| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์และประเภณีการฝังศพที่ปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา |
| นักวิจัย | : | นวรัตน์ แก่อินทร์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56900 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยชิ้นนี้เน้นการวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์และประเพณีการฝังศพที่ปราสาท พนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเรื่องราวของชุมชน โบราณก่อนการสร้างปราสาทพนมวัน ในช่วงเวลา 2 สมัย คือ สมัยที่ 1 ประมาณก่อน 370 ปีก่อน คริสตกาล ถึง 1,400 ปีก่อนคริสตกาล จากการกำหนดอายุแบบเทียบเคียง และสมัยที่ 2 คือ 370 ปีก่อนคริสตกาล ถึงคริสตศักราชที่ 230 โดยการกำหนดอายุแบบสัมบูรณ์ด้วยวิธี Accelerator Mass Spectrometry การศึกษาโครงกระดูกมนุษย์ในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองแนวทาง คือ ศึกษาด้านมานุษยวิทยากายภาพ โดยการสังเกตและอธิบายลักษณะทางกายภาพด้วยตาเปล่า ร่วมกับแนวทางการศึกษาด้านมานุษยวิทยาวัฒนธรรม เพื่อศึกษาเรื่องประเพณีการฝังศพภายในแหล่ง รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบกับแหล่งโบราณคดีในบริเวณใกล้เคียง จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดี ซึ่งอยู่บริเวณระหว่างปราสาทประธานและปรางค์น้อยในปี พ.ศ. 2540 และบริเวณโคปุระตะวันออก ในปี พ.ศ. 2535 พบว่ากลุ่มโครงกระดูกที่ศึกษา 7 โครงเป็นผู้ใหญ่มีทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุเมื่อตายอยู่ในช่วง 30-40 ปี และมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 162-171 เซนติเมตร จากโครง กระดูกทั้งหมดสามารถศกึษากะโหลกศีรษะได้เพียง 2 กะโหลก ปรากฏลักษณะของมองโกลอยด์ และมีลักษณะที่ไม่แตกต่างไปจากคนไทยปัจจุบัน อีกทั้งผลการวิเคราะห์พยาธิสภาพที่ปรากฏใน กลุ่มโครงกระดูก พบว่ามีโรคฟันผุ โรคปริทันต์หรือโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ และพบการเสื่อม ของกระดูก นอกจากนี้ได้ศึกษาเปรียบเทียบประเพณีการฝังศพในบริเวณ 3 บริเวณ คือ บริเวณ ระหว่างปราสาทประธานและปรางค์น้อยปี พ.ศ. 2540 บริเวณโคปุระตะวันออกปี พ.ศ. 2535 และ การขุดค้นภายในโคปุระตะวันตกปี พ.ศ. 2536 ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบพิธีกรรมและความเชื่อ ในเรื่องความตายของชุมชนในแหล่งโบราณคดีปราสาทพนมวันทั้งสมัยที่ 1 และสมัยที่ 2 มีความ คล้ายคลึงกัน ภาพรวมของรูปแบบพิธีกรรมทั้งสองสมัยมีการจัดวางศพ 3 ลักษณะ คือ นอนหงาย เหยียดยาว ฝังศพครั้งที่ 2 และบรรจุศพเด็กในภาชนะดินเผา มีการมัดและห่อศพก่อนการฝังตลอด จนมีการอุทิศสิ่งของเครื่องใช้และเครื่องประดับให้ผู้ตาย นอกจากนั้นยังมีการทุบภาชนะ ดินเผาปูรองศพหรือวางร่วมกับศพ แต่ไม่สามารถกำหนดทิศทางการหันศีรษะที่แน่นอนได้ ดังนั้น เมื่อสรุปผลการวิเคราะห์โครงกระดูกประกอบกับผลการศึกษาประเพณีการฝังศพ พบว่าทั้งสองสมัย มีการอาศัยต่อเนื่องกันมา ผลจากการศึกษาลักษณะทางกายภาพของโครงกระดูกมีความคล้ายกันซึ่ง สัมพันธ์กับผลจากการศึกษาประเพณีการฝังศพที่มีรูปแบบพิธีกรรมและความเชื่อในเรื่องความตาย ที่คล้ายคลึงกัน ทั้งภายในแหล่งโบราณคดีเดียวกันและแหล่งโบราณคดีในบริเวณใกล้เคียง อนึ่ง ผลจากการวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์และประเพณีการฝังสพที่ปราสาทพนมวัน สามารถใช้เป็นข้อมูล ที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการศึกษาแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ที่มีการอยู่อาศัยในลักษณะเดียว กับแหล่งโบราณคดีปราสาทพนมวัน |
| บรรณานุกรม | : |
นวรัตน์ แก่อินทร์ . (2542). การวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์และประเภณีการฝังศพที่ปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นวรัตน์ แก่อินทร์ . 2542. "การวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์และประเภณีการฝังศพที่ปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นวรัตน์ แก่อินทร์ . "การวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์และประเภณีการฝังศพที่ปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. นวรัตน์ แก่อินทร์ . การวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์และประเภณีการฝังศพที่ปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
