| ชื่อเรื่อง | : | พฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษาของหัวหน้างาน วิชาการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในเขตการศึกษา 2 |
| นักวิจัย | : | อรรณพ มะแน็ง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=58036 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของหัวหน้างานวิชาการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในเขตการศึกษา 2 ด้านการวางแผนหลักสูตร ด้านการนำหลักสูตรไปใช้และด้านการประเมินผลหลักสูตร ตามตัวแปร เพศ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์การปฏิบัติงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้รับการสุ่มจากหัวหน้า งานวิชาการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำนวน 99 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบ สอบถามและแบบสัมภาษณ์ มีลักษณะเป็นแบบสำรวจรายการ (Check list) และแบบปลายเปิดที่ ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นและผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วนำผลที่ได้ไปหาดัชนีความสอด คล้องตามวิธีของ โรวิเนลลี และ แฮมเบลตัน (Rovinelli and Hambleton) หลังจากนั้น นำไปทดลองใช้เพื่อหาค่าความเชื่อมั่น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ หาค่าร้อยละ และค่าไคสแควร์ ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS (Statistical Package for Social Science) ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ของหัวหน้างาน วิชาการโรงเรียน เรื่องบุคลากรผู้รับผิดชอบส่วนใหญ่หัวหน้างานวิชาการโรงเรียนเป็นผู้รับ ผิดชอบเกี่ยวกับการวางแผนหลักสูตร การประเมินผลหลักสูตร การพิจารณาครูผู้สอน การจัด ตารางสอน การพิจารณารายวิชาที่เปิดสอนแต่ละภาคเรียนรวมทั้งการเตรียมอุปกรณ์การสอน สำหรับ การสอนของครูผู้สอนหัวหน้างานวิชาการโรงเรียนจะให้ครูผู้สอนทุกคนทำแผนการสอนและบันทึก การสอน ส่วนการใช้วิธีสอนส่วนใหญ่ใช้วิธีสอนแบบให้นักเรียนลงมือปฏิบัติโดยตรงเพื่อมุ่ง เน้นให้นักเรียนได้พัฒนาด้านทักษะพิสัย และเรื่องการประเมินผลหลักสูตรนั้น หัวหน้างาน วิชาการโรงเรียนจะมีการประเมินผลหลักสูตรภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยพิจารณาจากผลการเรียน ของนักเรียนและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ปัญหาการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษาส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจ ในการวางแผนหลักสูตร การประเมินผลหลักสูตรรวมทั้งเครื่องมือประเมินผลหลักสูตรที่ได้ มาตรฐาน และขาดครูผู้สอนที่มีวุฒิทางพลศึกษาโดยตรง 2. หัวหน้างานวิชาการโรงเรียนที่มีเพศต่างกัน มีพฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชา พลศึกษาระดับมัธยมศึกษา เรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนหลักสูตรเกี่ยวกับนักเรียนและการ ใช้ข้อมูลเพื่อการวางแผนเกี่ยวกับครูผู้สอน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 และ .05 ตามลำดับ การใช้วิธีสอนแบบลองผิดลองถูก มีความแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 การได้รับการนิเทศของครูผู้สอนจากผู้บริหารโรงรียน และหัวหน้างานวิชาการโรงเรียน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนข้อพิจารณาในการประเมินผลหลักสูตร ที่ได้พิจารณาจากการวัดและประเมินผลการเรียน การสอน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่มี ความแตกต่างกัน 3. หัวหน้างานวิชาการโรงเรียนที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีพฤติกรรมการบริหาร หลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษา เรื่อง ข้อมูลเพื่อพิจารณากำหนดรายวิชาที่เปิดสอน แต่ละภาคเรียน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 การกำหนดอัตราส่วน ของคะแนนระหว่างภาคและปลายภาค มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การได้รับการนิเทศจากหัวหน้างานวิชาการโรงเรียนและการได้รับการนิเทศจากศึกษานิเทศก์ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ตามลำดับ ปัญหาในการนำ หลักสูตรไปใช้เกี่ยวกับสถานที่สอนวิชาพลศึกษา ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ผู้รับผิดชอบในการวิเคราะห์ปัญหาการใช้หลักสูตรที่ให้หัวหน้างานวิชาการ โรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบและให้ครูในโรงเรียนทุกคนเป็นผู้รับผิดชอบมีความแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน 4. หัวหน้างานวิชาการโรงเรียนที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานต่างกันมีพฤติกรรม การบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษา เรื่อง การใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนหลักสูตร เกี่ยวกับครูผู้สอน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การพิจารณา รายวิชาที่เปิดสอนแต่ละภาคเรียน เกี่ยวกับอุปกรณ์การสอน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับอุปกรณ์การสอนและสถานที่สอนพลศึกษา มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ .01 ตามลำดับ ส่วนเรื่อง อื่น ๆ ไม่มีความแตกต่างกัน 5. ปัญหาและข้อเสนอแนะในการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษาของ หัวหน้างานวิชาการโรงเรียน คือขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจทั้งทางด้านการวางแผน หลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้ และการประเมินผลหลักสูตร ขาดเครื่องมือประเมินผลหลักสูตร ที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนสถานที่และอุปกรณ์การสอนมีไม่เพียงพอ จึงควรจัดอบรมบุคลากรให้มี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการบริหารหลักสูตร สามารถนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ หัวหน้างานวิชาการโรงเรียนที่เป็นเพศหญิง มีวุฒิการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี และมี ประสบการณ์การปฏิบัติงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษา มีความแตกต่างจากสถานภาพด้านอื่น จึงควรพิจารณาบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ตามที่กล่าวมา ทำหน้าที่บริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนขยาย โอกาสทางการศึกษา |
| บรรณานุกรม | : |
อรรณพ มะแน็ง . (2540). พฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษาของหัวหน้างาน วิชาการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในเขตการศึกษา 2.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรรณพ มะแน็ง . 2540. "พฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษาของหัวหน้างาน วิชาการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในเขตการศึกษา 2".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรรณพ มะแน็ง . "พฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษาของหัวหน้างาน วิชาการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในเขตการศึกษา 2."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. อรรณพ มะแน็ง . พฤติกรรมการบริหารหลักสูตรวิชาพลศึกษา ระดับมัธยมศึกษาของหัวหน้างาน วิชาการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในเขตการศึกษา 2. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
