| ชื่อเรื่อง | : | การสำรวจและศึกษาเชื้อราในแหล่งน้ำบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โตนงาช้าง จังหวัดสงขลา |
| นักวิจัย | : | จริยา สากยโรจน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=58467 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การสำรวจราน้ำในเขตป่าร้อนชื้นทางภาคใต้ของประเทศไทย ได้ทำการศึกษาจากแหล่งน้ำในเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความอยู่รอดของ โคนิเดียราน้ำที่อยู่ในฟองธรรมชาติและภายใต้สภาวะในห้องปฏิบัติการ รวมทั้งศึกษาความหลาก หลายทางชีวภาพของราน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ จากการตรวจนับเชื้อที่มีชีวิตทั้งหมดในฟองโดย วิธี total viable plate count พบปริมาณเชื้อในฟองใหม่อยู่ในช่วง 2.3 x 10(3) ถึง 3.4 x 10(5) CFU/ml และปริมาณเชื้อในฟองเก่าอยู่ในช่วง 5 x 10(3) ถึง 3.2 x 10(5) CFU/ml ซึ่งไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (P>0.05) ส่วนการตรวจนับเชื้อที่มีชีวิตโดย วิธีการย้อมสี 3 ชนิดได้แก่ tetrazolium bromide (MTT), acridine orange และ DAPI พบว่าภายหลังการย้อมด้วย acridine orange และ DAPI เปอร์เซนต์ของโคนิเดียที่อยู่รอดใน ฟองมีค่าสูงกว่าการย้อมด้วย MTT แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (P>0.05) อย่างไร ก็ตามการย้อมด้วย MTT ให้ความสะดวกในการศึกษานอกห้องปฏิบัติการและเห็นความแตกต่างระหว่าง เซลล์ที่มีชีวิตและเซลล์ตายชัดเจนกว่า acridine orange และ DAPI โดยโคนิเดียที่มีชีวิต มีเซลล์อย่างน้อยหนึ่งเซลล์ที่มีการสะสมของ formazan ซึ่งมีสีม่วงแดง ส่วนเซลล์ตายไม่มีสี จากการใช้ MTT ย้อมตัวอย่างฟองพบว่า 44-77% ของโคนิเดียทั้งหมดในฟองใหม่มีชีวิตรอด ส่วน ในฟองเก่าโคนิเดียอยู่รอดได้ 42-69% การศึกษาความอยู่รอดของราน้ำ 4 สายพันธุ์ได้แก่ ~IAnguillospora~i sp., ~iHelicomyces~i sp., ~iThozetella~i sp. และ Volutella~i sp. ภายใต้สภาวะในห้อง ปฏิบัติการ พบว่าหลังจากปล่อยให้โคนิเดียแห้งเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ราน้ำทั้ง 4 สายพันธุ์ อยู่รอดได้ 3-45% ในขณะที่หลังจากให้อากาสเป็นเวลา 7 วัน ราน้ำทั้ง 4 สายพันธุ์อยู่รอด ได้ 83-88% ดังนั้นการอยู่รอดภายใต้สภาวะให้อากาศในห้องปฏิบัติการอาจเป็นตัวทำนายความ อยู่รอดของโคนีเดียราน้ำที่ถูกดักอยู่ในฟองในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ การศึกษาความหลากหลายของราน้ำในฟอง สามารถจัดจำแนกถึงระดับสกุลได้ทั้งสิ้น 35 สกุล 48 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม hyphomycetes รองลงมาคือกลุ่ม coelomycetes พบ 3 สกุลและ basidiomycetes พบเพียง 1 สกุล ราน้ำชนิดที่พบมากและตรวจพบอย่างสม่ำเสมอทุกบริเวณที่เก็บ ตัวอย่างในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2541 ได้แก่ ~iAnguillospora~i sp. และ ~iTrigcelophorus~i sp. เมื่อเปรียบเทียบกับชนิดของเชื้อที่อยู่ในน้ำบริเวณใกล้กับแหล่ง เกิดฟองพบเชื้อส่วนใหญ่ได้แก่ ~iAnguillospora~i sp. และราในกลุ่ม dematiaceous hyphomycetes ซึ่งส่วนใหญ่มีรูปร่างกลมรีและมีสีน้ำตาลเข้ม ทำการแยกเชื้อบริสุทธิ์ได้ 65 ไอโซเลท โดยเชื้อส่วนใหญ่ร้อยละ 63.1 ไม่สร้างสปอร์ บนอาหารเลี้ยงเชื้อ สามารถจำแนกเชื้อบริสุทธิ์ได้ 9 ชนิด จำนวน 15 สายพันธุ์ได้แก่ ~iVolutella~i sp.5 สายพันธุ์, ~iPestalotia~i sp. 3 สายพันธุ์ รวมทั้ง ~iAnguillospora~i sp., Beltrania rhombica, Helicomyces sp., Robillarda sp., Thozetella sp., Varicosporium sp. และ Wiesneriomyces~i sp. อย่างละ 1 สายพันธุ์ |
| บรรณานุกรม | : |
จริยา สากยโรจน์ . (2542). การสำรวจและศึกษาเชื้อราในแหล่งน้ำบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โตนงาช้าง จังหวัดสงขลา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จริยา สากยโรจน์ . 2542. "การสำรวจและศึกษาเชื้อราในแหล่งน้ำบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โตนงาช้าง จังหวัดสงขลา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จริยา สากยโรจน์ . "การสำรวจและศึกษาเชื้อราในแหล่งน้ำบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โตนงาช้าง จังหวัดสงขลา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. จริยา สากยโรจน์ . การสำรวจและศึกษาเชื้อราในแหล่งน้ำบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โตนงาช้าง จังหวัดสงขลา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
