ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการปลูกถ่ายยีนใบมังคุดด้วยอะโกรแบคทีเรีย ~i(Agrobacterium spp.)~i

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการปลูกถ่ายยีนใบมังคุดด้วยอะโกรแบคทีเรีย ~i(Agrobacterium spp.)~i
นักวิจัย : วิทูล ไชยภักดี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=58119
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการปลูกถ่ายยีนในมังคุด ~i(Garcinia mangostana~iL.) ขั้นต้นเป็นการศึกษาผลของการสร้างแผลให้กับแผ่นใบ ชนิดและความเข้มข้นของสารปฏิชีวนะ (ซีโฟทาซิม และคานามัยซิน) ต่อการสร้างแคลลัส และการพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ ในการศึกษาความ สามารถในการปลูกถ่ายยีนนั้นเป็นการทดสอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของมังคุด สายเชื้อและความหนา แน่นของอะโกรแบคทีเรีย และวิธีการเลี้ยงร่วมเพื่อความเหมาะสมในการปลูกถ่ายยีน จากการ ศึกษาพบว่าการสร้างแผลโดยการแบ่งใบออกเป็นสองส่วนให้การสร้างแคลลัสสูงที่สุด 94 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับการสร้างแผลโดยวิธีอื่น ๆ แคลลัสที่ได้มีลักษณะ เป็นปมเกาะกันแน่น การเติมซีโฟทาซิมความเข้มข้นในช่วง 50 ถึง 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ให้ผลชักนำแคลลัสและตายอดได้ไม่แตกต่างกันทางสถิติ อย่างไรก็ตามซีโฟทาซิมความเข้มข้น 50 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่งเสริมให้มีการสร้างตายอดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ความเข้มข้นในช่วง ดังกล่าวเหมาะสมต่อการกำจัดเชื้อส่วนเกินภายหลังการเลี้ยงร่วม ระหว่างสายเชื้อต่าง ๆ ของอะโกรแบคทีเรียที่ทดสอบพบว่า ~iAgrobacterium tumefaciens~i สายเชื้อ LBA 4404 ที่มีพลาสมิด pBI 121 ให้แคลลัสที่มีความต้านทานต่อคานามัยซินสูงที่สุด คานามัยซิน เข้มข้น 50-100 มิลลิกรัมต่อลิตร มีความเหมาะสมต่อการคัดเลือกแคลลัสที่ได้รับการปลูก ถ่ายยีน การเพิ่มความเข้มข้นของเชื้อสูงขึ้นมีแนวโน้มทำให้ความสามารถในการปลูกถ่ายยีนสูง ขึ้น สำหรับวิธีการเลี้ยงร่วมนั้นพบว่า การจุ่มชิ้นส่วนพืชในสารละลายอะโกรแบคทีเรีย เป็นเวลา 10 นาที แล้วย้ายไปวางเลี้ยงบนอาหารที่ใช้เลี้ยงร่วมซึ่งปราศจากสารปฏิชีวนะต่อ อีกเป็นเวลา 48 ชั่วโมงให้ผลดีที่สุด ชิ้นส่วนที่เลี้ยงร่วมแล้วให้ผลการปลูกถ่ายยีนได้ดี ที่สุดคือแผ่นใบที่ตัดแบ่งเป็นสองส่วน แม้ว่าชิ้นส่วนนี้ได้รับการปลูกถ่ายยีนได้ดีที่สุด ก็ตาม แต่ความสามารถในการเพิ่มปริมาณแคลลัส และการพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ต่ำกว่าชิ้นส่วน แผ่นใบทั้งใบ ในการศึกษาครั้งนี้ได้ตรวจสอบเนื้อเยื่อเคมีของชิ้นส่วนที่ผ่านการปลูกถ่ายยินด้วย อย่างไรก็ตามไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมของเอนไซม์กลูคลอโรนิเดส (GUS) ได้ ด้วยเหตุผล ดังกล่าว การตรวจสอบความสามารถในการปลูกถ่ายยีนจึงใช้ความต้านทานต่อคานามัยซินอย่างเดียว ตายอดขนาดเล็กได้รับการชักนำจากแคลลัสที่ผ่านการปลูกถ่ายยีนบนอาหารชักนำ การสร้างพืชต้นใหม่ หลังจากย้ายเลี้ยงไปในอาหารใหม่สูตรเดิม 2-3 ครั้ง (2-3 เดือน) ตายอดเริ่มเปลี่ยนเป็น สีน้ำตาลและตายในที่สุด ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้จึงไม่ได้ต้นมังคุดจำลองพันธุ์

บรรณานุกรม :
วิทูล ไชยภักดี . (2540). การศึกษาการปลูกถ่ายยีนใบมังคุดด้วยอะโกรแบคทีเรีย ~i(Agrobacterium spp.)~i.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิทูล ไชยภักดี . 2540. "การศึกษาการปลูกถ่ายยีนใบมังคุดด้วยอะโกรแบคทีเรีย ~i(Agrobacterium spp.)~i".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิทูล ไชยภักดี . "การศึกษาการปลูกถ่ายยีนใบมังคุดด้วยอะโกรแบคทีเรีย ~i(Agrobacterium spp.)~i."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
วิทูล ไชยภักดี . การศึกษาการปลูกถ่ายยีนใบมังคุดด้วยอะโกรแบคทีเรีย ~i(Agrobacterium spp.)~i. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.