ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจกับพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจกับพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช
นักวิจัย : พินิจ สังสัพพันธ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=58096
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจกับ ระดับพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อ ศึกษาปัจจัยจูงใจที่ใช้เป็นตัวพยากรณ์พฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช 3) เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะการสร้างปัจจัยจูงใจในการปฏิบัติงาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือครู โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 384 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามปัจจัยจูงใจและพฤติกรรมการปฏิบัติ งานแบบมาตราส่วนประมาณค่าแบบ 5 ระดับ ซึ่งค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดปัจจัยจูงใจในการ ปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษาและแบบสอบถามพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูโรงเรียน ประถมศึกษา มีค่า .9814, .9822 ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ แบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยจูงใจมีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับพฤติกรรมการปฏิบัติงานในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยเรียงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ได้ดังนี้ การ ได้รับการยอมรับนับถือ ความมั่นคงในงาน ความสำเร็จในการทำงาน ลักษณะงาน ความก้าวหน้า ความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การติดต่อสื่อสาร ประโยชน์เกื้อกูล ลักษณะของ ตำแหน่ง นโยบายและการบริหาร สภาพการทำงาน การนิเทศงาน ชีวิตส่วนตัว และเงินเดือน 2. ปัจจัยจูงใจที่ใช้เป็นตัวพยากรณ์พฤติกรรมการปฏิบัติงาน จากการวิเคราะห์โดยวิธี ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน มีลำดับดังนี้ 1) การได้รับการยอมรับนับถือ 2) ความมั่นคงในงาน 3) ความสำเร็จในการทำงาน 4) ผลประโยชน์เกื้อกูล และ 5) การติดต่อสื่อสาร และสามารถร่วม กันพยากรณ์พฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูได้ร้อยละ 50.20 โดยมีสมการพยากรณ์ดังนี้ พฤติกรรมการปฏิบัติงาน =45.8421 + 2.092039 (การได้รับการยอมรับนับถือ + 1.5991 (ความมั่นคงในงาน) + 4.2952 (ความสำเร็จในการทำงาน) + 1.3700 (ผลประโยชน์เกื้อกูล) + 1.8875 (การติดต่อสื่อสาร) 3. การประมวลข้อเสนอแนะการสร้างปัจจัยจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา พบว่า ด้านพฤติกรรมการปฏิบัติงานด้านการสอนนั้นผู้บริหารควรหามาตรการให้ครูได้เตรียม การสอน มีการนิเทศติดตามผล และมอบหมายงานให้ตรงกับความรู้ ความถนัดของครู ด้านพฤติกรรม การปฏิบัติงาน ด้านสนับสนุนการสอน ผู้บริหารควรจัดและอำนวยความสะดวกให้ครูได้เตรียมสื่อ การสอน จัดบรรยากาศภายในโรงเรียนให้น่าอยู่ และจัดให้มีห้องเรียนเฉพาะสาขาวิชา ส่วนพฤติกรรม ด้านการพัฒนาตนเองนั้น ผู้บริหารและหน่วยงานควรสนับสนุนให้มีการอบรม สัมมนาทางวิชาการ การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ตลอดจนการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ

บรรณานุกรม :
พินิจ สังสัพพันธ์ . (2540). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจกับพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พินิจ สังสัพพันธ์ . 2540. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจกับพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พินิจ สังสัพพันธ์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจกับพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
พินิจ สังสัพพันธ์ . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจูงใจกับพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ของครูโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.