ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระดับความรู้ และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสงคราม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระดับความรู้ และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสงคราม
นักวิจัย : ประสิทธิ์ แดงสกุล
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=56778
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาระดับความรู้และระดับการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากร ป่าชายเลน ของผู้นำและประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยศึกษาระดับความรู้ และระดับการมี ส่วนร่วมของผู้นำและประชาน และเปรียบเทียบความรู้และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชน จำแนกตาม เพศ อายุ สถานภาพสมรส สถานภาพครอบครัว ระดับการศึกษา รายได้ การถือครองที่ดิน ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในบ้าน อาชีพ และการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน โดยศึกษาจาก ผู้นำและประชาชนในตำบลที่มีป่าชายเลน ได้แก่ตำบลบางแก้ว บางจะเกร็ง แหลมใหญ่ คลองโคน และยี่สาร ในเขตอำเภอเมือง และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 5 ตำบล 16 หมู่บ้าน วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาระดับความรู้และระดับการมีส่วนร่วมของผู้นำและ ประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ศึกษาเปรียบเทียบระดับความรู้และระดับการมีส่วน ร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน และเปรียบเทียบความแตกต่างของ ความรู้และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จำแนกตาม ตัวแปร วิธีดำเนินการวิจัย ประชากรในการวิจัยครั้งนี้มี 2 กลุ่ม คือ ผู้นำ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ตำบล กรรมการองค์การบริหารส่วนตำบล กรรมการหมู่บ้าน จำนวน 211 คน การหาขนาดกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้นำใช้การสุ่มแบบหลาย ขั้นตอน (Multi Stage Random Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้นำ จำนวน 116 คน ส่วน ประชาชน ได้แก่ บุคคลที่มีชื่อในสำเนาทะเบียนบ้านที่อาศัยอยู่ในตำบลที่ศึกษาโดยใช้เกณฑ์ เลือกจากผู้ที่เป็นตัวแทนของครัวเรือนนั้น จำนวน 2,435 คน กลุ่มประชาชนใช้การสุ่มตัวอย่าง แบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยใช้ประชาชน 5 ตำบล 16 หมู่บ้าน จำนวน 345 คน รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งผู้นำและประชาชน จำนวน 461 คน เครื่องมือและการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม (Questionnair) มี 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลทั่วไปของผู้นำและประชาชน ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยว กับระดับความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน โดยมีข้อความที่ถูกต้องเพียงข้อ เดียว การตัดสินระดับความรู้ในการวิจัยครั้งนี้ พิจารณาค่าเฉลี่ยคะแนนที่ได้โดยแบ่งระดับ ความรู้ออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ คือ ระดับต่ำ ระดับปานกลางและระดับสูง ตอนที่ 3 เป็นแบบ สอบถามลักษณะการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน มี 4 ลักษณะ คือ ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติการ ร่วมใช้ประโยชน์และมีส่วนร่วมในการประเมินผล ในการวัดใช้มาตราส่วนประมาณค่า การตัดสินระดับการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ดังนี้ คือ ระดับต่ำ ระดับ ปานกลาง และระดับสูง การเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง และผู้ ช่วยวิจัย นำแบบสอบถามไปใช้ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น โดยวิธีแจกแบบสอบถามเพื่อตอบแบบสอบ ถามและให้เอง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนที่ประจำในตำบลที่ทำการวิจัยและพัฒนากรอำเภอ ที่ประจำในตำบล เป็นผู้เก็บแบบสอบถามกลับคืนให้ ได้รับแบบสอบถามคืน จำนวน 407 ชุด คิดเป็น ร้อยละ 87.34 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยข้อมูลที่ได้ทำการวิเคราะห์โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS for Windows คำนวณค่าสถิติดังต่อไปนี้ 1) วิเคราะห์โดยใช้สถิติพรรณา ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของข้อมูลลักษณะประชากร ระดับความรู้และ ระดับการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าชายเลนของผู้นำและประชาชน 2) เปรียบเทียบระดับคะแนน เฉลี่ยด้านความรู้ และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าชายเลนของผู้นำและประชาชน และตัวแปร อื่น ๆ โดยใช้สถิติวิเคราะห์ t-test และ F-test ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนของผู้นำและประชาชนอยู่ในระดับสูง ส่วนระดับการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน พบว่า ผู้นำมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าชายเลนอยู่ในระดับปานกลาง และประชาชนอยู่ในระดับต่ำ 2. ผู้นำมีความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนมากกว่าประชาชนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 และผู้นำมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนมากกว่าประชาชนอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. การเปรียบเทียบความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนของผู้นำและประชาชน พบว่า ผู้นำที่มีสถานภาพครอบครัว และการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน และประชาชนที่มี อายุ ระดับการศึกษา และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แตกต่างกัน มีความรู้ในการอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าชายเลนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. การเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนของประชาชน พบว่า ประชาชนที่มี เพศ อาชีพ และการเข้าไปใช้ประโยชน์ในป่าชายเลนแตกต่างกัน มีส่วนร่วมในการ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะในการวิจัย 1. ควรศึกษาเปรียบเทียบระหว่างชุมชนที่อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนกับชุมชนที่ยังไม่ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ในต่างพื้นที่ต่างบริบทออกไปเพื่อหาปัจจัยแตกต่างและปัจจัยรวม โดยศึกษาเชิงคุณภาพควบคู่เชิงปริมาณ เพื่อสามารถอ้างอิงผลการวินัยได้กว้างขวางขึ้น 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และระดับการมี ส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนของประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเลือกศึกษา เฉพาะตำบลใดตำบลหนึ่ง

บรรณานุกรม :
ประสิทธิ์ แดงสกุล . (2541). ระดับความรู้ และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสงคราม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประสิทธิ์ แดงสกุล . 2541. "ระดับความรู้ และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสงคราม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประสิทธิ์ แดงสกุล . "ระดับความรู้ และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสงคราม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ประสิทธิ์ แดงสกุล . ระดับความรู้ และการมีส่วนร่วมของผู้นำและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสงคราม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.