ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทไทย : กรณีศึกษา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทไทย : กรณีศึกษา
นักวิจัย : เสาวรินทร์ สายรังษี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59696
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่อง การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของ บริษัทไทย : กรณีศึกษา นี้ มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาว่า การที่ นักลงทุนไทยออกไปทำการลงทุนทางตรงในต่างประเทศนั้น มูลเหตุ หรือปัจจัยสำคัญเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง รวมทั้งรูปแบบการเป็นเจ้าของ กิจการจากการลงทุนดังกล่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร และอะไรเป็น สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนไทยเหล่านี้ เลือกรูปแบบการเป็นเจ้า ของกิจการในลักษณะดังกล่าวทั้งนี้โดยอาศัยการศึกษาวิเคราะห์ทั้ง จากข้อมูลปฐมภูมิการสัมภาษณ์ และข้อมูลทุติยภูมิอื่นๆ ประกอบในกรณี การลงทุนของบริษัทตัวอย่างจำนวน 4 บริษัท คือ บริษัทผลิตเฟอร์- นิเจอร์ไม้ประดู่ ลงทุนทำโรงงานแปรรูปไม้ในประเทศลาว เพื่อใช้ ผลิตวัตถุดิบไม้ประดู่แปรรูปสำหรับนำกลับมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ของ บริษัทบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทะเลกระป๋องต่างๆ อาทิ ปู กุ้ง ปลาหมึก และ หอยลาย ลงทุนในประเทศเวียดนามทั้งในด้านธุรกิจการ ทำประมงจับสัตว์น้ำ เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบการผลิตของบริษัท และตั้งโรงงานผลิตอาหารทะเลกระป๋องต่าง ๆ เพื่อเพิ่มปริมาณการ ผลิตของบริษัท บริษัทผลิตชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศรถยนต์ลงทุนตั้ง โรงงานผลิตในประเทศอินโดนีเซียเพื่อจำหน่ายตลาดท้องถิ่นใน ประเทศ ดังกล่าว และบริษัทผลิตสินค้าด้านเกษตรอุตสาหกรรม ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศลงทุนทำธุรกิจโรงงานผลิตอาหารสัตว์ เนื้อไก่เพื่อการบริโภค รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมประเภท รถจักรยานยนต์ และเบียร์ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ผลจากการศึกษาวิเคราะห์พบว่า มูลเหตุหรือปัจจัยกำหนด การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทตัวอย่างดังกล่าวสามารถ สรุปได้ 4 ประการ คือ ประการแรกเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ธรรมชาติ หรือวัตถุดิบการผลิตของประเทศผู้รับทุนที่มีอยู่อุดมสมบูรณ์ กว่า ซึ่งพบในกรณีการลงทุนของบริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ประดู่ และบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทะเลกระป๋อง ที่ประสบปัญหาการ ขาดแคลนวัตถุดิบใช้ภายในประเทศ อันได้แก่ ไม้ประดู่ และวัตถุดิบ สัตว์น้ำต่าง ๆ ตามลำดับ ประการที่สอง ซึ่งพบจากการสัมภาษณ์ในกรณี การลงทุนของบริษัททั้งสองข้างต้น อีกประการหนึ่ง ได้แก่ เพื่อใช้ ประโยชน์จากปัจจัยแรงงานที่มีราคาอยู่ในระดับที่ถูกอยู่มากแต่การ ศึกษาในที่นี้ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า บริษัททั้งสองอาจจะมิได้รับ ประโยชน์จากปัจจัยแรงงานของประเทศผู้รับทุนดังกล่าวเท่าใดนัก เนื่องจากพบว่า ประสิทธิภาพการผลิตหรือการทำงาน (Productivity) ของแรงงานประเทศผู้รับทุนในกรณีบริษัทแรก คือประเทศลาวยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำอยู่มากและการมีต้นทุน เพิ่มขึ้นจากการใช้แรงงานประเทศผู้รับทุนในรูปของต้นทุนในการ ฝึกงาน (training) ในกรณีของบริษัทตัวอย่างที่สอง