราะห์ทางการศึกษาและสวัสดิการ สังคมอื่น ๆ และตอนที่ 5 ถามถึงทัศนะที่มีต่อบริการที่จัดขึ้น โดยการวิเคราะห์ ผลการศึกษาจากแบบสอบถามใช้เทคนิคทางสถิติคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป (SPSS) ใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ANOVA, One way - Analysis of Variance) และการทดสอบความแตกต่างด้วยค่า ที (t-Test) เพื่อทดสอบสมมุติฐานการวิจัย การใช้ค่าร้อยละเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นของ กลุ่มตัวอย่างผลการศึกษาปรากฎดังต่อไปนี้ ผลการศึกษาผลกระทบที่ได้รับจากพายุพบว่า กลุ่มนักเรียนและผู้ ปกครองต่างเห็นพ้องกันว่า พายุใต้ฝุ่นสร้างความเสียหายให้กับสภาพทาง เศรษฐกิจมากที่สุด แต่กลุ่มอ กลับเห็นว่า สิ่งที่ได้รับผลกระทบจากพายุ มากที่สุด คือ ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ทางด้านการรับรู้ นักเรียนและผู้ปกครองมีความรับรู้เหมือนกันว่า ชาวบ้านได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจเป็นอันมากแต่กระนั้นก็ยังมี ความกระตือรือร้นในการสร้างฐานะขึ้นมาใหม่ในขณะที่กลุ่มอ กลับเห็นว่า ชาวบ้านหมดกำลังใจในการสร้างฐานะใหม่และผลการศึกษาระบุว่ากลุ่มอ มีการรับรู้ในด้านลบต่อกระบวนการสนการให้ความช่วยเหลือของรัฐมากที่สุด ผลการศึกษาถึงทัศนะต่อบริการ พบว่าประชากรทั้งสามกลุ่มเห็นพ้องกัน ว่า บริการที่ได้รับนั้นเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทางด้านวัตถุโดยไม่ได้ให้ ความสนใจกับสภาพทางด้านจิตใจของประชาชน นอกจากนี้แม้ว่าประชาชนทั้ง สามกลุ่มจะพอใจในบริการที่ได้รับแต่ก็เห็นว่ากระบวนการในการให้บริการนั้น เป็นไปในลักษณะที่ไม่ยุติธรรมและไม่ได้กระจาย ให้กับประชาชนโดยทั่วถึง นอกจากนี้กลุ่มอ รู้สึกขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน เนื่องจาก ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐในเรื่องเงินกู้เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยตามที่สัญญาไว้ ผลการศึกษาถึงความต้องการบริการ พบว่าบริการจัดเลี้ยงอาหาร กลางวันแก่นักเรียนเป็นบริการที่นักศึกษาและผู้ปกครองมีความต้องการ มากที่สุด บริการที่ผู้ปกครองพอใจมากที่สุดคือ การได้รับยกเว้นเงินบำรุง การศึกษา นอกจากนี้ผู้ปกครองเห็นว่า สิ่งที่โรงเรียนควรเร่งดำเนินการเพื่อ แสดงถึงบริการที่โรงเรียนมีต่อชุมชน คือ การเร่งปรับปรุงสภาพโรงเรียนให้ เหมาะสมการเรียนการสอนโดยเร็ว นอกจากนี้นักเรียนยังเห็นว่า ต้องการ ให้โรงเรียนจัดโครงการฝึกฝนอาชีพเพื่อสามารถหารายได้เพิ่มแก่ครอบครัวใน ช่วงวันหยุดหรือปิดเทอม ทางด้านกลุ่มอ พบว่า สิ่งที่อ ต้องการ สำหรับตนเองมากที่สุด คือ ต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ส่วนบริการสำหรับโรงเรียนนั้น กลุ่มนี้เห็นว่าควรเร่งรัดงบประมาณใน การสร้างอาคารสถานที่บริเวณโรงเรียนให้สมบูรณ์โดยเร็วและบริการสำหรับ ชุมชนในทัศนะของกลุ่มนี้คือ รัฐควรให้ความรู้เสริมแก่ชาวบ้านทางด้านการ เกษตรเป็นอันดับแรก ผลการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม พบว่า กลุ่มอ นักเรียน และผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากพายุต่างกัน มีการรับรู้ต่อสภาพที่เกิดขึ้นภาย หลังพายุต่างกันและมีทัศนะต่อบริการที่ได้รับต่างกัน จากการศึกษา ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะในส่วนของงานสังคมสงเคราะห์ ทางการศึกษาที่สำคัญ คือ บทบาททางตรง ภายในโรงเรียนควรจัดโครงการ ในลักษณะกลุ่มบำบัดเพื่อบรรเทาสภาพทางด้านจิตใจซึ่งควรมีการขยายไปสู่กลุ่ม ผู้ปกครองและชุมชน การจัดวันนัดพบผู้ปกครองและการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกับชุมชน บทบาททางอ้อมคือ การประ สานงานเพื่อจัดตั้งกลุ่มฝึกอาชีพ หรือกลุ่มสนใจเพื่อเอาทรัพยากรบุคคลจาก ภายนอกนำเสนอโครงการฟื้นฟูท้องถิ่นของรัฐให้ประชาชนได้รับรู้ |
| บรรณานุกรม | : |
ภัทรา ไชยรักษ์ . (2533). ผลกระทบของพายุให้ฝุ่นเกร์ในทัศนะของ นักเรียน อ ผู้ปกครอง ใน โรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอปะทิว จ.ชุมพร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภัทรา ไชยรักษ์ . 2533. "ผลกระทบของพายุให้ฝุ่นเกร์ในทัศนะของ นักเรียน อ ผู้ปกครอง ใน โรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอปะทิว จ.ชุมพร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภัทรา ไชยรักษ์ . "ผลกระทบของพายุให้ฝุ่นเกร์ในทัศนะของ นักเรียน อ ผู้ปกครอง ใน โรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอปะทิว จ.ชุมพร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. ภัทรา ไชยรักษ์ . ผลกระทบของพายุให้ฝุ่นเกร์ในทัศนะของ นักเรียน อ ผู้ปกครอง ใน โรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอปะทิว จ.ชุมพร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
