ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้แพลงก์ตอนพืช

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้แพลงก์ตอนพืช
นักวิจัย : สุภาพร แซ่อึ่ง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57968
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาคุณลักษณะทางกายภาพ และทางเคมีของน้ำ ในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาและบ่อพักน้ำทิ้งตลอดระยะ เวลาการเลี้ยง 1 รุ่น (ประมาณ 4 เดือน) พบว่ามีความเค็ม เฉลี่ย 26 และ 22 ส่วนในพัน, ค่าความเป็นกรด-ด่าง 8.05 และ 7.75, ความโปร่งใส 35.5 และ 23.75 เซนติเมตร และออกซิเจนที่ละลายในน้ำมีค่าเฉลี่ย 1.4 และ 0.75 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนสีของน้ำส่วนใหญ่จะมีสีเขียว เมื่อทำการ ศึกษาชนิดของแพลงก์ตอนพืชจากน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบ พัฒนาและบ่อพักน้ำทิ้งจากการเลี้ยง 1 รุ่น (4 ช่วงของการ ถ่ายน้ำ) พบแพลงก์ตอนพืช 6 ดิวิชั่น 39 สกุล เมื่อนำ แพลงตอนก์พืชมาแยกโดยใช้วิธีการแยกบนจานเพาะเชื้อและ การแยกโดยใช้ไมโครปิเปตสามารถแยกแพลงก์ตอนพืชได้ 7 สกุล เป็นแพลงก์ตอนพืชสีเขียว 1 สกุล (Chlorella), สีน้ำตาลแกมทอง 1 สกุล (Chroomonas), สีเขียวแกม น้ำเงิน 1 สกุล (Phormidium), และไดอะตอม 4 สกุล (Skeletonema, Chaetoceros, Pleurosigma และ Navicula) มีเพียง 4 สกุล ที่เหมาะสม ในการศึกษาขั้น ต่อไปคือ Chlorella, Chroomonas, Skeletonema และ Chactoceros คัดเลือกแพลงก์ตอนพืชโดยการเลี้ยงแพลงก์ตอนพืช ทั้ง 4 สกุลในอาหารเลี้ยงเชื้อ Walne ที่ความเข้มแสง 4,700 และ 6,300 ลักซ์ พบว่า Chlorella และ Chroomonas เติบโตได้ดีที่ความเข้มแสง 6,300 ลักซ์ ส่วน Skeletonema และ Chaetoceros เติบโตได้ดีที่ ความเข้มแสง 4,700 ลักซ์ เมื่อนำแพลงก์ตอนพืชทั้ง 4 สกุล มาเลี้ยงในน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาที่ความ เข้มแสงดังกล่าวข้างต้น พบว่า Chroomonas มีอัตราการ เติบโตจำเพาะสูงสุดเท่ากับ 0.16 ต่อชั่วโมง ที่ระยะเวลา การเลี้ยง 6 วัน ชนิดและความเข้มข้นที่เหมาะสมของสารอาหาร ที่เติมลงในน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาที่ใช้ สำหรับเลี้ยง Chroomonas พบว่า Chroomonas สามารถ ใช้ยูเรียเป็นแแหล่งไนโตรเจนได้ดีที่กว่าโซเดียมไนเตรท, แอมโมเนียมไนเตรท และโพแทสเซียมไนเตรท ความเข้มข้น ที่เหมาะสมของยูเรียที่เติมลงในน้ำทิ้งคือ 30 มิลลิกรัม ต่อลิตร แต่เมื่อเติมฟอสฟอรัสไม่มีผลทำให้การเติบโตของ Chroomonas สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับที่เลี้ยงในน้ำทิ้ง ที่เติมยูเรียเพียงอย่างเดียว ทดสอบประสิทธิภาพการบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้ง กุลาดำแบบพัฒนาที่เติมและไม่เติมยูเรีย 30 มิลลิกรัม ต่อลิตร พบว่า Chroomonas สามารถใช้ไนไตรท์ ไนเตรท และแอมโมเนีย ได้ทั้งหมดภายใน 1 วัน และใช้ออร์โธ ฟอสเฟตในน้ำทิ้งหมดภายใน 3 วัน ส่วนไนโตรเจนทั้งหมด และซีโอดี Chroomonas สามารถลดลงได้ร้อยละ 20.82- 40.27 และร้อยละ 36.14-43.66 ภายใน 4 วัน เมื่อ ทดสอบความเป็นพิษเบื้องต้นของ Chroomonas กับกุ้ง กุลาดำระยะโพสท์ลาร์วา 25 พบว่า ไม่มีความแตกต่างกับ ชุดควบคุมซึ่งไม่เติม Chroomonas

บรรณานุกรม :
สุภาพร แซ่อึ่ง . (2539). การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้แพลงก์ตอนพืช.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุภาพร แซ่อึ่ง . 2539. "การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้แพลงก์ตอนพืช".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุภาพร แซ่อึ่ง . "การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้แพลงก์ตอนพืช."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
สุภาพร แซ่อึ่ง . การบำบัดน้ำทิ้งจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) แบบพัฒนาโดยใช้แพลงก์ตอนพืช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.