| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาการฝึกอ่านแบบกลวิธีการรับรู้การเรียนรู้เพื่อสร้างใจความสำคัญจากบทอ่าน (AIM) ที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 |
| นักวิจัย | : | สุชาติ วรรณขาว |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56544 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของวิธีการฝึกอ่าน ซึ่งมี 2 วิธี คือ วิธีการฝึกอ่านแบบกลวิธีการรับรู้ การเรียนรู้ เพื่อสร้างความสำคัญจากบทอ่าน (AIM) และวิธีการฝึกอ่านแบบปกติที่มีผลต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 5 เพื่อศึกษาอิทธิพลของระดับความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งมี 3 ระดับ คือ ความสามารถในการอ่านระดับสูง กลาง และต่ำ ที่มีผลต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างระดับความสามารถในการ อ่านกับวิธีการฝึกอ่านที่มีผลต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 และเพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนและหลังการฝึกอ่านของ นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการฝึกอ่านแบบ AIM กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านนาคู่พัฒนา กรป.กลาง อุปถัมภ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2539 ในแผนการเรียนวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ และแผนการเรียนภาษา-คณิตศาสตร์ รวม 100 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย คิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1. แบบทดสอบวัดความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษปรนัยแบบคู่ขนาน จำนวน 2 ชุด ๆ ละ 40 ข้อ 2. บทอ่านที่นำมาใช้ฝึกอ่านจำแนกตามลักษณะโครงสร้างเรื่อง 4 ประเภท จำนวน 8 บทอ่าน 3. แผนการสอนอ่านแบบ AIM จำนวน 16 คาบเรียน 4. แผนการสอนอ่านแบบปกติ จำนวน 16 คาบเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ANOVA-two ways with unbalanced data เพื่อวิเคราะห์ อิทธิพลของวิธีการฝึกอ่านที่มีผลต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน และเพื่อ หาปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิธีการฝึกอ่านระดับความสามารถในการอ่านที่มีผลต่อความเข้าใจในการ อ่านภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า 1. วิธีการฝึกอ่านมีอิทธิพลต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. ระดับความสามารถในการอ่านที่มีอิทธิพลต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิธีการอ่านและระดับความสามารถในการอ่าน ไม่มีอิทธิพลต่อ คะแนนความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4. คะแนนเฉลี่ยด้านความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนกลุ่มที่ได้รับการฝึก อ่านแบบ AIM ก่อนและหลังการฝึกอ่าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 |
| บรรณานุกรม | : |
สุชาติ วรรณขาว . (2539). การศึกษาการฝึกอ่านแบบกลวิธีการรับรู้การเรียนรู้เพื่อสร้างใจความสำคัญจากบทอ่าน (AIM) ที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุชาติ วรรณขาว . 2539. "การศึกษาการฝึกอ่านแบบกลวิธีการรับรู้การเรียนรู้เพื่อสร้างใจความสำคัญจากบทอ่าน (AIM) ที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุชาติ วรรณขาว . "การศึกษาการฝึกอ่านแบบกลวิธีการรับรู้การเรียนรู้เพื่อสร้างใจความสำคัญจากบทอ่าน (AIM) ที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. สุชาติ วรรณขาว . การศึกษาการฝึกอ่านแบบกลวิธีการรับรู้การเรียนรู้เพื่อสร้างใจความสำคัญจากบทอ่าน (AIM) ที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
