| ชื่อเรื่อง | : | การปรับปรุงพันธุ์มังคุด ~i(Garcinia mangostana~iL.) โดยใช้สิ่งก่อกลายพันธุ์ ในหลอดทดลอง |
| นักวิจัย | : | วิทยา พรหมมี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=58004 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในการศึกษานี้ใช้แคลลัสที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยงใบอ่อนสีม่วงแดงของยอดมังคุด ~i(Garcinia mangostana~iL.) ซึ่งดูแลในขวดทดลองและย้ายเลี้ยงทุกเดือนเป็นเวลา 6 เดือน นำมาให้สิ่งก่อกลายพันธุ์ 2 ชนิด คือ ethylmethane sulfonate (EMS) และรังสีแกมมา ระดับความเข้มต่าง ๆ หลังจากนั้นเลี้ยงแคลลัสในอาหารสูตรเดิมต่อเป็นเวลา 3 สัปดาห์ จึงตรวจสอบความมีชีวิตของแคลลัส ย้ายแคลลัสไปเลี้ยงในอาหารสูตรชักนำยอด ส่งเสริมการ ยืดยาวของยอดและชักนำรากตรวจสอบลักษณะทางเนื้อเยื่อวิทยา ชีวเคมี และลักษณะทางสัณฐาน บางประการของพืชต้นใหม่ที่ได้รับสิ่งก่อกลายพันธุ์ ผลการศึกษาพบว่า การใช้ EMS ความ เข้มข้นสูงขึ้นให้อัตราการรอดชีวิตของแคลลัสลดลง ความเข้มข้นที่ยับยั้งการพัฒนาได้ อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ คือ ความเข้มข้น 0.50 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาจุ่มแช่ EMS นานขึ้นทำให้อัตราการรอดชีวิตของแคลลัสลดลงตามลำดับ ระยะเวลาการจุ่มแช่ที่สามารถยับยั้ง การพัฒนาได้อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ คือ 30 นาที ในกรณีของการฉายรังสีแกมมาความเข้ม ต่าง ๆ พบว่ารังสีความเข้ม 20 และ 40 เกรย์ ทำให้อัตราการรอดชีวิตของแคลลัส 84.20 และ 80.80 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างจากชุดเปรียบเทียบ ซึ่งให้อัตราการรอดชีวิต 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ (P=0.05) ผลของ EMS และรังสีแกมมา ทำให้เซลล์อิพิเดอมีสของแคลลัสที่ได้ รับสิ่งก่อกลายพันธุ์ครั้งแรก (M(,1)C(,1)) และแคลลัสที่ได้รับสิ่งก่อกลายพันธุ์ครั้งที่ 2 (M(,2)R(,1)C(,1)) ได้รับความเสียหาย เซลล์ตายมีลักษณะสีดำ ไม่พบองค์ประกอบของ ไซโทพลาสซึมภายในเซลล์ ในขณะที่ M(,2)R(,1)C(,1) มีจำนวนชั้นของเซลล์อิพิเดอมีสที่ เสียหายมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบผลความเสียหายของเซลล์ระหว่าง EMS และรังสีแกมมา พบว่า EMS มีจำนวนชั้นของเซลล์อิพิเดอมีสเสียหายน้อยกว่ารังสี แต่เซลล์อิพิเดอมีสชั้นแรกที่ได้ รับ EMS เกิดความเสียหายรุนแรงมากกว่า อย่างไรก็ตามการให้ทั้ง EMS และรังสีแกมมาส่งผลให้ จำนวนชั้นของเซลล์อิพิเดอมีสเสียหายมากกว่าการให้รังสี หรือ EMS เพียงอย่างเดียว เมื่อตรวจสอบไอโซไซม์จากต้นที่พัฒนาจากแคลลัสซึ่งได้รับรังสีก่อกลายพันธุ์ พบว่า ระบบ เอนไซม์เปอร์ออกซิเดสให้ความแตกต่างของใบจากต้นขั่วที่ 1 (M(,1)R(,1)) และแคลลัสที่ชักนำ จากใบ M(,1)R(,1) (M(,1)R(,1)C(,1)) เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยทดลองที่ได้รับสิ่งก่อ กลายพันธุ์ บัฟเฟอร์ที่เหมาะสมในการสกัดเอนไซม์เปอร์ออกซิเดส คือ tris-hydroxymethyl aminomethane (Tris-HCl) เข้มข้น 0.75 โมลาร์ pH 7.5 polyvinylpyrrolidone (PVP) เข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ disodium ethylenediaminetetraacetate(Na(,2)EDTA) เข้มข้น 2 มิลลิโมลาร์ และ 2-mercaptoethanol เข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ สำหรับความเข้มข้น เจลอะคริลาไมด์ 10 เปอร์เซ็นต์ มีความเหมาะสมที่สุดให้แถบเอนไซม์คมชัดแยกความแตกต่างได้ ชัดเจน ใบจากต้น M(,1)R(,1) ที่ได้จากแคลลัสซึ่งได้รับการฉายรังสีแกมมา ความเข้ม 10 และ 20 เกรย์ EMS ทุกความเข้มข้น และแคลลัส M(,1)R(,1)C(,1) หลังจากการฉายรังสีแกมมา ความเข้ม 5, 20 และ 40 เกรย์ EMS ความเข้มข้น 0.50 เปอร์เซ็นต์ มีการเปลี่ยนแปลงของ เอนไซม์เปอร์ออกซิเดสซึ่งเป็นผลมาจากยีน เมื่อตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานบางประการของต้น M(,1)R(,1) ที่ได้จากการจุ่มแช่สาร ละลาย EMS ความเข้มข้น 0.50 เปอร์เซ็นต์ พบว่าลำต้นเตี้ยลง มีลำต้นอวบอ้วนและเกิดกิ่ง แขนงเกิดมังคุดสามใบและมีการจัดเรียงตัวของใบผิดปกติ สำหรับรังสีแกมมา 10, 20 และ 40 เกรย์ ให้ผลใกล้เคียงกัน คือมีลำต้นเตี้ยลง ปลายใบสองแฉก ขอบใบมีรอยหยัก การจัดเรียงตัวของใบ ผิดปกติ เกิดมังคุดสามใบ เกิดกิ่งแขนง และใบมีลักษณะสีน้ำตาลไหม้ |
| บรรณานุกรม | : |
วิทยา พรหมมี . (2540). การปรับปรุงพันธุ์มังคุด ~i(Garcinia mangostana~iL.) โดยใช้สิ่งก่อกลายพันธุ์ ในหลอดทดลอง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิทยา พรหมมี . 2540. "การปรับปรุงพันธุ์มังคุด ~i(Garcinia mangostana~iL.) โดยใช้สิ่งก่อกลายพันธุ์ ในหลอดทดลอง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิทยา พรหมมี . "การปรับปรุงพันธุ์มังคุด ~i(Garcinia mangostana~iL.) โดยใช้สิ่งก่อกลายพันธุ์ ในหลอดทดลอง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. วิทยา พรหมมี . การปรับปรุงพันธุ์มังคุด ~i(Garcinia mangostana~iL.) โดยใช้สิ่งก่อกลายพันธุ์ ในหลอดทดลอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
