ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความผูกพัน ต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความผูกพัน ต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรก
นักวิจัย : เกียรติกำจร กุศล
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57629
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุ ประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่ สมรสกับความผูกพันต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรกที่ไม่มี ภาวะแทรกซ้อน ที่มารับบริการหน่วยฝากครรภ์โรงพยาบาลมหา- ราชนครศรีธรรมราช จำนวน 100 รวย ซึ่งมีอายุครรภ์ 28-40 สัปดาห์ โดยสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย ประกอบด้วยแบบสอบถามการสนับสนุนจากคู่สมรสแบบสอบ- ถามความผูกพันธ์ต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรกซึ่งได้ผ่าน การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือและมีค่าความเที่ยง 0.87 และ 0.90 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัม- พันธ์ของเพียร์สัน และการถดถอยของพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. การสนับสนุนจากคู่สมรสของหญิงครรภ์แรกโดยรวมและ ในแต่ละด้านอยู่ในระดับมาก 2. ความผูกพันต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรกโดยรวม และในแต่ละด้านอยู่ในระดับมาก 3. การสนับสนุนจากคู่สมรสมีความสัมพันธ์ทางบวกกับ ความผูกพันต่อทารกในครรภ์ในระดับสูง (r=0.77) อย่างมีนัย- สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง การสนับสนุนจากคู่สมรสแต่ละด้านกับความผูกพันต่อทารกใน ครรภ์แต่ละด้าน ส่วนใหญ่พบว่ามีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับ ปานกลาง (r=.31-.68) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนด้านอารมณ์กับความ ผูกพันต่อทารกในครรภ์แต่ละด้านอยู่ในระดับต่ำ (r=.24-.39) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 4. การทำนายความผูกพันต่อทารกในครรภ์ของหญิง ครรภ์แรกโดยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนพบว่า ตัวแปรแรกคือการสนับสนุนจากคู่สมรส สามารถทำนายความผูกพัน ต่อทารกในครรภ์ได้ร้อยละ 58.68 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ .0001 ตัวแปรอันดับที่สองคือ รายได้ของครอบครัวสามารถ ร่วมกันทำนายความผูกพันต่อทารกในครรภ์ได้เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 60.31 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การที่การสนับสนุนจากคู่สมรสมีความสัมพันธ์กับความ ผูกพันต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรกในระดับสูง อาจเนื่อง จากเหตุผลหลายประการ อาทิเช่น ลักษณะของกลุ่มตัวอย่างที่ ศึกษาเป็นหญิงครรภ์แรก มีความต้องการการตั้งครรภ์ และส่วน ใหญ่วางแผนการตั้งครรภ์ร่วมกันกับคู่สมรส ผลจากการศึกษา สามารถใช้เป็นแนวทางในการให้คำแนะนำแก่คู่สมรสในการสนับ สนุนภรรยาขณะตั้งครรภ์เพื่อส่งเสริมความผูกพันต่อทารกใน ครรภ์ให้ดียิ่งขึ้น ผู้วิจัยเสนอแนะการศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความผูกพันต่อทารกในครรภ์ ในกลุ่มครอบครัวเดี่ยว กลุ่มหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น หรือ กลุ่มที่มีภาวะเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ การศึกษาเชิงเปรียบ- เทียบความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความ ผูกพันต่อทารกในครรภ์แต่ละไตรมาสของการตั้งครรภ์ และการ ศึกษาเชิงพฤติกรรมในด้านการผูกพันต่อทารกในครรภ์ให้ลึก- ซึ้งยิ่งขึ้น

บรรณานุกรม :
เกียรติกำจร กุศล . (2536). ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความผูกพัน ต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เกียรติกำจร กุศล . 2536. "ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความผูกพัน ต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เกียรติกำจร กุศล . "ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความผูกพัน ต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
เกียรติกำจร กุศล . ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนจากคู่สมรสกับความผูกพัน ต่อทารกในครรภ์ของหญิงครรภ์แรก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.