ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาวิหารและอุโบสถในจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ พ.ศ.2442-ปัจจุบัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาวิหารและอุโบสถในจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ พ.ศ.2442-ปัจจุบัน
นักวิจัย : วรรณา คำปวนบุตร
คำค้น : ศึกษาสถาปัตยกรรมของวิหารและอุโบสถในจังหวัดลำปาง , TO STUDY THE ARCHITECTURE OF VIHARA AND UBOSATHA IN LAMPANG PROVINCE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=57276
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความสำคัญของวิหารและ อุโบสถในพื้นที่ของจังหวัดลำปางในแต่ละช่วงเวลา ตลอดจนมุ่งศึกษาในเชิงงาน สถาปัตยกรรม 2 ลักษณะ คือ พัฒนาการทางด้านรูปแบบ และการออกแบบวิหารและอุโบสถ อีกประการคือ ศึกษากระบวนการทางการช่าง ตลอดจนการประดับตกแต่งองค์ประกอบ ทางสถาปัตยกรรม ในการศึกษานี้มีจำนวนข้อมูลทั้งสิ้น 113 หลัง ทำการศึกษาในเขตจังหวัด ลำปางจำนวน 13 อำเภอ แบ่งเป็นอาคาร 3 ประเภท ได้แก่ วิหาร อุโบสถ และ อุโบสถวิหาร โดยมีวิหารจำนวน 45 หลัง มีอุโบสถจำนวน 34 หลัง มีอุโบสถวิหาร จำนวน 25 หลัง ด้วยการศึกษาอาคารดังกล่าวในส่วนของผังบริเวณ แผนผัง รูปแบบ รูปทรงและโครงสร้าง โดยนำข้อมูลของอาคารแต่ละประเภทนำมาทำการจัดลำดับอายุ การสร้างเป็นช่วงเวลา ช่วงละ 10 ปี ตั้งแต่ช่วง พ.ศ.2442-2451 จนถึงช่วง พ.ศ.2532-2542 ผลการศึกษาพบว่าวิหาร อุโบสถ และอุโบสถวิหารประกอบไปด้วย 3 รูปแบบ คือ แบบทรงโรง แบบมีระเบียงมุขด้านหน้า 1 มุข และแบบมีระเบียงมุขด้านหน้าและ ด้านหลังด้านละ 1 มุข โดยมีพัฒนาการทางด้านรูปแบบของอาคารทั้ง 3 ประเภท ดังต่อไปนี้ 1. วิหาร ในระยะแรกนิยมสร้างแบบทรงโรงและหยุดความนิยมไปตั้งแต่ พ.ศ.2530 ใน พ.ศ.2470 วิหารแบบมีระเบียงมุขด้านหน้า 1 มุขได้พัฒนาขึ้นและ สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ส่วนแบบมีระเบียงมุขด้านหน้าและด้านหลังด้านละ 1 มุข ได้พัฒนาขึ้นใน พ.ศ.2490 เป็นต้นมา พบว่าวิหารมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ตรงกลาง พื้นที่บริเวณวัดหรือตรงกลางในเขตพุทธาวาส ซึ่งเป็นแนวแกนสำคัญที่สุดของวัด วิหารวางผังในแนวแกนทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก หันหน้าวิหารไปทางทิศตะวันออก 2. อุโบสถ พบว่าในระยะแรกนิยมสร้างแบบทรงโรงและหมดความนิยมไปตั้งแต่ พ.ศ.2500 ส่วนแบบมีระเบียงมุขด้านหน้า 1 มุข เริ่มนิยมสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2460 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับแบบมีระเบียงมุขด้านหน้าและด้านหลังด้านละ 1 มุข ได้พัฒนาขึ้นในช่วงหลังตั้งแต่ พ.ศ.2490 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พบว่ามี ตำแหน่งที่ตั้งใกล้กับที่ตั้งของวิหาร โดยอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือหรือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตำแหน่งที่ตั้งวิหาร มักวางผังในแนวแกนทิศตะวันออก- ทิศตะวันตก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก 3. อุโบสถวิหาร เป็นอาคารที่เคยเป็นวิหารมาก่อน แต่ได้ขอพระราชทาน วิสุงคามสีมาสวมทับภายหลัง จึงทำให้มีหน้าที่เป็นอุโบสถวิหารที่เป็นทั้ง วิหารและอุโบสถในอาคารเดียวกัน พบว่าพัฒนาการทางด้านรูปแบบของอุโบสถวิหาร นั้นก็คือ พัฒนาการของวิหารนั่นเอง จึงสรุปได้ว่าวิหารเป็นอาคารที่สำคัญที่สุดของวัดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนอุโบสถมีความสำคัญรองลงมาจากวิหาร สำหรับอุโบสถวิหาร เป็นอาคาร ที่แปลงจากวิหารมาเป็นอุโบสถ มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิมของวิหาร เมื่อมีการรื้อถอนและก่อสร้างใหม่จะมีสถานะเป็นอุโบสถโดยสมบูรณ์ สำหรับกระบวนการทางการช่างพบว่าในอดีตและปัจจุบันมีความต่างกัน โดยใน สมัยโบราณโดยในสมัยโบราณมีการเริ่มต้นก่อสร้างส่วนฐานรากด้วยการฝังเสาหลวง และเสาผนังลงบนพื้นดินโดยตรง ส่วนตัวอาคารจะก่อผนังด้วยอิฐและฉาบด้วยปูนหรือ ใช้เทคนิคหล่อผนังส่วนโครงสร้างหลังคาเป็นแบบเครื่องไม้ทั้งหมด จึงมีการ เตรียมส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างหลังคาไว้ก่อนที่จะมีการประกอบขึ้นจริง สำหรับ ในปัจจุบันพบว่ามีการวางฐานรากอาคารโดยใช้เทคนิคหล่อคอนกรีตเสริมเหล็ก และ หล่อคานจำนวน 2 ระดับเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับอาคาร ส่วนตัวอาคารมีเสาหลวง และเสาผนังเป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็กและหล่อคานจำนวน 2-3 ระดับ ก่อผนังด้วย อิฐและฉาบด้วยปูน สำหรับโครงสร้างหลังคาของอาคารมีการสร้างด้วยเทคนิคหล่อ คอนกรีตเสริมเหล็กเช่นกัน

บรรณานุกรม :
วรรณา คำปวนบุตร . (2544). การศึกษาวิหารและอุโบสถในจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ พ.ศ.2442-ปัจจุบัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรรณา คำปวนบุตร . 2544. "การศึกษาวิหารและอุโบสถในจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ พ.ศ.2442-ปัจจุบัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรรณา คำปวนบุตร . "การศึกษาวิหารและอุโบสถในจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ พ.ศ.2442-ปัจจุบัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
วรรณา คำปวนบุตร . การศึกษาวิหารและอุโบสถในจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ พ.ศ.2442-ปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.