ประการที่สามได้แก่เพื่อใช้ประโยชน์จากการมีภาษีที่ให้ความ ปกป้องคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศผู้รับทุน ซึ่งพบในกรณีของบริษัทผลิต ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศรถยนต์ เนื่องจากเมื่อพิจารณาตัวแปรด้าน อัตราภาษีขาเข้า รวมทั้งค่าอัตราการคุ้มครองที่แท้จริงหรือค่า ERP ในหมวดสินค้าดังกล่าวของประเทศอินโดนีเซียแล้ว พบว่า มีค่าอยู่ใน ระดับที่ค่อนข้างสูง คือ มีอัตราภาษีขาเข้าประมาณร้อยละ 30 และค่า ERP เท่ากับร้อยละ 80.8 และในกรณีการลงทุนในอุตสาหกรรม การผลิตรถจักรยานยนต์ในประเทศจีน ของบริษัทผลิตสินค้าด้าน เกษตรอุตสาหกรรมรายใหญ่ โดยพบว่า อัตราภาษีขาเข้าสำหรับสินค้า รถจักรยานยนต์ในประเทศดังกล่าวมีอยู่ในระดับสูง ประมาณร้อยละ 120 และสำหรับมูลเหตุประการสุดท้าย ได้แก่ เพื่อใช้ประโยชน์ จากการมีความได้เปรียบเฉพาะในด้านเทคโนโลยี และความชำนาญ ด้านการผลิตที่เหนือกว่าของบริษัทตัวอย่าง ซึ่งพบในกรณีการลงทุนใน ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรของบริษัทผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม รายใหญ่ในประเทศจีนซึ่งเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมประเภทที่บริษัทดังกล่าว มีความได้เปรียบด้านการมีเทคโนโลยี ความรู้ ความชำนาญ และ ประสบการณ์ด้านการผลิตที่มีประสิทธิภาพในระดับสูง สำหรับการศึกษา ถึงรูปแบบการเป็นเจ้าของกิจการจากการ ลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทตัวอย่าง พบว่า การลงทุนร่วม (Joint Venture) หรือการเป็นเจ้าของกิจการร่วมกับนักลงทุนท้องถิ่น ของประเทศผู้รับทุน เป็นรูปแบบที่พบในกรณีการลงทุนของทั้ง 4 บริษัท ทั้งนี้โดยสาเหตุการเลือกรูปแบบการเป็นเจ้าของกิจการจากการลงทุน ในลักษณะดังกล่าวของบริษัทตัวอย่างเหล่านี้วิเคราะห์พบว่าเหตุผลหลัก น่าจะเนื่องมาจากกฎข้อบังคับของประเทศผู้รับทุนที่ทำให้บริษัทตัวอย่าง จำเป็นต้องเลือกรูปแบบการเป็นเจ้าของกิจการร่วมนอกเหนือจาก เหตุผลในด้านความต้องการอาศัยประโยชน์จากผู้ร่วมทุนในด้านต่าง ๆ อันได้แก่ การติดต่อธุระกับหน่วยงานราชการ การมีความได้เปรียบ ในด้านประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญบางด้านที่บริษัทไม่มีและ มีความต้องการได้รับเพื่อเป็นการลดต้นทุนการทำธุรกรรมจากการลงทุน ของบริษัทและการอาศัยโรงงานผลิตสินค้าที่ผู้ร่วมทุนนั้นมีอยู่เดิมมาใช้ เป็นฐานการผลิตของบริษัทเพื่อการประหยัดต้นทุนทั้งในด้านเวลาและ ค่าใช้จ่าย รวมทั้งช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกยึดกิจการคืนไป เป็นของรัฐประเทศผู้รับทุน อย่างไรก็ดี แม้ว่ามูลเหตุการลงทุนทางตรงในต่างประเทศ ทั้ง 4 ประการข้างต้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่พบในกรณีของนักลงทุนไทย ตัวอย่างทั้ง 4 ราย แต่หากจะพิจารณาถึงภาพโดยรวม ตลอดจนคาด คะเนแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับการลงทุนทางตรงใน ต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมที่ศึกษาอยู่ในที่นี้แล้ว มูลเหตุสำคัญประการหนึ่งที่คาดว่าน่าจะมีบทบาทในการเป็นแรงผลักดัน ให้นักลงทุนไทย มีแนวโน้มของความจำเป็นที่อาจจะอาศัยการลงทุน ดังกล่าว เป็นฐานผลิตสินค้าเพื่อรองรับตลาดส่งออกต่างประเทศมาก ขึ้นนั้น ก็คือปัจจัยด้านการกีดกันการค้าจากตลาดประเทศพัฒนาแล้ว ที่สำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศประชาคมยุโรป ที่นับวัน จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ทั้งนี้เพราะในช่วงระยะที่ผ่านมา ประเทศพัฒนาแล้วต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็น