ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางพัฒนาทางกายภาพของที่ว่างสาธารณะในชุมชนเคหะสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของรัฐในกรุงเทพมหานคร ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้อาศัย : กรณี ศึกษาเคหะสงเคราะห์ดินแดงและห้วยขวาง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางพัฒนาทางกายภาพของที่ว่างสาธารณะในชุมชนเคหะสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของรัฐในกรุงเทพมหานคร ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้อาศัย : กรณี ศึกษาเคหะสงเคราะห์ดินแดงและห้วยขวาง
นักวิจัย : นพพร โทณะวณิก
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56399
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบที่ว่างสาธารณะประเภทต่าง ๆ ที่จัดไว้ สำหรับชุมชนพักอาศัยผู้มีรายได้น้อยของรัฐ ทางด้านการใช้ประโยชน์ สภาพทางกายภาพ และวิธีการดูแลรักษา โดยศึกษาและวิเคราะห์จากพฤติกรรมในการใช้ของผู้อยู่อาศัยในชุมชนนั้น โดยเลือกตัวอย่างศึกษาจากโครงการในยุคแรก ที่ดำเนินการโดยการเคหะแห่งชาติ ซึ่งในช่วง 10 ปีแรกเป็นโครงการเคหะสงเคราะห์เพื่อผู้มีรายได้น้อย ในรูปแบบอาคารแฟลต อันเป็นรูปแบบ ใหม่ในการอยู่อาศัยของเมืองไทยในขณะนั้น ทั้งในด้านความรู้สึก และทัศนคติต่อสภาพแวดล้อม สภาพห้องพักอาศัย และสภาพที่ว่างสาธารณะภายนอกมีความแตกต่างจากรูปแบบการอยู่อาศัยแบบ บ้านที่เคยชิน เกิดปัญหาทางด้านคุณภาพในการดำเนินชีวิต ที่ว่างสาธารณะที่มีอยู่ตามมาตรฐาน ของการเคหะแห่งชาติ ได้มีการใช้อย่างไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ และบางแห่งสภาพกายภาพ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงพอที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีต่อชุมชน แนวความคิดหลักของการศึกษาครั้งนี้ คือ อิทธิพลของสภาพแวดล้อมกายภาพจะเป็นตัวกำหนด พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย สภาพของสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตในชุมชน ดังนั้นการศึกษาพฤติกรรมการใช้ที่ว่างสาธารณะและความสัมพันธ์ของคนในชุมชน รวมทั้งการวัดทัศนคติต่อเรื่องเหล่านี้ สามารถจะนำผลที่ได้มาเป็นแนวทางพัฒนาทางกายภาพ ของที่ว่างสาธารณะในชุมชนเคหะสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของรัฐในกรุงเทพมหานครได้ การศึกษานี้ได้เลือกเคหะชุมชนดินแดงและห้วยขวางเป็นกรณีศึกษา โดยเลือกตัวอย่าง จำนวน 116 หน่วยจากเคหะชุมชนดินแดง และ 88 หน่วยจากเคหะชุมชนห้วยขวางโดยให้กลุ่มตัวอย่าง กระจายอย่างทั่วถึงตามตำแหน่งอาคารและตำแหน่งของห้องพักอาศัยในอาคาร เพื่อทำการศึกษาและ ประมวลผลการวิเคราะห์พฤติกรรม ประเมินทัศนคติ และแนวโน้มความต้องการในอนาคตของที่ว่าง สาธารณะชุมชน การวิเคราะห์พฤติกรรมใช้มัชฌิมเลขคณิตหาค่าเฉลี่ย และใช้อัตราส่วนร้อยละ Chi-square วัดความแตกต่างของอัตราส่วนระหว่างผู้อยู่อาศัยในเคหะชุมชนตัวอย่างทั้งสองแห่ง การประเมินความรู้สึกและทัศนคติใช้วิธีการวัดการกระจายด้วยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการ ค้นหาองค์ประกอบทางกายภาพของที่ว่างสาธารณะที่มีผลต่อความพอใจใช้วิธีจัดกลุ่มค่ามัชฌิม เลขคณิต ปรากฏผลของการศึกษา ดังนี้ ผู้อยู่อาศัยเป็นเพศชายและเพศหญิงใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่ อยู่ในวัยศึกษา เป็นบุตรของผู้อยู่อาศัยที่เช่าแฟลตจาการเคหะแห่งชาติ มานาน 10-15 ปี ตั้งแต่มีการเปิดโครงการ รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 26-40 ปี ส่วนใหญ่ทำงานลูกจ้างเอกชน รายได้ครอบครัวระหว่างเดือนละ 7,500-9,500 บาท ส่วนใหญ่เดินทางไปเรียนและทำงานโดยรถ โดยสารประจำทาง ระยะเวลาเดินทาง 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ส่วนความสัมพันธ์ในชุมชนพบว่า ส่วนใหญ่จะรู้จักสนิทสนมกันในแฟลตหลังเดียวกันเท่านั้น และเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนนาน ๆ ครั้ง กิจกรรมที่ทำในเวลาว่างส่วนใหญ่จะพักผ่อนอยู่กับบ้านและสังสรรค์กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง สำหรับพฤติกรรมการใช้ที่ว่างสาธารณะ พบว่า ผู้อยู่อาศัยในชุมชนนิยมใช้มากที่สุดใน ช่วงเวลาเย็น และลงมาใช้ทุกวัน ส่วนมากจะใช้ที่ว่างบริเวณแฟลตเป็นที่พักผ่อนนั่งเล่นและ ดูแลเด็กเล็ก ส่วนเด็กโตและวัยรุ่นจะนิยมไปเล่นที่สนามกีฬาชุมชน และมีบางส่วนจะไปมั่วสุม ในที่ว่างที่อยู่ลับตา ส่วนการทดสอบความพอใจและทัศนคติพบว่า ปานกลางไปหาน้อย และในการ ทดสอบความแตกต่างของความพอใจระหว่างชุมชน ด้วยการวิเคราะห์ F-test ปรากฏว่าไม่แตกต่าง กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 การศึกษาทัศนคติความพอใจต่อที่ว่างสาธารณะในชุมชน ปรากฏว่า ที่ว่างที่มีค่าเฉลี่ย ความพอใจทางสูงเรียงลำดับไปหาต่ำ คือ ทางเดินเท้า ลานจอดรถ สนามกีฬา ส่วนหย่อมและสนาม เด็กเล่น โดยที่ว่างที่ต้องการให้ปรับปรุงมากที่สุดคือ สนามเด็กเล่น และสิ่งที่ต้องการ ให้ปรับปรุงมากที่สุด ได้แก่ การดูแลรักษาบริเวณ และ เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ จากการศึกษาทางด้านทฤษฎีการออกแบบวางผังทางกายภาพ พบว่าที่ว่างที่มีอยู่ในโครงการ ตัวอย่างทั้งสองโครงการได้มาตรฐานทางด้านเนื้อที่และระยะการเดินทาง แต่ลำดับของที่ว่าง ไม่ถูกต้อง ไม่ได้จัดวางอาคารตามหลักการวางผังชุมชนจากกลุ่มย่อยมากลุ่มใหญ่ และถึงศูนย์ กลางชุมชน ทำให้ขาดขอบเขตที่ต่อเนื่องและแน่ชัด องค์ประกอบของชุมชนเช่นพื้นที่บริการทาง การค้าไม่พอเพียง ทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องปรับตัวเองโดยการคัดแปลงที่อยู่อาศัยเป็นแผงค้าขาย เกิดการสับสนในการใช้พื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ประกอบของที่ว่างมีน้อยถึง ขาดแคลน การศึกษานี้สรุปและแนะแนวทางพัฒนาทางกายภาพสำหรับโครงการประเภทเดียวกันในอนาคต โดยการพิจาณาออกแบบวางผังจัดวางอาคาร และจัดกลุ่มอาคารให้เกิดลำดับของที่ว่างสาธารณะที่ ต่อเนื่อง สร้างความรู้สึกในการเป็นเจ้าของที่ว่างสาธารณะ เพื่อผลในการดูแลรักษาและหลีก เลี่ยงที่ว่างไร้เจ้าของ การกำหนดสัดส่วนขององค์ประกอบชุมชนให้ครบถ้วนพอเพียง และใช้ระบบ การบริหารชุมชนแบบให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมมากที่สุด เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้อาศัย ชุมชน ต่อไป

บรรณานุกรม :
นพพร โทณะวณิก . (2536). แนวทางพัฒนาทางกายภาพของที่ว่างสาธารณะในชุมชนเคหะสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของรัฐในกรุงเทพมหานคร ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้อาศัย : กรณี ศึกษาเคหะสงเคราะห์ดินแดงและห้วยขวาง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นพพร โทณะวณิก . 2536. "แนวทางพัฒนาทางกายภาพของที่ว่างสาธารณะในชุมชนเคหะสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของรัฐในกรุงเทพมหานคร ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้อาศัย : กรณี ศึกษาเคหะสงเคราะห์ดินแดงและห้วยขวาง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นพพร โทณะวณิก . "แนวทางพัฒนาทางกายภาพของที่ว่างสาธารณะในชุมชนเคหะสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของรัฐในกรุงเทพมหานคร ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้อาศัย : กรณี ศึกษาเคหะสงเคราะห์ดินแดงและห้วยขวาง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
นพพร โทณะวณิก . แนวทางพัฒนาทางกายภาพของที่ว่างสาธารณะในชุมชนเคหะสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของรัฐในกรุงเทพมหานคร ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้อาศัย : กรณี ศึกษาเคหะสงเคราะห์ดินแดงและห้วยขวาง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.