ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โทษประหารชีวิตในทัศนะของพระอ ผู้สอน ที่ มหาจุฬาลงกรณราชวิท ยาลัย และสถานการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โทษประหารชีวิตในทัศนะของพระอ ผู้สอน ที่ มหาจุฬาลงกรณราชวิท ยาลัย และสถานการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย
นักวิจัย : บงกช สัจจานิตย์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2533
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59368
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษา โทษประหารชีวิตในทัศนะของพระอ ผู้สอน ที่มหาจุ ฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย นี้ มีความมุ่ง หมายเพื่อที่จะได้ทราบถึงความคิดเห็นของพระอ ที่มีต่อปัญหาอาช ญากรรม บทบาทของพระสงฆ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม อีกทั้ง ความคิดเห็นของพระอ ต่อโทษประหารชีวิตตลอดจนข้อสนับสนุนและข้อ โต้แย้งในการใช้โทษประหารชีวิต การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการศึกษาจากเอกสาร และการวิจัยภาคสนาม ประกอบกันโดยศึกษาจากพระอ ผู้สอนี่มหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง คือ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย จำนวน 60 รูป และพระสงฆ์ซึ่งเป็นนักเทศน์จำนวน 3 รูป โดยใช้แบบสอบและ แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการศึกษา ซึ่งการเลือกกลุ่มประชากรใช้วิธี การสุ่มตัวอย่างแบบเป้าประสงฆ์ ผลการศึกษาพบว่า พระอ ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 31-40 ปี โดยส่วนใหญ่อุปสมบทมานานกว่า 20 ปี เป็นพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายมากกว่า ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย พระอ ส่วนใหญ่จบการศึกษาทั้งทางธรรมและสาย สามัญ โดยมีทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี อีกทั้งระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เกี่ยวกับทัศนะของพระอ ต่อปัญหาอาชญากรรม พบว่าพระอา จารย์ร้อยละ 93.33 เห็นว่าพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรม โดย การเผยแพร่ธรรมให้ละเว้นอบายมุขต่าง ๆ และการมีบทบาทพัฒนาสังคมควบ คู่ไปกับการพัฒนาศาสนา ส่วนสาเหตุของปัญหาอาชญากรรมนั้น พระอ ส่วนใหญ่เห็นว่า มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ผลักดันให้บุคคลกระทำผิดอันประกอบด้วย อกุศลมูล 3 ประการ คือ โลภะ โทสะ โทหะ และกิเลส ตลอดจนสภาพสัง คมสภาพจิตและลักษณะทางกายภาพของผู้กระทำผิด และสภาพสังคมที่ละเลย ศีลธรรมนำไปสู่การเกิดปัญหาอาชญากรรมเช่นกัน สำหรับการป้องกันและแก้ไข ปัญหาอาชญากรรมนั้น ควรจะได้กระทำกันตั้งแต่สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาอาช ญากรรม โดยเน้นในเรื่องความเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ให้ทุกคนมีความสำ นึกในผลของการกระทำของตนว่า หากกระทำความดีก็จะได้รับผลดี หากกระ ทำความชั่วก็จะได้รับผลร้ายแก่ตน แต่ถ้าได้กระทำความผิดขึ้นแล้ว ควรจะได้ มีการลงโทษตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัดและการลงโทษควรเป็นเพื่อ การแก้ไขฟื้นฟูให้ผู้กระทำผิดกลับตัวเป็นคนดี โดยพระอ ร้อยละ 85 เชื่อ ว่า ผู้กระทำผิดสามารถแก้ไขได้ โดยการให้โอกาสเพื่อแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรม สำหรับการศึกษาทัศนะของพระอ ต่อโทษประหารชีวิตพบว่า พระ ร้อยละ 66.66 เห็นด้วยกับการใช้โทษประหารชีวิตโดยให้เหตุผลว่า โทษประหารชีวิตทำให้คนในสังคมเกิดความเกรงกลัวและไม่กล้ากระทำผิด แต่ในขณะเดียวกันพระอ อีกร้อยละ 33.33 ไม่เห็นด้วยกับโทษประ หารชีวิต เนื่องจากโทษประหารชีวิตเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่สามารถทำ ให้คนในสังคมเกิดความเกรงกลัว หากว่าคนยังมีกิเลสตัณหาอยู่ แต่อย่างไรก็ตามพระอ ที่เห็นด้วยกับการใช้โทษประหารชีวิตให้ ความเห็นว่าจะต้องใช้เฉพาะในคดีที่อุกฉกรรจ์ เช่น ความผิดฐานฆ่าโดย เจตนา ข่มขืนแล้วฆ่า ปล้นแล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ เป็นต้น และการดำเนินการพิ จารณาพิพากษาต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เกี่ยวกับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตของพระสงฆ์ พบว่าพระอ ส่วนใหญ่มีความรู้และความเข้าใจไปในทางสนับสนุนการใช้ โทษประหารชีวิตโดยเข้าใจว่าโทษประหารชีวิตสามารถข่มขู่ให้คนในสังคม เกรงกลัวไม่กล้าและทำผิด และมีความรู้ในเรื่องโทษประหารชีวิตอย่างถูก ต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ สำหรับการลงโทษผู้กระทำผิดโดยใช้โทษประหารชีวิต ที่เป็นโทษที่รุน แรงที่สุดในโทษทางอาญาที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะที่ได้จาก การศึกษาครั้งนี้ว่า โทษประหารชีวิตนั้นยังมีความจำเป็นในการลงโทษผู้กระทำ ผิด แต่จะต้องใช้ในเฉพาะกรณีเท่านั้นโดยจะต้องเป็นกรณีที่มีการกระทำผิดขั้น รุนแรงอันเป็นการทำลายความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคมและ ประชาชน และในการพิจารณาพิพากษาคดีโดยกระบวยการยุติธรรมนั้น จะ ต้องดำรงอยู่ภายใต้เงื่อนไขของความยุติธรรมโดยเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ ตามมาตรการการลงโทษนั้นเป็นการแก้ปัญหาอาชญากรรมที่ปลายเหตุ อันได้ แก่ การส่งเสริมศีลธรรม การส่งเสริมสังคมให้ประชาชนมีการกินดี อยู่ดี ไม่ เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ให้ประชาชนเคารพกฎระเบียบในสังคมอย่าง เคร่งครัด เมื่อเป็นดังที่การลงโทษไม่ว่าจะในระดับต่ำสุด คือ การปรับไป จนถึงขั้นสูงสุด คือ การประหารชีวิตก็จะไม่มีความจำเป็นในสังคม

บรรณานุกรม :
บงกช สัจจานิตย์ . (2533). โทษประหารชีวิตในทัศนะของพระอ ผู้สอน ที่ มหาจุฬาลงกรณราชวิท ยาลัย และสถานการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บงกช สัจจานิตย์ . 2533. "โทษประหารชีวิตในทัศนะของพระอ ผู้สอน ที่ มหาจุฬาลงกรณราชวิท ยาลัย และสถานการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บงกช สัจจานิตย์ . "โทษประหารชีวิตในทัศนะของพระอ ผู้สอน ที่ มหาจุฬาลงกรณราชวิท ยาลัย และสถานการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print.
บงกช สัจจานิตย์ . โทษประหารชีวิตในทัศนะของพระอ ผู้สอน ที่ มหาจุฬาลงกรณราชวิท ยาลัย และสถานการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.