ประเทศคู่ค้าที่มีความเสียเปรียบด้านการค้ากับไทยรายสำคัญได้มีการ ดำเนินมาตรการกีดกันการค้ากับประเทศไทยในหลาย ๆ ลักษณะเพื่อ สร้างแรงกดดันและตอบโต้การค้าในส่วนที่สหรัฐอ้างว่า ไม่เป็นธรรม ในเรื่องของการให้ความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยการประกาศให้ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามอง เป็นอันดับแรกหรือ PFC รวมทั้งยังได้มีการประกาศตัดและระงับการ ให้สิทธิ์GSPแก่สินค้าส่งออกของไทยหลายชนิดในช่วงที่ผ่านมาซึ่งมี แนวโน้มของความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตหากการเจรจา ในเรื่องดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจของสหรัฐทั้งนี้โดยอุตสาหกรรมที่มี โอกาสได้รับผลกระทบจากการดำเนินมาตรการโต้ตอบทางการค้า ของสหรัฐที่อาจเกิดขึ้นนี้ คาดว่าน่าจะได้แก่อุตสาหกรรมประเภท ที่ต้องพึ่งพิงประเทศดังกล่าวเป็นตลาดส่งออกหลัก หรือเป็นอุตสาหกรรม ที่เคยได้รับสิทธิในการส่งออกอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งย่อมจะรวมถึงอุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์ไม้ และอุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋องด้วย ดังนั้น การที่ประเทศไทยมีแนวโน้มของการที่จะต้องถูกตอบโต้ และดำเนินมาตรการกีดกันการค้าในรูปแบบต่าง ๆ จากประเทศพัฒนา แล้วที่รุนแรงมากขึ้น ทุกขณะดังกล่าวนี้ จึงคาดว่าในอนาคตปัจจัย ดังกล่าวน่าจะมีบทบาทในฐานะการเป็นมูลเหตุผลักดันสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้อุตสาหกรรมตัวอย่างทั้งสองประเภทข้างต้น รวมทั้งอุตสาหกรรม อื่น ๆ ที่มีโอกาส จะได้รับผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางการค้า ดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะอาศัยการลงทุนทางตรงในต่าง-ประเทศ มาใช้เป็นฐานสำหรับการผลิตสินค้าเพื่อรองรับตลาดส่งออกเพิ่ม มากขึ้น ทั้งนี้โดยอาจอยู่ในรูปของการเข้าไปลงทุนในประเทศพัฒนา แล้วนั้นเองโดยตรง หรือการเข้าไปลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่ยังมิได้ถูกดำเนินนโยบาย การตอบโต้ทางการค้า หรือยังได้รับสิทธิ พิเศษในการส่งออกสินค้าจากประเทศพัฒนาแล้วอยู่ เพื่ออาศัยประเทศ ดังกล่าวเป็นฐานสำหรับผลิต และส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังตลาด ส่งออก เป้าหมายของนักลงทุนแทนแหล่งเดิมผลิตภายในประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือ อุปสรรคอันเกิดจากนโยบายการกีดกันทาง การค้าที่ตนเองประสบอยู่ เช่นเดียวกับในกรณีของนักลงทุนจาก ประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ บางประเทศ ที่จำเป็นต้องอาศัยการลงทุน ทางตรงในต่างประเทศ เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาการถูก ดำเนินมาตรการ ตอบโต้ทางการค้าจากประเทศพัฒนาแล้วก่อนหน้า ประเทศไทย ที่สำคัญได้แก่ กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือ NICs เป็นต้น

บรรณานุกรม :
เสาวรินทร์ สายรังษี . (2536). การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทไทย : กรณีศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสาวรินทร์ สายรังษี . 2536. "การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทไทย : กรณีศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เสาวรินทร์ สายรังษี . "การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทไทย : กรณีศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
เสาวรินทร์ สายรังษี . การลงทุนทางตรงในต่างประเทศของบริษัทไทย : กรณีศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.