| ชื่อเรื่อง | : | เทวประติมาน ในงานจิตรกรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีเทพผู้พิทักษ์ อุโบสถและวิหาร สมัยรัตนโกสินทร์ |
| นักวิจัย | : | อรุณศักดิ์ กิ่งมณี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56659 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงคติและรูปแบบของภาพเทพผู้พิทักษ์ จากอุโบสถและวิหารในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยศึกษาเฉพาะกลุ่มเทพผู้พิทักษ์จากอาคารหลัก 4 หลัง ได้แก่ 1. อุโบสถวัดราชนัดดาราม 2. วิหารวัดสุทัศนเทพวราราม 3. อุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม 4. อุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส ในการศึกษาครั้งนี้ ได้ผลสรุปจากการวิจัยว่า ภาพเทพผู้พิทักษ์จากอาคาร 4 หลัง ดังกล่าวเป็นการอัญเชิญเทพต่าง ๆ มารักษาพระทวารและบัญชร (ประตู/หน้าต่าง) เป็นการ เฉพาะองค์ ซึ่งเป็นการเน้นให้เห็นถึงเรื่องราวและความสำคัญของเทพผู้พิทักษ์ให้มีบทบาท มากกว่าเดิม ทั้งนี้เนื่องจาก จิตรกรรมเทพผู้พิทักษ์ในสมัยก่อนหน้านี้ (สมัยอยุธยา) ได้ เขียนเป็นภาพเทพประทับยืนบนแท่นตามแบบประเพณี ที่มิได้ให้ความหมายอันแสดงถึงเทพองค์ใด แน่ชัด แต่เป็นภาพรวมที่หมายถึงผู้ปกปักรักษา หรือ อารักษ์ ประจำพุทธสถานเท่านั้น การ เปลี่ยนแปลงโดยให้ความสำคัญแก่เทพเพิ่มยิ่งขึ้นนี้ ได้เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในสมัยรัชกาล ที่ 3 เป็นต้นมา โดยเทพผู้พิทักษ์ที่พบจากอาคาร 4 หลัง ที่ใช้ในการศึกษานี้ สามารถจัด แบ่งกลุ่มได้เป็น 5 กลุ่ม ภาพเทพต่าง ๆ ที่นำมาเป็นผู้พิทักษ์อาคารนี้ ล้วนมีที่มาจากศาสนาฮินดูเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามเทพเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้พบว่า มีบทบาททางศาสนาพุทธด้วย ทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก ได้มีการผสมผสานทางด้านคติความเชื่อระหว่างพุทธและฮินดูมาตั้งแต่สมัยก่อนหน้านี้แล้ว ภาพของเทพทั้งหลายเหล่านี้ ส่วนใหญ่ได้ถ่ายทอดมาจากเนื้อหาในคัมภีร์นารายณ์สิบปางของไทย (ที่คงรับเทวปกรณัมมาจากอินเดีย และนำมาดัดแปลงเนื้อหาบางอย่างตามความนิยมของไทย) ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงถึงตัวละครในวรรณกรรม (นารายณ์สิบปาง) แล้ว ก็ยังเป็นการอัญเชิญ มาเป็นเทพผู้พิทักษ์ได้อีกประการหนึ่งด้วย ทั้งนี้เนื่องจากเทพต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเทพ ผู้ทรงฤทธิ์ ที่มีพลังอำนาจทั้งด้านสร้างสรรค์และทำลายสิ่งชั่วร้าย จึงมีความเหมาะสม กับคติอารักษ์เดิมของไทยได้เป็นอย่างดี สิ่งที่น่าสนใจก็คือ คติการเขียนภาพในลักษณะเช่นนี้ได้พบเฉพาะ 4 อาคารที่นำมาใช้ ศึกษาครั้งนี้เท่านั้น และอาคารเหล่านี้ก็ล้วนเป็นพระอารามหลวง และพระอารามประจำบวร ราชวังทั้งสิ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า คติของการเขียนภาพดังกล่าว จำกัดเฉพาะพระอารามสำคัญ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์เท่านั้น ซึ่งก็อาจมีความสอดคล้องกับคติของเทวราชา ที่สมมุติให้กษัตริย์เปรียบประดุจเทพ ดังเช่นที่เคยปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว |
| บรรณานุกรม | : |
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี . (2540). เทวประติมาน ในงานจิตรกรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีเทพผู้พิทักษ์ อุโบสถและวิหาร สมัยรัตนโกสินทร์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณศักดิ์ กิ่งมณี . 2540. "เทวประติมาน ในงานจิตรกรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีเทพผู้พิทักษ์ อุโบสถและวิหาร สมัยรัตนโกสินทร์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณศักดิ์ กิ่งมณี . "เทวประติมาน ในงานจิตรกรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีเทพผู้พิทักษ์ อุโบสถและวิหาร สมัยรัตนโกสินทร์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. อรุณศักดิ์ กิ่งมณี . เทวประติมาน ในงานจิตรกรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีเทพผู้พิทักษ์ อุโบสถและวิหาร สมัยรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
