| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีของโรงเรียน ประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 2 |
| นักวิจัย | : | เชาวยุทธ มณีรัตน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57548 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหา การบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีอยู่ในระดับใด 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนและครู ผู้สอนที่มีต่อปัญหาการบริหารหลักศูตร 3)เปรียบเทียบความคิด เห็นของผู้บริหารที่มีความแตกต่างกันในด้านเพศ ประสบการณ์ ด้านการบริหาร ระดับการศึกษา และระดับวุฒิทางลูกเสือ 4) เปรียบเทียบความคิดเห็นของครูผู้สอนที่มีความแตกต่างกัน ในด้านเพศ ประสบการณ์ด้านการสอน ระดับการศึกษา และระดับ วุฒิทางลูกเสือ 5) รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะในการบริหาร หลักสูตร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ผู้บริหาร โรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 63 คน และครูผู้สอนประถมศึกษา จำนวน 325 คน เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลทำโดยใช้แบบ สอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเองมีอยู่ 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 เป็นมาตราส่วนประมาณค่า จำนวน 63 ข้อ ภายใต้ ขอบข่ายของปัญหาการบริหารหลักสูตร 8 ด้าน ได้แก่ 1) ด้าน ผู้บริหารโรงเรียน 2) ด้านครูผู้สอน 3) ด้านการเรียนการสอน 4) ด้านตัวนักเรียน 5) ด้านสื่อการเรียนการสอน 6) ด้าน การนิเทศ 7) ด้านนโยบาย 8) ด้านงบปะมาณ ตอนที่ 3 เป็นแบบ สอบถามปลายเปิดเกี่ยวกับข้อเสนอแนะ ปัญหา และแนวทางแก้ไข บริหารหลักสูตร การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การทดสอบ ค่าเอฟ (F-test) และการทำการเปรียบเทียบพหุคูณ โดยใช้ วิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe)ผลการวิจัยสรุปได้ดังต่อไปนี้ 1. ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อ ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีในภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนรายด้านผู้บริหารโรงเรียนและครู ผู้สอน มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ด้านงบประมาณมีปัญหามาก ที่สุด รองลงมาเป็นปัญหาด้านนโยบายและด้านการนิเทศ 2. ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อ ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีในภาพรวม ไม่แตกต่างกันส่วนรายด้านผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนมี ความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ด้านงบประมาณมีปัญหามากที่สุด รองลงมาเป็นปัญหาด้านนโยบายและด้านการนิเทศ 3. ผู้บริหารโรงเรียนที่มีความแตกต่างกันในด้านเพศ ตำแหน่งหน้าที่ ประสบการณ์ ด้านการบริหารระดับการศึกษา และระดับวุฒิทางลูกเสือ มีความคิดเห็นต่อปัญหาการบริหาร หลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านตามความคิดเห็นของผู้บริหาร โรงเรียนที่แตกต่างกันในด้านตำแหน่งหน้าที่ พบว่า ปัญหา ด้านการนิเทศแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ครูผู้สอนที่มีความแตกต่างกันในด้านเพศ ประสบการณ์ด้านการสอน ระดับการศึกษา และระดับวุฒิทาง ลูกเสือ มีความคิดเห็นต่อปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี ในภาพรวมไม่แตกต่างกันเมื่อพิจารณาเป็น รายด้าน ตามความคิดเห็นของครูผู้สอนที่แตกต่างกัน ในด้าน ประสบการณ์การสอน พบว่า ปัญหาด้านการนิเทศแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาอื่น ๆ และแนวทางการ แก้ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ของ โรงเรียนประถมศึกษาในเขตการศึกษา 2 เป็นรายด้านตามความ คิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน ส่วนใหญ่เป็น ปัญหาด้านงบประมาณ ด้านการนิเทศ และด้านครูผู้สอน และได้ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา คือควรให้สำนักงานการประถมศึกษา อำเภอ จังหวัด ตั้งงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมลูกเสือ- เนตรนารี ตามรายหัวเฉพาะ การนิเทศ ติดตามผล และจัดอบรม ให้ครูผู้สอนทุกคนมีวุฒิทางลูกเสือ เป็นต้น |
| บรรณานุกรม | : |
เชาวยุทธ มณีรัตน์ . (2535). ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีของโรงเรียน ประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 2.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เชาวยุทธ มณีรัตน์ . 2535. "ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีของโรงเรียน ประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 2".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เชาวยุทธ มณีรัตน์ . "ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีของโรงเรียน ประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 2."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. เชาวยุทธ มณีรัตน์ . ปัญหาการบริหารหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีของโรงเรียน ประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 2. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
