| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาประสิทธิภาพการผสมสำหรับการสร้างฟล้อคโดยใช้ตาข่าย ร่วมกับใบพัดรัชทอนเทอร์ไบน์ 2 ชั้น |
| นักวิจัย | : | ปฏิกรณ์ แสนสิ่ง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59275 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการลด ความขุ่นในน้ำดิบโดยใช้ตาข่ายในถังผสม ได้แก่ ความเร็วแกรเดียนท์ (~iG~i) เวลาเก็บกัก (~it~i) ค่าความทึบ (Solidity ratio, d/M) และจำนวนตาข่าย และเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพกับถังผสมที่ไม่ใช้และใช้แผ่นกั้น โดยจัดอุปกรณ์การทดลองแบบไหลต่อเนื่อง ในถังผสมเร็วและถังผสมสำหรับการสร้างฟล้อคปริมาตร 5 และ 100 ลิตร ตามลำดับ ใช้ใบพัด รัชทอนเทอร์ไบน์ 2 ชั้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 12.5 ซม. ควบคุม pH เท่ากับ 6.9 ในขั้นแรก ทดลองกับน้ำดิบสังเคราะห์ความขุ่น 50 NTU ในถังผสมที่ไม่ใช้และใช้แผ่นกั้นที่เวลา เก็บกัก 5-20 นาที แล้วนำเวลาผสมที่ดีที่สุดไปทดลองโดยใช้ตาข่ายที่มีค่าความทึบ 0.091-0.556 จำนวน 2-6 แผ่น ขั้นที่สองใช้ค่าตัวแปรการผสมที่เหมาะสมที่สุดในถังผสม ทั้ง 3 ลักษณะไปทดลองกับน้ำดิบสังเคราะห์ความขุ่น 25 NTU, 100 NTU และน้ำดิบธรรมชาติ ความขุ่น 9.85-17.53 NTU และหลังจากนั้นจึงวัดคุณภาพการผสมโดยทดสอบการตอบสนองของ สารเทรซเซอร์ ผลการทดลองพบว่า เวลาเก็บกักที่ดีที่สุดเท่ากับ 10 นาที สำหรับถังผสมที่ใช้ ตาข่ายได้ประสิทธิภาพในการลดความขุ่นสูงสุดเมื่อใช้ตาข่ายค่าความทึบต่ำสุด 0.091 จำนวน 4 แผ่น ได้ประสิทธิภาพร้อยละ 94.3 ที่ความเร็วใบพัด 54 รอบต่อนาที ช่วงค่า ความเร็วแกรเดียนท์ที่เหมาะสม (~i(+,พ)(G)~i) 34-69 ต่อวินาที เมื่อเปลี่ยนแปลง ลักษณะสมบัติของน้ำดิบพบว่าประสิทธิภาพของถังผสมลักษณะต่างๆ ลดลงโดยเฉพาะกรณีน้ำดิบ ธรรมชาติซึ่งถังผสมที่ไม่ใช้แผ่นกั้นประสิทธิภาพลดลงเหลือร้อยละ 84.75 ขณะที่ถังผสม ที่ใช้ตาข่ายและแผ่นกั้นประสิทธิภาพยังสูงเกือบร้อยละ 90 ส่วนผลการวัดสารเทรซเซอร์ พบว่าถังผสมที่ใช้ตาข่ายมีคุณภาพในการผสมมากกว่าถังผสมลักษณะอื่นๆ โดยใช้เวลาผสม (~it(,m)~i) น้อยที่สุด การเพิ่มเวลาเก็บกักให้มากขึ้นทำให้ช่วงค่าความเร็วแกรเดียนท์ ที่เหมาะสมสำหรับการสร้างฟล้อคแคบลง นอกจากนี้ยังพบว่าตาข่ายจะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อ เวลาเก็บกักลดลงการใช้ตาข่ายสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผสมได้จริงและสามารถนำไป ประยุกต์ใช้สำหรับการสร้างฟล้อคที่เวลาเก็บกักน้อยกว่า 10 นาที และสามารถประหยัด การใช้พลังงานได้เกือบร้อยละ 70 |
| บรรณานุกรม | : |
ปฏิกรณ์ แสนสิ่ง . (2545). การศึกษาประสิทธิภาพการผสมสำหรับการสร้างฟล้อคโดยใช้ตาข่าย ร่วมกับใบพัดรัชทอนเทอร์ไบน์ 2 ชั้น.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปฏิกรณ์ แสนสิ่ง . 2545. "การศึกษาประสิทธิภาพการผสมสำหรับการสร้างฟล้อคโดยใช้ตาข่าย ร่วมกับใบพัดรัชทอนเทอร์ไบน์ 2 ชั้น".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปฏิกรณ์ แสนสิ่ง . "การศึกษาประสิทธิภาพการผสมสำหรับการสร้างฟล้อคโดยใช้ตาข่าย ร่วมกับใบพัดรัชทอนเทอร์ไบน์ 2 ชั้น."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ปฏิกรณ์ แสนสิ่ง . การศึกษาประสิทธิภาพการผสมสำหรับการสร้างฟล้อคโดยใช้ตาข่าย ร่วมกับใบพัดรัชทอนเทอร์ไบน์ 2 ชั้น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
